หุ้น SpaceX (SPCX) พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 225.64 ดอลลาร์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 จากนั้นร่วงหนักประมาณ 24% ในสามวันทำการ สูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ [4][18] ดีล IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ทำให้ Elon Musk กลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินระดับล้านล้านดอลลาร์ [2...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused SpaceX's stock to drop more than 24% from its record close after its June 2025 IPO, a. Article summary: Here is the fact-checked, sourced breakdown of what drove SpaceX's post-IPO stock decline and the concerns tied to its $25 billion bond issuance.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts.
SpaceX (ticker SPCX) สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยกำหนดราคาหุ้น IPO ที่ 135 ดอลลาร์ และเปิดเทรดครั้งแรกใกล้ 150 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 4 วันทำการ หุ้นก็พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 225.64 ดอลลาร์ ทำให้ Elon Musk กลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินระดับล้านล้านดอลลาร์ และทำให้ SpaceX แซงหน้า Amazon และ Microsoft ในแง่มูลค่าตลาด
แล้วจรวดก็เสียแรงขับ ภายในวันที่ 23 มิถุนายน หุ้นร่วงลงมากกว่า 24% จากจุดสูงสุด มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์ และบางรายงานประมาณการว่าสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงสามวัน กำไรทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจาก IPO หายไปจนเกือบหมด
อะไรทำให้เกิดการพลิกกลับครั้งใหญ่ และเหตุใดดีลพันธบัตรมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ของ Elon Musk ถึงกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้เกิดการถกเถียงว่าตลาดทุนโลกกำลังเข้าสู่ 'เขตฟองสบู่' หรือไม่
การร่วงลงมากกว่า 24% ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว แต่เกิดจาก 4 ปัจจัยหลักที่มาบรรจบกันภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์
ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากราคาเปิดภายในไม่กี่วัน จากนั้นก็เกิดการกลับตัวอย่างรุนแรงเมื่อกระแสเก็งกำไรเริ่มซาลงและนักลงทุนช่วงแรกเริ่มทำกำไร ด้วยจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้จริง (free float) เพียง 4.2% ของหุ้นทั้งหมดในวันแรก ทำให้สภาพคล่องต่ำ และเป็นปัจจัยที่ทำให้ทั้งช่วงขึ้นและลงมีความรุนแรงมากขึ้น
CNBC รายงานว่าการปรับตัวลงติดต่อกันสามวันทำให้มูลค่าตลาดหายไป 4 แสนล้านดอลลาร์
ในวันที่ 16 มิถุนายน SpaceX ประกาศซื้อกิจการ Anysphere ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเครื่องมือเขียนโค้ด AI ชื่อ Cursor มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเป็นหุ้นทั้งหมด นักลงทุนไม่พอใจกับรูปแบบการจ่ายด้วยหุ้น เนื่องจากมองว่าจะทำให้หุ้น dilution เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับนักลงทุนที่เพิ่งซื้อหุ้นในตลาดเปิดหลังจาก IPO
การประกาศนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าทำไมบริษัทที่เพิ่งระดมทุนได้ถึง 7.5-8.6 หมื่นล้านดอลลาร์จาก IPO ถึงต้องมาซื้อกิจการขนาดใหญ่ทันที
ในวันที่ 22-23 มิถุนายน SpaceX ยืนยันแผนการขายพันธบัตรครั้งแรก โดยเริ่มต้นตั้งเป้าไว้ที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่สุดท้ายขายได้ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็น 5 ชุด อายุตั้งแต่ปี 2031 ถึง 2056 และอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 5.35% ถึง 6.65% หุ้นของ SpaceX ร่วงลงถึง 16.4% ในวันที่ 22 มิถุนายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาด
นักวิเคราะห์ชี้ว่าความกังวลเกี่ยวกับภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากหนี้ก้อนใหม่และความเสี่ยงจากการที่หุ้นของนักลงทุนเดิมจะพ้นระยะเวลาห้ามขาย (lock-up) ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเป็นปัจจัยสำคัญ
ความน่าสนใจของวัตถุประสงค์ในการออกพันธบัตรคือการนำเงินไปรีไฟแนนซ์หนี้ต้นทุนสูงที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อ X (ชื่อเดิม Twitter) ของ Elon Musk ในปี 2022 และเงินกู้ดอกเบี้ยสูงจาก xAI ซึ่งเป็นแล็บ AI นักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการ IPO และขายพันธบัตรนี้เป็นการโยกย้ายหนี้ส่วนตัวของ Elon Musk มาไว้ในงบดุลของ SpaceX ทำให้บริษัทมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของ Starlink และการพึ่งพาสัญญาของภาครัฐ
