วันที่ 29 มิถุนายน 2026 ปารากวัยสร้างประวัติศาสตร์ เอาชนะเยอรมนี แชมป์โลก 4 สมัย 4 3 ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 1 1 ในเวลา 120 นาที ที่สนามบอสตัน สเตเดียม รัฐแมสซาชูเซตส์ ถือเป็นพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 [1... ไฮไลท์สำคัญ: ฆูลิโอ เอนซิโซ โหม่งให้ปารากวัยขึ้นนำ 1 0 นาทีที่ 42 ไค ฮาแวร์ตซ์ ตีเสมอ 1 1 นาทีที...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What happened during the 2026 World Cup round-of-32 match between Germany and Paraguay, including. Article summary: On June 29, 2026, Paraguay stunned four-time world champion Germany 4-3 on penalties after a 1-1 draw in the World Cup round of 32 at Boston Stadium in Foxborough, Massachusetts, in what was widely called the biggest ups. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
วันที่ 29 มิถุนายน 2026 ปารากวัยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพลิกล็อกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 หลังจากเอาชนะเยอรมนี แชมป์โลก 4 สมัย 4-3 ในการดวลจุดโทษ หลังจากเสมอกัน 1-1 ในเวลา 120 นาที ที่สนามบอสตัน สเตเดียม ในเมืองฟ็อกซ์โบโร รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
ปารากวัยขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 42 เมื่อ ฆูลิโอ เอนซิโซ โหม่งลูกโด่งทะลวงมือผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี ทำให้ทีมชาติปารากวัย (La Albirroja) ขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก
เยอรมนีตอบโต้เร็วในครึ่งหลัง ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงตีเสมอให้ทีมชาติเยอรมนีเป็น 1-1 ในนาทีที่ 54
ตลอดทั้งเกม เยอรมนีครองบอลมากถึง 75% และยิงมากกว่า 21-7 ครั้ง แต่ไม่สามารถยิงประตูชัยได้ทั้งในเวลา 90 นาทีและช่วงต่อเวลาพิเศษ
เหตุการณ์สำคัญที่สุดของเกมนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 101 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อ โจนาธาน ตาร์ กองหลังเยอรมนี โหม่งลูกเตะมุมของ นาธาเนียล บราวน์ เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้เยอรมนีนำ 2-1
นักเตะเยอรมนีวิ่งฉลองประตู แต่ผู้ตัดสินได้หยุดเกมเพื่อตรวจสอบ VAR หลังจากตรวจสอบผ่านมอนิเตอร์ ผู้ตัดสิน จาลาล จาเหย็ด ตัดสินว่า เวลเดมาร์ อันตัน กองหลังเยอรมนี ได้สัมผัสใบหน้าหรือศีรษะของผู้รักษาประตูปารากวัยโอเรนโด กิล ก่อนที่บอลจะถึงตาร์ ทำให้เป็นการฟาวล์ผู้รักษาประตู
ทำให้ประตูของตาร์ถูกยึดคืน และเกิดข้อถกเถียงอย่างมาก The Independent รายงานว่าการตัดสินใจ "ทิ้งรสขม" เนื่องจากภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นเพียงการสัมผัสที่เบามาก Darren Cann นักวิเคราะห์ผู้ตัดสินของ BBC ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ โดยกล่าวว่ามี "แทบไม่มีการสัมผัส"
หลังจากเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาที การแข่งขันต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ
โอเรนโด กิล ผู้รักษาประตูปารากวัย เซฟจุดโทษสำคัญถึง 2 ครั้ง และ โฮเซ กานาเล กองหลังปารากวัย ยิงจุดโทษเดธแมตช์เป็นประตูชัย ปิดเกมด้วยสกอร์ 4-3 สำหรับฝ่ายเยอรมนี ไค ฮาแวร์ตซ์, นิค โวลเตอมาเดอ และ โจนาธาน ตาร์ ยิงพลาดในการดวลจุดโทษ
นี่คือความปราชัยในการดวลจุดโทษฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเยอรมนี โดยก่อนหน้านี้พวกเขาชนะในการดวลจุดโทษฟุตบอลโลกมาแล้ว 4 ครั้งรวด การตกรอบครั้งนี้ถือเป็นความล้มเหลวในรอบน็อคเอาท์ครั้งที่ 3 ติดต่อกันของเยอรมนี ต่อจากที่ตกรอบแบ่งกลุ่มในปี 2018 และ 2022 และทำให้ตำแหน่งของ จูเลียน นาเกลส์มันน์ ผู้จัดการทีมสั่นคลอนทันที
นี่คือชัยชนะที่ประวัติศาสตร์ — เป็นการคว้าชัยในรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 และเป็นการจบสถิติที่ไม่สามารถยิงประตูในรอบน็อคเอาท์ 5 ครั้งติดต่อกัน ผลการแข่งขันครั้งนี้ถูกยกย่องให้เป็น "ชั่วโมงที่ดีที่สุดของปารากวัย" และเป็นการพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลกปี 2026
อินเดียทูเดย์ เรียกมันว่า "ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังของประเทศ"
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วันที่ 29 มิถุนายน 2026 ปารากวัยสร้างประวัติศาสตร์ เอาชนะเยอรมนี แชมป์โลก 4 สมัย 4 3 ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 1 1 ในเวลา 120 นาที ที่สนามบอสตัน สเตเดียม รัฐแมสซาชูเซตส์ ถือเป็นพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 [1...
วันที่ 29 มิถุนายน 2026 ปารากวัยสร้างประวัติศาสตร์ เอาชนะเยอรมนี แชมป์โลก 4 สมัย 4 3 ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 1 1 ในเวลา 120 นาที ที่สนามบอสตัน สเตเดียม รัฐแมสซาชูเซตส์ ถือเป็นพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 [1... ไฮไลท์สำคัญ: ฆูลิโอ เอนซิโซ โหม่งให้ปารากวัยขึ้นนำ 1 0 นาทีที่ 42 ไค ฮาแวร์ตซ์ ตีเสมอ 1 1 นาทีที่ 54 ประตูของโจนาธาน ตาร์ ในนาทีที่ 101 ถูก VAR ริบ เนื่องจากฟาวล์ผู้รักษาประตู โอเรนโด กิล สุดท้ายปารากวัยชนะจุดโทษ 4 3...
ผลการแข่งขันครั้งนี้คือความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษฟุตบอลโลกครั้งแรกของเยอรมนี และเป็นการตกรอบน็อคเอาท์ครั้งที่ 3 ติดต่อกัน [4][5]