เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ปูตินยืนยันว่าจะต้อนรับทูตสหรัฐฯ วิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ที่มอสโก ต่อเมื่อสหรัฐฯ จัดการข้อขัดแย้งกับอิหร่านเสร็จสิ้น พร้อมปฏิเสธข้อเสนอของยูเครนที่ให้ลดระดับความรุนแรงในสงคราม ปูตินยอมรับเป็นครั้งแรกว่ารัสเซียกำลังเผชิญ 'ปัญหาขาดแคลน' เชื้อเพลิง จากการโจมตีของโดรนยูเครนที่โรงกลั่นน้ำมัน พร้อมเสนอให้เ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did Russian President Vladimir Putin say on June 28 about expecting US envoys Steve Witkoff. Article summary: ### 1. Putin's June 28 comments on expected US envoys and Ukraine talks. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ของรัฐ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายประการ ทั้งการเจรจาสันติภาพที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง การเดินหน้าสงครามในยูเครน และความเสียหายทางเศรษฐกิจจากโดรนโจมตีของยูเครน ต่อไปนี้คือบทสรุปพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงและบริบทที่เกี่ยวข้อง
ในการสัมภาษณ์ ปูตินกล่าวว่าเครมลินคาดหวังให้ทูตสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ เดินทางไปยังมอสโกเพื่อเจรจายุติสงครามในยูเครนต่อไป แต่เขาได้กำหนดเงื่อนไขว่าการเยือนนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยุติข้อขัดแย้งกับอิหร่านก่อนเท่านั้น โดยสอดคล้องกับคำแถลงก่อนหน้านี้ของเครมลินว่าทูตจะเดินทางถึงหลังจากมีการลงนามบันทึกข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน "เราพร้อมที่จะเจรจาต่อไป และหารือในรายละเอียดและรูปแบบ — ถ้าไม่ใช่ข้อตกลง อย่างน้อยก็ประเด็นที่พูดคุยกันที่แองเคอเรจ" ปูตินกล่าว โดยอ้างถึงการเจรจาครั้งก่อนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ในวันเดียวกัน ปูตินส่งสัญญาณว่าท่าทีของรัสเซียแข็งกร้าวขึ้น ตามรายงานของรอยเตอร์ เขากล่าวว่ารัสเซียจะเดินหน้าเป้าหมายในสนามรบเพื่อยึดครองสี่แคว้นของยูเครนทั้งหมด โดยปฏิเสธสิ่งที่เขาเรียกว่าข้อเสนอใหม่ของยูเครนที่จะลดระดับความรุนแรงของสงคราม ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน เขาปฏิเสธการพบปะโดยตรงกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะเอ่ยชื่อ โดยเรียกเพียงว่า "ผู้เขียน" จดหมายเปิดผนึก
คำกล่าวของปูตินเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน อ้างถึงปฏิสัมพันธ์ทางการทูตหลายครั้งก่อนหน้านี้ รวมถึง การสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ระหว่างปูตินกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งทั้งสองหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีและความขัดแย้งในยูเครน รวมถึงการพบปะแบบพบหน้ากันในมอสโกก่อนหน้านี้ ทั้งการเจรจายาวเกือบห้าชั่วโมงกับวิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ในเดือนธันวาคม 2568 และการพบกันของปูตินกับวิตคอฟฟ์ในเดือนมกราคม 2569
ปูตินเสนอว่าประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกแห่งเบลารุส ซึ่งเขาได้พูดคุยด้วยเป็นเวลาสองวันในสัปดาห์นั้น อาจช่วยเหลือในการเจรจาสันติภาพได้ ข้อเสนอนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับเคียฟ ยูเครนปฏิเสธอย่างต่อเนื่องที่จะใช้เบลารุสและรัสเซียเป็นสถานที่เจรจา ประธานาธิบดีเซเลนสกีระบุว่าการเจรจาไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในมอสโกหรือมินสค์ และยูเครนพร้อมที่จะพบปะในดินแดนใดก็ได้ยกเว้นสหพันธรัฐรัสเซียและเบลารุส
