ในขณะเดียวกัน การถือครอง Bitcoin มหาศาลของ Strategy ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง กลับกลายเป็นแหล่งของ ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Paper Loss) อย่างมหาศาล เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บริษัทถือครอง Bitcoin ถึง 713,502 BTC โดยมีต้นทุนการซื้อรวมประมาณ 59.02 พันล้านดอลลาร์ การที่บริษัทเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานบัญชี Fair-Value Accounting ในปี 2025 ได้บีบให้บริษัทต้องรับรู้ความผันผวนของราคาเหล่านี้ในงบกำไรขาดทุน ซึ่งส่งผลเสียหายอย่างรุนแรง
:
ปีเตอร์ ชิฟฟ์ เน้นย้ำว่าหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ต้องการให้ Bitcoin ปรับตัวขึ้นประมาณ 30% ต่อปี เพียงเพื่อให้ครอบคลุมเงินปันผล 11.5% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ประสิทธิภาพของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อ Strategy ขาย Bitcoin จำนวน 32 เหรียญ (มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นการขาย Bitcoin ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 และถือเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาของ Michael Saylor ที่ว่า"จะไม่ขาย" โดยตรง
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 Rosen Law Firm ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายชั้นนำด้านสิทธิ์นักลงทุน ประกาศเปิดการสอบสวนข้อกล่าวหาทางหลักทรัพย์ต่อ Strategy Inc. และประธานกรรมการบริหาร Michael Saylor การสอบสวนครอบคลุมหลักทรัพย์หลายประเภทของ Strategy ทั้งหุ้นสามัญ MSTR และหุ้นบุริมสิทธิ์ STRF, STRC, STRK และ STRD โดย Rosen Law Firm กำลังตรวจสอบว่าบริษัทและ Saylor อาจออกข้อมูลทางธุรกิจที่ "ทำให้เข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ" แก่นักลงทุนหรือไม่
จุดสนใจหลักอยู่ที่หุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ที่ Saylor เคยให้คำมั่นสัญญาผลตอบแทนที่แน่นอน ซึ่งตอนนี้มูลค่าได้ร่วงลงไปแล้วถึงกว่า 25%
นักวิเคราะห์มองว่าการสอบสวนนี้ไม่ได้เป็นเพียงลมปาก แต่บ่งชี้ถึงความเสียหายทางกฎหมายที่กำลังจะเกิดขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
ไมค์ โนโวกราตซ์ (Mike Novogratz) ซีอีโอของ Galaxy Digital ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า วิกฤตของ Strategy คือตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ Bitcoin ร่วงลง เขาบรรยายสถานการณ์นี้ว่าเป็น "การพังทลายของความเชื่อมั่นที่นำโดย MicroStrategy" และเป็นมากกว่าราคา Bitcoin เพราะตลาดกำลังประเมินความยั่งยืนของโมเดลทางการเงินทั้งหมดของ Michael Saylor ใหม่ เขาระบุว่าระดับราคา 59,000-60,000 ดอลลาร์เป็นแนวรับที่ "วิกฤต" ซึ่งหากหลุดลงไปจะเปิดทางให้ Bitcoin ร่วงต่อไปยังเป้าหมาย 45,000 ดอลลาร์
ปีเตอร์ ชิฟฟ์ (Peter Schiff) นักวิจารณ์ Bitcoin ตัวยงและผู้สนับสนุนทองคำ ได้เปรียบเทียบวิกฤตครั้งนี้กับเหตุการณ์ FTX ล่มสลาย โดยชิฟฟ์เตือนว่า การล่มสลายของ Strategy จะสร้างความเสียหายต่อ Bitcoin มากกว่า FTX เสียอีก เหตุผลของเขาคือ Strategy ถือครอง Bitcoin กว่า 843,000 เหรียญ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 76% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่อยู่ในงบดุลของบริษัทมหาชน ทำให้การเทขายที่ถูกบีบบังคับ (Forced Unwind) จะส่งผลกระทบร้ายแรงกว่าการฉ้อโกงของ FTX อย่างเทียบกันไม่ติด
เขายังเรียกโครงสร้างหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ว่าเป็น "โมเดลแชร์ลูกโซ่ลูกผสม" ที่อาจเข้าสู่ภาวะ "Death Spiral"
นักลงทุนและนักวิเคราะห์กำลังจับตามองระดับราคา Bitcoin ที่สำคัญเหล่านี้: