การจราจรทางเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างรุนแรง เหลือเพียง 12 ลำในวันเดียว (ปลาย มิ.ย. เรือสินค้าที่มุ่งหน้าสู่อินเดียมากถึง 62% ถูกปิดสัญญาณ AIS (Automatic Identification System) หรือ 'Going Dark' เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากอิหร่าน มีทุ่นระเบิดประมาณ 80 ลูกกีดขวางเส้นทางเดินเรือหลัก (Traffic Separation Sche...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused a sharp slowdown in commercial vessel traffic through the Strait of Hormuz over the w. Article summary: Here is a source-by-source fact-check of the key claims you asked about, based on the provided reporting.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual
ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี การจราจรทางเรือพาณิชย์ดิ่งลงเหวในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27–29 มิถุนายน มีเรือแล่นผ่านเพียง 12 ลำ ลดลงจาก 35 ลำในวันก่อนหน้า รายงานจากรอยเตอร์ส (Reuters) ระบุว่า ปริมาณเรือผ่านช่องแคบยังคงน้อยกว่า 10% ของระดับปกติ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกปัจจัยที่ทำให้เกิดการชะลอตัวอย่างรุนแรง ตั้งแต่การโจมตีด้วยโดรน ทุ่นระเบิด เส้นทางเดินเรือใหม่ ไปจนถึงผลกระทบต่อเรือสินค้าที่มุ่งหน้าสู่อินเดีย
อิหร่านเปิดฉากยิงโดรนฆ่าตัวตาย (one-way attack drones) หลายลำมุ่งหน้าโจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ สามารถสกัดกั้นโดรนได้อย่างน้อย 4 ลำเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 โดยระบุว่าโดรนดังกล่าวเป็น 'ภัยคุกคามต่อปฏิบัติการทางทะเลในภูมิภาคอย่างเร่งด่วน' อิหร่านยังคงโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมิถุนายน
มีเรืออย่างน้อย 1 ลำถูกโจมตีและได้รับการยืนยันจากหลายแหล่ง: เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติปานามา ชื่อ Kiku ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบให้กับบริษัทพลังงานของรัฐกาตาร์ ถูกโจมตีด้วยกระสุนไม่ทราบชนิดขณะแล่นผ่านช่องแคบเมื่อเช้าวันที่ 27 มิถุนายน โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือน้ำมันรั่วไหล
เพื่อตอบโต้ CENTCOM เปิดฉากโจมตี 'โครงสร้างพื้นฐานเฝ้าระวัง ระบบสื่อสาร แหล่งป้องกันทางอากาศ คลังเก็บโดรน และความสามารถในการวางทุ่นระเบิด' ของอิหร่าน
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวข้องกับ เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติสิงคโปร์ M/V Ever Lovely ซึ่งถูกโดรนฆ่าตัวตายของอิหร่านโจมตีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ขณะกำลังออกจากช่องแคบตามแนวชายฝั่งโอมาน การโจมตีครั้งนี้ทำให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติต้องหยุดปฏิบัติการอพยพชั่วคราว
องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ประมาณการว่ามีทุ่นระเบิดประมาณ 80 ลูก ยังคงอยู่ในเส้นทางเดินเรือประวัติศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะในช่องกลางที่เรียกว่า Traffic Separation Scheme สมาคมเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมัน Intertanko ยืนยันว่าพื้นที่ส่วนกลางถูกกีดขวางด้วยทุ่นระเบิดประมาณ 80 ลูก และการเดินเรือตามปกติจะไม่สามารถกลับมาได้จนกว่าทุ่นระเบิดจะถูกเก็บกู้
เนื่องจากอันตรายจากทุ่นระเบิด สงครามอิหร่านนำไปสู่การสร้างเส้นทางเดินเรือทางเลือก 2 เส้นทาง: เส้นทางแรกเลียบชายฝั่งโอมานและประสานงานโดยสหรัฐฯ และอีกเส้นทางหนึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของเตหะราน ซึ่งอยู่ใกล้กับน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตือนว่าเรือที่แล่นนอกเส้นทางที่กำหนดนั้น 'อันตรายอย่างยิ่งและเป็นสิ่งต้องห้าม' พร้อมขู่จะดำเนินการกับเรือที่ละเลยคำสั่ง
จำนวนเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเลือกปิดสัญญาณ AIS (Automatic Identification System) หรือ 'Going Dark' มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปิดสัญญาณนี้ทำให้การติดตามเรือทำได้ยากขึ้น และอาจทำให้ตัวเลขการจราจรจริงต่ำกว่าความเป็นจริง
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การเดินเรือ Kpler ชี้ให้เห็นว่า เรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าเกือบ 62% ที่เดินทางจากอ่าวเปอร์เซียไปยังอินเดีย ปิดสัญญาณ AIS ขณะแล่นผ่านช่องแคบ ตัวเลขนี้ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งข่าว NDTV ของอินเดีย รายงานอื่นๆ ยืนยันว่าการเดินเรือแบบ 'Going Dark' เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ระบุตัวเลข 62% สำหรับเรือที่มุ่งหน้าสู่อินเดียโดยเฉพาะ
สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการสู้รบและฟื้นฟูการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบ ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากการหยุดชะงักนานถึง 110 วัน นับตั้งแต่ความขัดแย้งอิหร่านเริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ในสัปดาห์หลังการหยุดยิง มีการบันทึกการแล่นผ่าน 125 เที่ยว ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวกลับเปราะบาง การโจมตีด้วยโดรนต่อ M/V Ever Lovely เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ได้สร้างความไม่แน่นอนครั้งใหม่ ทำให้แผนอพยพของสหประชาชาติต้องหยุดชะงัก และเรือบรรทุกน้ำมันบางลำต้องถอยหลัง ภายในวันที่ 29 มิถุนายน การเดินเรือผ่านช่องแคบก็ชะลอตัวอีกครั้ง โดยมีเรือสินค้าเพียง 12 ลำที่แล่นผ่านในวันอาทิตย์ ลดลงจาก 29 ลำในวันเสาร์
ช่องแคบยังคงเปิดอยู่ แต่จำนวนเรือที่ใช้ช่องแคบยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามมาก การปรากฏตัวของทุ่นระเบิด ความเสี่ยงจากการโจมตีด้วยโดรนเพิ่มเติม และเส้นทางเดินเรือที่แข่งขันกันระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการกลับสู่สภาวะปกติ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การจราจรทางเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างรุนแรง เหลือเพียง 12 ลำในวันเดียว (ปลาย มิ.ย.
การจราจรทางเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างรุนแรง เหลือเพียง 12 ลำในวันเดียว (ปลาย มิ.ย. เรือสินค้าที่มุ่งหน้าสู่อินเดียมากถึง 62% ถูกปิดสัญญาณ AIS (Automatic Identification System) หรือ 'Going Dark' เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากอิหร่าน
มีทุ่นระเบิดประมาณ 80 ลูกกีดขวางเส้นทางเดินเรือหลัก (Traffic Separation Scheme) ส่งผลให้เกิดเส้นทางเดินเรือทางเลือก 2 เส้นทาง คือ เส้นทางเลียบชายฝั่งโอมานภายใต้การประสานงานของสหรัฐฯ และเส้นทางฝั่งอิหร่านภายใต้การควบคุ...