อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมิน ไม่ใช่การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินโดยตรง และ CZ เองก็เคยตั้งคำถามต่อความแม่นยำของตัวเลขนี้
ในการให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ช่วงปลายเดือนมิถุนายน CZ ระบุว่าตลาดคริปโตในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ไม่ได้อ่อนตัวลงเพราะเหตุการณ์เดียว แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่
เขายังกล่าวในหลายโอกาสว่าวัฏจักรดั้งเดิมของ Bitcoin ยังไม่หายไป ส่วน “Super Cycle” ที่เคยคาดหวังอาจล่าช้าออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้น
CZ แสดงมุมมองเชิงบวกต่อฟิลิปปินส์ในฐานะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเติบโต โดย Binance ได้ทำความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ BlockShoals Technologies บริษัทฟินเทคของฟิลิปปินส์ เพื่อดำเนินงานภายใต้ StratBox หรือพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ (Philippine SEC)
โครงสร้างความร่วมมือนี้กำหนดให้ BlockShoals ทำหน้าที่เป็นตัวกลางท้องถิ่นที่ได้รับอนุมัติ ขณะที่ Binance สนับสนุนเทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย การดำเนินงาน และโครงสร้างด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
ในงาน Philippine Blockchain Week 2026 ฟิลิปปินส์ SEC ระบุว่ากำลังขยาย StratBox เพื่อรองรับการทดสอบการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้เป็นโทเคน หรือ Real-World Asset Tokenization โดยมี Binance ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี
ทั้งนี้ การเข้าร่วม Sandbox ไม่ได้เท่ากับการได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างสมบูรณ์ ผู้เข้าร่วมยังต้องผ่านกระบวนการกำกับดูแลและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนให้บริการในวงกว้าง
CZ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางของสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนียช่วง ปลายปี 2024 หลังรับโทษจำคุก 4 เดือนจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยความลับทางธนาคารของสหรัฐฯ หรือ Bank Secrecy Act
ในช่วง 17 เดือนหลังจากพ้นโทษ Forbes ระบุว่าความมั่งคั่งของเขาเพิ่มขึ้นราว 47,000 ล้านดอลลาร์ จากประมาณ 63,000 ล้านดอลลาร์ เป็นประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมีนาคม 2026
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ CZ ถูกจัดให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในอุตสาหกรรมคริปโต และเป็นหนึ่งในคนประมาณ 20 คนทั่วโลกที่มีทรัพย์สินมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
แม้ Forbes จะจัดให้เขาอยู่ในกลุ่มมหาเศรษฐีระดับแสนล้านดอลลาร์ แต่ CZ เคย โต้แย้งต่อสาธารณะ ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจไม่แม่นยำ
เขาระบุว่า Forbes ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการถือครองทรัพย์สินส่วนตัวของเขาโดยตรง รวมถึงข้อมูลทางการเงินภายในของ Binance ดังนั้นตัวเลขจึงน่าจะเป็นการอนุมานจากความเคลื่อนไหวของตลาด สัดส่วนการถือครองที่ทราบต่อสาธารณะ และประมาณการปริมาณการซื้อขายของแพลตฟอร์ม
ด้าน Forbes ยืนยันว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินที่สมเหตุสมผล โดยอิงจากสัดส่วนการถือหุ้น Binance และการถือครองโทเคน BNB ที่เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะ
CZ อธิบาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act ว่าเป็น “กฎหมายเชิงยุทธวิธี” ซึ่งมีความสำคัญ แต่ยังมีขอบเขตจำกัด
เขาย้ำว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการผลักดันกฎหมายคริปโต ขณะที่วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis เตือนว่า หาก CLARITY Act ไม่สามารถผ่านทั้งสองสภาก่อนการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน โอกาสที่เป็นไปได้จริงครั้งถัดไปอาจต้องรอถึงปี 2030
CZ มองว่า GENIUS Act ซึ่งวางกรอบระดับรัฐบาลกลางสำหรับ Stablecoin และ CLARITY Act เป็นกฎหมาย 2 ฉบับที่มีนัยสำคัญที่สุดต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ในขณะนี้
จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ยังไม่พบแหล่งข้อมูลโดยตรงที่ยืนยันประเด็นต่อไปนี้
ดังนั้น ทั้ง 3 ประเด็นควรถูกมองว่าเป็นข้อมูลที่ยังอยู่ในระดับเก็งกำไร จนกว่าจะมีแหล่งข่าวปฐมภูมิหรือคำแถลงจาก CZ ที่ตรวจสอบได้
พัฒนาการของ CZ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 สะท้อนภาพ 2 ด้านของตลาดคริปโตอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือความมั่งคั่งที่พุ่งขึ้นตามการประเมินมูลค่า Binance และสินทรัพย์ดิจิทัล แต่อีกด้านหนึ่งคือตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากกระแส AI ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และวัฏจักร Bitcoin
นอกจากเรื่องตัวเลขทรัพย์สินแล้ว การเคลื่อนไหวผ่าน StratBox ในฟิลิปปินส์ยังชี้ให้เห็นว่า Binance กำลังให้ความสำคัญกับการขยายตลาดผ่านพันธมิตรท้องถิ่นและกรอบกำกับดูแล มากกว่าการเดินหน้าโดยไม่ผ่านระบบใบอนุญาต ขณะที่ทิศทางกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ จะยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม