Bitcoin ร่วงแตะ 60,000 ดอลลาร์ในปลายเดือนมิถุนายน 2026 ผลักดันให้ 10.83 ล้าน BTC หรือกว่า 54% ของอุปทานหมุนเวียน เข้าสู่สถานะขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทุบสถิติทุกช่วงขาลงที่ผ่านมา นักลงทุนระยะยาว (Long Term Holders) ถือ BTC ขาดทุนถึง 5.58 ล้านเหรียญ ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากช่วงโควิด 19 ระบาดในเ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused over half of all Bitcoin (10.83 million BTC, ~54% of supply) to be held at a loss as. Article summary: Below is a comprehensive, evidence-backed verification of every major claim in your question. All inline citations come from the search results.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Ma
ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ตลาดหมีของ Bitcoin ได้ถึงจุดที่น่าเป็นห่วง: Bitcoin มากกว่าครึ่งหนึ่งที่หมุนเวียนอยู่ในระบบกำลังถูกถือครองอยู่ในภาวะขาดทุน หรือที่เรียกกันว่า 'ติดดอย' โดยข้อมูลจาก Glassnode เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน บันทึกไว้ว่ามี 10.83 ล้าน BTC (ประมาณ 54% ของอุปทานหมุนเวียน ~20 ล้านเหรียญ) ที่กำลัง 'จมอยู่ใต้น้ำ' ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล แซงหน้าสถิติเดิมที่ประมาณ 10.5 ล้าน BTC ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวัฏจักรขาลงของปี 2019, 2020 และ 2022
สถิตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว สาเหตุหลักมาจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 126,198 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนแทบทุกคนต่ำกว่าราคาตลาด ส่งผลให้เกิดการ 'ยอมจำนน' หรือ Capitulation ครั้งใหญ่ในหมู่นักถือ นักลงทุนสถาบัน และเมตริกบนเครือข่าย (On-Chain) ต่างๆ
สาเหตุนั้นตรงไปตรงมา ในวันที่ 24 มิถุนายน 2026 Bitcoin ร่วงลงมาอยู่ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์เป็นครั้งที่สามของปี และแตะระดับต่ำสุดที่ 59,023.98 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ภายในวันที่ 25 มิถุนายน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 59,100 ดอลลาร์ และความเสียหายบนเครือข่ายก็ปรากฏชัดทันที โดยเมตริก Total Supply in Loss ของ Glassnode ซึ่งนับเหรียญทุกเหรียญที่มีการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดในราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน พุ่งสูงขึ้นสถิติเป็น 10.83 ล้าน BTC
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะร่วงลงลึกที่สุด เหรียญที่ขาดทุน (~10.5 ล้าน) ก็มีจำนวนแซงหน้าเหรียญที่ทำกำไร (~9.8 ล้าน) ได้เป็นครั้งแรกในรอบนี้ ขณะที่ Bitcoin ซื้อขายใกล้ระดับ 61,300 ดอลลาร์ และในวันที่ 10 มิถุนายน การวิเคราะห์ของ CryptoQuant ชี้ให้เห็นว่าประมาณ 51.6% ของอุปทาน BTC ทั้งหมดอยู่ในภาวะขาดทุน ซึ่งเป็นการกระโดดขึ้นอย่างรุนแรงจากระดับ 34% เมื่อเดือนก่อนหน้า
