เมนแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส ปิดดีลระดมทุน 5.25 พันล้านยูโร (ราว 6 พันล้านดอลลาร์) จากสองกองทุนใหม่ Main Capital IX (4 พันล้านยูโร) และ Main Foundation III (1.25 พันล้านยูโร) ทุบสถิติกองทุน buyout ในเนเธอร์แลนด์ [1][2][3] นักลงทุนหน้าเดิมทุ่มเงินเพิ่ม 120% โดยมี Hamilton Lane ร่วมลงทุนด้วย และดึงดูดนักลงทุนใหม่จากอเมริกา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What key details were announced about Main Capital Partners' latest fund closes, including the fu. Article summary: Here are the key details announced on June 24, 2026, about Main Capital Partners' latest dual fund close:. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 เมนแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส (Main Capital Partners) ประกาศปิดดีลระดมทุนกองทุนใหม่สองกองทุน ได้แก่ Main Capital IX และ Main Foundation III ด้วยมูลค่ารวม 5.25 พันล้านยูโร (ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) การระดมทุนครั้งนี้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน นับเป็นการระดมทุนกองทุน buyout ของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์ และทำให้บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมกว่า 12 พันล้านยูโร
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดสำคัญของการประกาศครั้งนี้ ตั้งแต่ขนาดกองทุน ฐานนักลงทุน ไปจนถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สวนทางกระแสความกลัว AI ของ Charly Zwemstra ผู้จัดการหุ้นส่วนและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน
กองทุนทั้งสองปิดที่เพดานสูงสุด (hard cap) ที่ตั้งไว้:
ขนาดของ Main Capital IX ใหญ่กว่ากองทุนรุ่นก่อนหน้า Main Capital VIII ซึ่งระดมทุนได้ 1.9 พันล้านยูโรในปี 2024 มากกว่าสองเท่า ส่วน Main Foundation III ก็มีขนาดใหญ่กว่ากองทุนรุ่นก่อนหน้ามากกว่าสองเท่าเช่นกัน
การระดมทุนครั้งนี้ทำให้ AUM ของเมนแคปปิตอลพุ่งทะลุ 12 พันล้านยูโร ปัจจุบันบริษัทบริหารเงินลงทุนให้กับ นักลงทุนสถาบัน (LP) กว่า 200 ราย
ตลาดหลัก: เบเนลักซ์ (เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก), DACH (เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์), กลุ่มนอร์ดิก (สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์), ฝรั่งเศส และอเมริกาเหนือ
ขยายสู่ตลาดสหราชอาณาจักร: เมนแคปปิตอลประกาศแผนเข้าสู่ตลาดสหราชอาณาจักรด้วยกองทุนใหม่นี้
โฟกัสเฉพาะอุตสาหกรรม: ซอฟต์แวร์องค์กร B2B (Enterprise Software) เท่านั้น เป้าหมายคือ SaaS, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, ดิจิทัลเฮลท์, ฟินเทค, ลีกัลเทค, โกฟเทค (GovTech) และซอฟต์แวร์ HR/เงินเดือน บริษัทใช้กลยุทธ์ ซื้อแล้วต่อยอด (Buy-and-Build) โดยการเข้าซื้อหุ้นใหญ่หรือหุ้นควบคุมในบริษัทซอฟต์แวร์ B2B ที่มีกำไร โดยไม่ลงทุนแบบ minority growth equity หรือ venture-stage
เมนแคปปิตอลกำลังวางเดิมพันอย่างจงใจให้สวนทางกับตลาด มุมมองของบริษัทตามที่รายงานโดย TNW และสื่ออื่นๆ คือ ในขณะที่ตลาดหุ้นกลัวว่า AI จะเข้ามาทำลายล้างซอฟต์แวร์องค์กร แต่ที่จริงแล้ว AI กำลังสร้างพรมแดนใหม่แห่งการเติบโตให้กับซอฟต์แวร์องค์กรที่ 'จำเป็น' และ 'น่าเบื่อ'
ตามความเห็นของเมน AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้าง ขาย และขยายขนาดซอฟต์แวร์อย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น HealthTech, GovTech, Infrastructure Software และอื่นๆ บริษัทได้เผยแพร่ Whitepaper ชื่อ "Why Enterprise Software Is Well‑Positioned to Capitalize on a New Phase of AI‑Driven Growth" และใช้กรอบการประเมินผลกระทบ AI (AI Impact Assessment Framework) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอง
Charly Zwemstra ผู้ก่อตั้งบริษัทในปี 2003 และดำรงตำแหน่ง Managing Partner และ Chief Investment Officer ได้อธิบายถึงการระดมทุนครั้งนี้ผ่านแนวคิดสำคัญหลายประการ:
| พารามิเตอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อกองทุน | Main Capital IX (4.0 พันล้านยูโร), Main Foundation III (1.25 พันล้านยูโร) |
| ขนาดรวม | 5.25 พันล้านยูโร (~6 พันล้านดอลลาร์) |
| AUM รวม | > 12 พันล้านยูโร |
| อัตราการลงทุนซ้ำ | > 120% |
| จำนวน Exit / ผลตอบแทนเฉลี่ย | 38 ดีล / 3.6 เท่า (รวม) |
| อุตสาหกรรม | B2B Enterprise Software เท่านั้น (กลยุทธ์ Buy-and-Build) |
| พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ | เบเนลักซ์, DACH, นอร์ดิกส์, ฝรั่งเศส, สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร (ใหม่) |
| ขนาด Equity ticket | 5–150 ล้านยูโร ต่อการลงทุน |
| มูลค่าองค์กรเป้าหมาย | 30–500 ล้านยูโร ต่อบริษัท |
| แนวคิดเรื่อง AI | สวนทางกระแส: AI ขับเคลื่อนการเติบโตให้ซอฟต์แวร์ 'แกนหลัก' ที่น่าเบื่อ |
การประกาศครั้งนี้ตอกย้ำช่วงเวลาสำคัญของ Private Equity ในยุโรป: บริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีกลยุทธ์แคบและสามารถทำซ้ำได้ สามารถระดมทุนเป็นประวัติการณ์จากฐานนักลงทุนทั่วโลก โดยการเดิมพันว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีค่าที่สุดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฉูดฉาดที่สุด แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดต่างหาก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เมนแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส ปิดดีลระดมทุน 5.25 พันล้านยูโร (ราว 6 พันล้านดอลลาร์) จากสองกองทุนใหม่ Main Capital IX (4 พันล้านยูโร) และ Main Foundation III (1.25 พันล้านยูโร) ทุบสถิติกองทุน buyout ในเนเธอร์แลนด์ [1][2][3]
เมนแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส ปิดดีลระดมทุน 5.25 พันล้านยูโร (ราว 6 พันล้านดอลลาร์) จากสองกองทุนใหม่ Main Capital IX (4 พันล้านยูโร) และ Main Foundation III (1.25 พันล้านยูโร) ทุบสถิติกองทุน buyout ในเนเธอร์แลนด์ [1][2][3] นักลงทุนหน้าเดิมทุ่มเงินเพิ่ม 120% โดยมี Hamilton Lane ร่วมลงทุนด้วย และดึงดูดนักลงทุนใหม่จากอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย [2][3]
กลยุทธ์สวนกระแส 'bet against the AI panic' เชื่อว่า AI สร้างโอกาสเติบโตให้ซอฟต์แวร์องค์กรที่ 'น่าเบื่อ' แต่จำเป็น พร้อมบุกตลาดสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก [2][3][4]