DeepSeek พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เปิดตัว DSpark เฟรมเวิร์ก speculative decoding แบบโอเพนซอร์สเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 และ DeepSpec โค้ดเบสแบบเต็มสแต็ก [6][7][10] DSpark ไม่ใช่โมเดลใหม่ แต่เป็นโมดูลเสริมที่ใช้ดราฟต์โมเดลน้ำหนักเบาสร้าง tokens ก่อน แล้วให้โมเดลหลักตรวจสอบเป็นชุด เพิ่มความเร็ว 60 85% สำหรับ V4...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the key details of DeepSeek's open-source DSpark speculative decoding framework released. Article summary: Here are the key details, fully sourced:. Topic tags: general, academic, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 DeepSeek ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้เปิดตัว DSpark เฟรมเวิร์ก speculative decoding แบบโอเพนซอร์ส ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วการทำงานของ LLM โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังเปิดตัวโค้ดเบสแบบเต็มสแต็กสำหรับฝึกและประเมินผลที่ชื่อว่า DeepSpec พร้อมทั้ง model checkpoints ของ DeepSeek-V4-Flash และ V4-Pro ที่ผสาน DSpark ไว้แล้ว กระดาษเทคนิคชื่อ "DSpark: Confidence-Scheduled Speculative Decoding with Semi-Autoregressive Generation" มีชื่อของ Liang Wenfeng ซีอีโอของ DeepSeek ร่วมเป็นผู้เขียน
DSpark ไม่ใช่โมเดลฐานตัวใหม่ แต่มันคือโมดูลเสริมที่นำ speculative decoding มาใช้กับ checkpoint เดิม กลไกหลักคือ: ดราฟต์โมเดลแบบ semi-autoregressive ที่มีขนาดเล็กและเบาจะสร้าง tokens ตัวเลือกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นโมเดลหลักจะตรวจสอบ tokens เหล่านั้นเป็นชุด — แทนที่จะสร้างทีละ token วิธีนี้เรียกว่า speculative decoding ซึ่งเป็นเทคนิคที่ Google Research เริ่มนำเสนอในปี 2023 และได้รับการปรับปรุงต่อโดยเฟรมเวิร์กต่างๆ เช่น SpecInfer, Medusa และ EAGLE
DSpark นำเสนอองค์ประกอบใหม่ที่เรียกว่า confidence-scheduled speculative decoding ระบบจะตัดสินใจแบบพลวัตว่าจะคาดเดาจำนวน tokens เท่าใดโดยพิจารณาจากระดับความเชื่อมั่น ซึ่งช่วยลดการคำนวณตรวจสอบที่สิ้นเปลือง โดยแทนที่ระบบ MTP-1 (Multi-Token Prediction) รุ่นก่อนหน้าของ DeepSeek-V4 ในการใช้งานจริง
DSpark ถูกใช้งานในระบบ production ของ DeepSeek-V4 ที่รองรับการใช้งานของผู้ใช้จริงในบริการ DeepSeek-V4-Flash preview และ DeepSeek-V4-Pro preview อยู่แล้ว ด้วยปริมาณงานรวมของระบบที่เท่ากัน DSpark มอบความเร็วในการสร้างผลลัพธ์ต่อผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระบบ MTP-1 เดิม ดังนี้
| โมเดล | ความเร็วการสร้างผลลัพธ์ต่อผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น |
|---|---|
| DeepSeek-V4-Flash | เร็วกว่า 60% ถึง 85% |
| DeepSeek-V4-Pro | เร็วกว่า 57% ถึง 78% |
ผลลัพธ์เหล่านี้มาจาก การรับส่งข้อมูลผู้ใช้จริง ไม่ใช่การวัดประสิทธิภาพแบบสังเคราะห์ ภายใต้ข้อจำกัดด้านดีเลย์ที่เข้มงวด DSpark สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาปริมาณงานที่ลดลงอย่างรวดเร็ว (throughput cliff) ที่ระบบเก่าเผชิญ และผลักดันขอบเขต Pareto frontier ของระบบให้ดีขึ้น ในการทดสอบหนึ่งที่ตั้งเป้าหมาย 120 tokens/วินาที/ผู้ใช้ สำหรับ V4-Flash ระบบ MTP-1 เกือบถึงขีดจำกัดแล้ว ในขณะที่ DSpark มอบข้อได้เปรียบด้านปริมาณงานสูงถึง 661%