เหตุผลก็คือ ยูเครนมองว่าเบลารุสเป็นรัฐผู้รุกรานร่วมที่ยินยอมให้ใช้ดินแดนของตนเป็นฐานในการเปิดฉากการรุกรานของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
ปูตินกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกลุ่มแข็งกร้าวในประเทศ ตามการวิเคราะห์ของรอยเตอร์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นักชาตินิยมรัสเซียโกรธแค้นต่อการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน และไม่พอใจกับสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่ล้มเหลวของสหรัฐฯ ในการเป็นนายหน้าให้สงครามยุติในเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อรัสเซีย เสียงเหล่านี้เรียกร้องให้ปูตินสละการไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ และขยายสงคราม โดยบางคนถึงกับเรียกร้องให้มีการระดมพลเต็มรูปแบบ การทำลายย่านรัฐบาลของเคียฟ และพิจารณาใช้อาวุธนิวเคลียร์
บางทีสิ่งที่โดดเด่นที่สุดจากคำกล่าวของปูตินเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนคือการยอมรับวิกฤตเชื้อเพลิงในประเทศ เป็นครั้งแรกที่เขากล่าวว่ารัสเซียกำลังเผชิญกับ "ปัญหาขาดแคลน" เชื้อเพลิง เนื่องจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนที่โรงกลั่นน้ำมัน เขาสัญญาว่าจะเสริมการป้องกันโรงงานน้ำมันและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน พร้อมกับกล่าวว่าความเสียหายนั้น "ไม่ถึงขั้นวิกฤต"
นี่ไม่ใช่ความคิดเห็นที่โดดเดี่ยว เมื่อ วันที่ 12 มิถุนายน ปูตินยอมรับว่าการโจมตีด้วยโดรนที่เพิ่มขึ้นของยูเครนกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมรัสเซีย โดยกล่าวว่าเป้าหมายของพวกเขาคือ "สร้างความสับสน" และทำลายเศรษฐกิจ เมื่อ วันที่ 23 มิถุนายน เขายอมรับว่าการรณรงค์โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของยูเครนบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้คือ "การทำให้สังคม destabilize"
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานของรัสเซียยอมรับว่าบริษัทในภาคเชื้อเพลิงและพลังงาน "ประสบปัญหาการโจมตีทางอากาศของศัตรูเพิ่มขึ้น" ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านอุปทานชั่วคราว และการผลิตน้ำมันลดลงเนื่องจาก "การบำรุงรักษาที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า" ที่โรงกลั่น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ปูตินยืนยันว่าจะต้อนรับทูตสหรัฐฯ วิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ที่มอสโก ต่อเมื่อสหรัฐฯ จัดการข้อขัดแย้งกับอิหร่านเสร็จสิ้น พร้อมปฏิเสธข้อเสนอของยูเครนที่ให้ลดระดับความรุนแรงในสงคราม
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ปูตินยืนยันว่าจะต้อนรับทูตสหรัฐฯ วิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ที่มอสโก ต่อเมื่อสหรัฐฯ จัดการข้อขัดแย้งกับอิหร่านเสร็จสิ้น พร้อมปฏิเสธข้อเสนอของยูเครนที่ให้ลดระดับความรุนแรงในสงคราม ปูตินยอมรับเป็นครั้งแรกว่ารัสเซียกำลังเผชิญ 'ปัญหาขาดแคลน' เชื้อเพลิง จากการโจมตีของโดรนยูเครนที่โรงกลั่นน้ำมัน พร้อมเสนอให้เบลารุสช่วยเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพ ซึ่งเคียฟปฏิเสธ
นักเหยี่ยวรัสเซียกดดันปูตินให้สละเส้นทางการทูตสหรัฐฯ และขยายสงคราม รวมถึงเรียกร้องให้ใช้แสนยานุภาพนิวเคลียร์ หลังโดรนยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย