รอบนี้นำโดย DFF Ventures กองทุนจากเนเธอร์แลนด์ และมี Movens Capital กองทุนจากโปแลนด์เป็นผู้ร่วมลงทุนหลัก พร้อมด้วย Reflex Capital, J&T Ventures และนักลงทุน Angel ที่เชื่อมโยงกับทีมยุคเริ่มต้นของ Wolt
ผลการดำเนินงานปีแรกสะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็ว: Grid.online จัดส่งพัสดุผ่านเครือข่ายทะลุ 1 ล้านชิ้น และมีปริมาณงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ขณะที่เครือข่ายมีไรเดอร์ที่ใช้งานอยู่เกือบ 2,000 คน
การจัดส่งช่วงไมล์สุดท้าย หรือ last mile ซึ่งหมายถึงการนำพัสดุจากศูนย์กระจายสินค้าไปถึงผู้รับ มักมีปัญหาสองด้านพร้อมกัน นั่นคือ ในช่วงที่งานน้อย รถและไรเดอร์บางส่วนไม่มีงาน ขณะที่บริษัทขนส่งกลับขาดกำลังส่งที่ยืดหยุ่นเมื่อความต้องการพุ่งขึ้น
Grid.online วางตัวเป็น โครงสร้างพื้นฐานกลางที่ใช้ร่วมกัน โดยรวบรวมกำลังการขนส่งที่มีอยู่แล้วจากไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ และแรงงานแพลตฟอร์ม แล้วเปิดให้บริษัทโลจิสติกส์และธุรกิจอีคอมเมิร์ซเรียกใช้ได้ตามต้องการ
แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ส่งลดต้นทุนและเพิ่มกำลังส่งได้โดยไม่ต้องสร้างกองยานของตัวเองทั้งหมด ขณะเดียวกันไรเดอร์ก็มีโอกาสรับงานเพิ่มในช่วงเวลาที่งานหลักเบาบาง และเมืองอาจมีรถส่งของวิ่งบนถนนน้อยลง
Grid.online ทำหน้าที่เป็น คลาวด์โลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนด้วย API บริษัทต่าง ๆ สามารถเชื่อมระบบเข้ากับแพลตฟอร์มผ่าน API เดียว เพื่อซื้อกำลังจัดส่งแบบเรียลไทม์ แทนการต้องประสานงานกับเครือข่ายไรเดอร์หลายรายแยกกัน
ฝั่งไรเดอร์ใช้แอปคนขับเพื่อรับงาน นำทางไปยังจุดรับและจุดส่ง รวมถึงสื่อสารกับลูกค้า ส่วนลูกค้าธุรกิจสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ เช่น น้ำหนักพัสดุ ความเร็ว ความแม่นยำของเวลารับ-ส่ง และรูปแบบจุดหมาย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ จุดรับพัสดุ หรือ ล็อกเกอร์ โดยรองรับพัสดุในเมืองน้ำหนัก 0–15 กิโลกรัม
บริษัทก่อตั้งในปี 2025 โดย Ondřej Krátký และ Patrik Raš ในฐานะธุรกิจแยกออกมาจาก Liftago แอปเรียกรถของเช็ก โดย Grid.online ไม่ได้เป็นเจ้าของกองยานส่งของเอง แต่ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มจัดสรรกำลังการขนส่ง
Grid.online ระบุว่าจะใช้เงินทุนเพื่อขยายเครือข่ายจัดส่งช่วง ต้นทางและปลายทาง ทั่วยุโรป พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และเตรียมการขยายธุรกิจไปนอกสาธารณรัฐเช็ก
เงินลงทุนยังจะสนับสนุนการพัฒนาระบบกำหนดราคาแบบอัลกอริทึมและการทำงานด้านโลจิสติกส์ให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้น เป้าหมายคือทำให้บริษัทขนส่งสามารถเพิ่มหรือลดกำลังส่งได้คล่องตัวตามปริมาณงาน โดยยังคงรักษากองยานหลัก ความสัมพันธ์กับลูกค้า และแบรนด์ของตัวเองไว้
รอบนี้นำโดย DFF Ventures กองทุนจากเนเธอร์แลนด์ และมี Movens Capital กองทุนจากโปแลนด์เป็นผู้ร่วมลงทุนหลัก พร้อมด้วย Reflex Capital, J&T Ventures และนักลงทุน Angel ที่เชื่อมโยงกับทีมยุคเริ่มต้นของ Wolt
ผลการดำเนินงานปีแรกสะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็ว: Grid.online จัดส่งพัสดุผ่านเครือข่ายทะลุ 1 ล้านชิ้น และมีปริมาณงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ขณะที่เครือข่ายมีไรเดอร์ที่ใช้งานอยู่เกือบ 2,000 คน
การจัดส่งช่วงไมล์สุดท้าย หรือ last mile ซึ่งหมายถึงการนำพัสดุจากศูนย์กระจายสินค้าไปถึงผู้รับ มักมีปัญหาสองด้านพร้อมกัน นั่นคือ ในช่วงที่งานน้อย รถและไรเดอร์บางส่วนไม่มีงาน ขณะที่บริษัทขนส่งกลับขาดกำลังส่งที่ยืดหยุ่นเมื่อความต้องการพุ่งขึ้น
Grid.online วางตัวเป็น โครงสร้างพื้นฐานกลางที่ใช้ร่วมกัน โดยรวบรวมกำลังการขนส่งที่มีอยู่แล้วจากไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ และแรงงานแพลตฟอร์ม แล้วเปิดให้บริษัทโลจิสติกส์และธุรกิจอีคอมเมิร์ซเรียกใช้ได้ตามต้องการ
แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ส่งลดต้นทุนและเพิ่มกำลังส่งได้โดยไม่ต้องสร้างกองยานของตัวเองทั้งหมด ขณะเดียวกันไรเดอร์ก็มีโอกาสรับงานเพิ่มในช่วงเวลาที่งานหลักเบาบาง และเมืองอาจมีรถส่งของวิ่งบนถนนน้อยลง
Grid.online ทำหน้าที่เป็น คลาวด์โลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนด้วย API บริษัทต่าง ๆ สามารถเชื่อมระบบเข้ากับแพลตฟอร์มผ่าน API เดียว เพื่อซื้อกำลังจัดส่งแบบเรียลไทม์ แทนการต้องประสานงานกับเครือข่ายไรเดอร์หลายรายแยกกัน
ฝั่งไรเดอร์ใช้แอปคนขับเพื่อรับงาน นำทางไปยังจุดรับและจุดส่ง รวมถึงสื่อสารกับลูกค้า ส่วนลูกค้าธุรกิจสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ เช่น น้ำหนักพัสดุ ความเร็ว ความแม่นยำของเวลารับ-ส่ง และรูปแบบจุดหมาย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ จุดรับพัสดุ หรือ ล็อกเกอร์ โดยรองรับพัสดุในเมืองน้ำหนัก 0–15 กิโลกรัม
บริษัทก่อตั้งในปี 2025 โดย Ondřej Krátký และ Patrik Raš ในฐานะธุรกิจแยกออกมาจาก Liftago แอปเรียกรถของเช็ก โดย Grid.online ไม่ได้เป็นเจ้าของกองยานส่งของเอง แต่ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มจัดสรรกำลังการขนส่ง
Grid.online ระบุว่าจะใช้เงินทุนเพื่อขยายเครือข่ายจัดส่งช่วง ต้นทางและปลายทาง ทั่วยุโรป พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และเตรียมการขยายธุรกิจไปนอกสาธารณรัฐเช็ก
เงินลงทุนยังจะสนับสนุนการพัฒนาระบบกำหนดราคาแบบอัลกอริทึมและการทำงานด้านโลจิสติกส์ให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้น เป้าหมายคือทำให้บริษัทขนส่งสามารถเพิ่มหรือลดกำลังส่งได้คล่องตัวตามปริมาณงาน โดยยังคงรักษากองยานหลัก ความสัมพันธ์กับลูกค้า และแบรนด์ของตัวเองไว้