DSpark ออกแบบมาให้ ใช้ได้กับหลายโมเดล (model-agnostic) กระดาษเทคนิคแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพกับสถาปัตยกรรมที่ไม่ใช่ของ DeepSeek: บน Qwen3-4B, Qwen3-8B และ Qwen3-14B นั้น DSpark ปรับปรุง macro-average accepted length ได้ 30.9%, 26.7% และ 30.0% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับระบบ Eagle3 เมื่อเทียบกับดราฟต์โมเดลแบบขนานอย่าง DFlash ก็ยังมีข้อได้เปรียบที่ 16.3%, 18.4% และ 18.3% สำหรับ Qwen3 ขนาดเดียวกัน DSpark ยังคงเป็นผู้นำบน Gemma4-12B อีกด้วย ที่น่าสังเกตคือ การกำหนดค่า DSpark แบบ 2 เลเยอร์ ทำได้ดีกว่าการกำหนดค่า DFlash แบบ 5 เลเยอร์
การขยายความยาวของดราฟต์จาก 4 เป็น 16 tokens เพิ่มดีเลย์ต่อรอบเพียง 0.2–1.3% ในขณะที่ accepted length ดีขึ้นถึง 30%
นอกเหนือจาก DSpark แล้ว DeepSeek ยังได้เปิดตัว DeepSpec ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กแบบเต็มสแต็กสำหรับฝึกและประเมินผล speculative decoding โดยรวมการใช้งานของ Eagle3, DFlash และ DSpark เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถ:
กระดาษ โค้ด และน้ำหนักโมเดลถูกโฮสต์ในพื้นที่เก็บ deepseek-ai/DeepSpec บน GitHub และ Hugging Face
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 DeepSeek ประกาศว่าการเปิดตัว DeepSeek V4 รุ่นทางการ ถูกกำหนดไว้ในช่วง กลางเดือนกรกฎาคม 2026 พร้อมกันนี้ DeepSeek จะแนะนำ โครงสร้างราคา API แบบ Peak และ Off-Peak (ตามช่วงเวลา) :
สำหรับ V4-Flash ราคาในช่วง Peak จะเพิ่มเป็นสองเท่าจาก 0.02 หยวน เป็น 0.04 หยวน (cache hit), 1 หยวน เป็น 2 หยวน (cache miss) และ 2 หยวน เป็น 4 หยวน (output) ต่อล้าน tokens DeepSeek ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ "จัดสรรทรัพยากรอย่างมีเหตุผลและปรับปรุงเสถียรภาพของบริการ" ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมล 24 ชั่วโมงก่อนที่การเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บเงินจะมีผล การเปลี่ยนแปลงราคานี้ ประกอบกับการเร่งความเร็วจาก DSpark ส่งสัญญาณถึงความพยายามของ DeepSeek ในการสร้างสมดุลระหว่างการสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ (หลังระดมทุนประมาณ 500,000 ล้านหยวน) และการปล่อยโอเพนซอร์สอย่างต่อเนื่องและรุนแรง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
DeepSeek พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เปิดตัว DSpark เฟรมเวิร์ก speculative decoding แบบโอเพนซอร์สเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 และ DeepSpec โค้ดเบสแบบเต็มสแต็ก [6][7][10]
DeepSeek พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เปิดตัว DSpark เฟรมเวิร์ก speculative decoding แบบโอเพนซอร์สเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 และ DeepSpec โค้ดเบสแบบเต็มสแต็ก [6][7][10] DSpark ไม่ใช่โมเดลใหม่ แต่เป็นโมดูลเสริมที่ใช้ดราฟต์โมเดลน้ำหนักเบาสร้าง tokens ก่อน แล้วให้โมเดลหลักตรวจสอบเป็นชุด เพิ่มความเร็ว 60 85% สำหรับ V4 Flash และ 57 78% สำหรับ V4 Pro จากข้อมูลผู้ใช้จริง [4][6][7][9]
DSpark ทำงานกับโมเดลอื่นๆ ได้ เช่น Qwen3 และ Gemma4 โดยเพิ่ม macro average accepted length 26 31% [4][7][17]