สัญญาณที่บ่งบอกถึงความตึงเครียดได้ดีที่สุดน่าจะมาจากกลุ่มนักลงทุนที่ 'เหนียวแน่น' ที่สุดของ Bitcoin: นักลงทุนระยะยาว หรือ Long-Term Holders (LTHs) ซึ่ง Glassnode ให้คำจำกัดความว่าคือที่อยู่ที่ถือเหรียญมาเป็นเวลาอย่างน้อย 155 วัน ภายในวันที่ 25 มิถุนายน LTHs ถือ 5.58 ล้าน BTC ที่กำลังขาดทุน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากจุดสูงสุดในช่วงวิกฤต COVID-19 ในเดือนมีนาคม 2020 ที่ประมาณ 5.6 ล้าน BTC
นี่คือกลุ่มนักลงทุนที่โดยปกติแล้วจะถือเหรียญผ่านความผันผวนต่างๆ การที่พวกเขาต้องแบกรับอุปทานที่ขาดทุนอยู่มากขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการถือครองทั้งหมดของ LTHs ทำสถิติสูงสุดที่ 14.8 ล้าน BTC (ประมาณ 75% ของอุปทานหมุนเวียน) ตอกย้ำให้เห็นว่าราคาที่ลดลงนั้นรุนแรงและกินวงกว้างแค่ไหน ก่อนหน้านี้ในต้นเดือนมิถุนายน ตัวเลขนี้อยู่ที่ 5.3 ล้าน BTC ซึ่งหมายความว่าจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อราคาลึกลงไปอีกในช่วงปลายเดือน
Spent Output Profit Ratio (SOPR) เป็นเมตริกที่วัดว่าเหรียญที่ถูกเคลื่อนย้าย (ขาย) นั้นกำลังทำกำไรหรือขาดทุน ค่าที่อ่านได้สูงกว่า 1.0 หมายถึงเหรียญโดยเฉลี่ยถูกขายไปโดยได้กำไร ส่วนค่าต่ำกว่า 1.0 หมายถึงถูกขายไปโดยขาดทุน
จากข้อมูลของ KuCoin พบว่า ค่าเฉลี่ย 30 วันของ Long-Term Holder SOPR ของ Bitcoin อยู่ที่ 0.88 ณ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำกว่าเส้น盈亏平衡 (break-even) ที่ 1.0 อย่างมาก ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ มันได้อยู่ต่ำกว่า 1.0 เป็นจำนวน 87 ใน 176 วันซื้อขายของปี 2026 โดยแบ่งเป็นสองช่วงเวลาที่แตกต่างกัน: ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 27 เมษายน และตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนเป็นต้นมา (ซึ่ง ณ วันที่ 26 มิถุนายนเป็นวันที่ 24 ของการวิ่งต่อเนื่อง)
รายงาน ChainCheck ช่วงกลางเดือนมิถุนายนจาก VanEck ได้เพิ่มรายละเอียดอีกชั้น: ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Losses) พุ่งขึ้น +78% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนเป็น 714 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่กำไรที่เกิดขึ้นจริง (Realized Profit) ร่วงลง -57% เหลือ 194 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรต่อขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Profit/Loss Ratio) ลดลงต่ำกว่า 1.0 อย่างมาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Bitcoin ร่วงแตะ 60,000 ดอลลาร์ในปลายเดือนมิถุนายน 2026 ผลักดันให้ 10.83 ล้าน BTC หรือกว่า 54% ของอุปทานหมุนเวียน เข้าสู่สถานะขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทุบสถิติทุกช่วงขาลงที่ผ่านมา
Bitcoin ร่วงแตะ 60,000 ดอลลาร์ในปลายเดือนมิถุนายน 2026 ผลักดันให้ 10.83 ล้าน BTC หรือกว่า 54% ของอุปทานหมุนเวียน เข้าสู่สถานะขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทุบสถิติทุกช่วงขาลงที่ผ่านมา นักลงทุนระยะยาว (Long Term Holders) ถือ BTC ขาดทุนถึง 5.58 ล้านเหรียญ ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากช่วงโควิด 19 ระบาดในเดือนมีนาคม 2020
เมตริก SOPR (Spent Output Profit Ratio) ซึ่งวัดว่ามีการขายทำกำไรหรือขาดทุน กว่า 87 ใน 176 วันซื้อขายของปี 2026 อยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่ง 1.0 บ่งชี้ว่าการขาดทุนกระจายเป็นวงกว้าง