การปรับตัวลงของ SpaceX ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง มันสอดคล้องกับการปรับตัวลงในวงกว้างของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI หุ้น Alphabet มีการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปีในวันจันทร์เดียวกับที่ SpaceX สูญเสียมูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคยิ่งกดดันตลาดและทำให้การปรับตัวลงของ SpaceX รุนแรงขึ้น
แม้ตลาดหุ้นจะตื่นตระหนก แต่การขายพันธบัตรก็ประสบความสำเร็จในแง่การดำเนินงาน แต่มันเผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างนักลงทุนหุ้นที่กำลังเมามัน กับนักลงทุนพันธบัตรที่ระมัดระวังกว่ามาก
ดีมานด์มหาศาล ราคาที่ระมัดระวัง คำสั่งซื้อพันธบัตรพุ่งสูงถึง 8.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าเงินที่ระดมได้ถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์มาก อย่างไรก็ตาม พันธบัตรถูกกำหนดราคาให้มีส่วนต่าง (spread) สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถึง 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งกว้างกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกันประมาณ 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ Bloomberg รายงานว่าสิ่งนี้สะท้อนว่าตลาดพันธบัตรกำลังใช้มุมมองที่ระมัดระวังมากกว่าตลาดหุ้น
ผลงานในตลาดรองอ่อนแอ ภายในไม่กี่วันหลังการออก พันธบัตรของ SpaceX ต้องเผชิญกับแรงขายที่ผิดปกติ ส่วนต่างเครดิต (credit spread) กว้างขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นเกือบจะลบกำไรก่อนหน้านี้ ผู้สังเกตการณ์ตลาดชี้ว่าเกิดจากการ 'ถอนเงินร้อนอย่างเข้มข้น ความผันผวนของตลาดหุ้น และความกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินสดติดลบ' Morningstar รายงานว่าเจ้าหนี้เริ่มแสดงความกังวลต่อพันธบัตรอายุยาวของ SpaceX ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีการตรวจสอบการใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้น
ในวันที่สำคัญวันหนึ่ง มีสามในสิบพันธบัตรที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นของ SpaceX แต่พวกมันซื้อขายในทิศทางที่อ่อนแอลง ไม่ใช่แข็งแกร่งขึ้น
ภาวะขาดทุนของ xAI เพิ่มความเสี่ยง การออกพันธบัตรนี้ยังสนับสนุน xAI โดยที่ xAI รายงานรายได้ 3.2 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา แต่มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าตลาดเครดิตกำลังสนับสนุนธุรกิจที่มีกระแสเงินสดติดลบ
การออกพันธบัตรครั้งนี้กระตุ้นให้เกิดความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับตลาดที่ร้อนแรง Ludovic Subran CIO ของ Allianz Group เตือนว่าความสามารถของ SpaceX ในการออกพันธบัตรมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ทันทีหลังจาก IPO ที่ทำสถิติโลก ทั้งที่บริษัทมีเงินสดสำรองอยู่แล้ว เป็นสัญญาณว่าตลาดทุนโลกกำลังอยู่ใน 'เขตฟองสบู่' เขาอธิบายถึงสถานการณ์ที่ 'ไม่มีข้อตกลงไหนแย่เกินไปอีกแล้ว' Subran กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็น 'การเปลี่ยนจากการขยายตัวอย่างมีสุขภาพดีไปสู่การขยายตัวที่ยืดเยื้อจนเกินพอดี'
นักวิเคราะห์คนอื่นก็ร่วมแสดงความกังวลด้วย Keith Snyder นักวิเคราะห์จาก CFRA แสดงความกังวลเกี่ยวกับ 'ความเร่งด่วนของบริษัทในการลงทุนเงินทุนอย่างชาญฉลาด' ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Susquehanna และ KeyBanc ได้เตือนถึงสมมติฐานการเติบโตที่ก้าวร้าวและมูลค่าหุ้นที่อาจสูงเกินไป
ข้อมูลจาก Ortex บ่งชี้ว่าการชอร์ตหุ้น SpaceX เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
การร่วงลงมากกว่า 24% เป็นรูปแบบคลาสสิกของ 'ซื้อข่าวลือ ขายข่าว' หลังจากกระแสเก็งกำไร IPO ที่รุนแรง ประกอบกับการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ที่เจือจางมูลค่าหุ้น การออกพันธบัตรมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ที่สร้างความกังวลเรื่องภาระหนี้ และการปรับตัวลงของตลาดเทคโนโลยี การออกพันธบัตรเองทำให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือด: คำสั่งซื้อมหาศาล แต่ราคาและความอ่อนแอในตลาดรองเผยให้นักลงทุนพันธบัตรระมัดระวังตัวมากกว่านักลงทุนหุ้น เสียงเตือนจากนักลงทุนชั้นนำอย่าง CIO ของ Allianz บอกว่าทั้งหมดนี้คืออาการของตลาดที่ร้อนแรงเกินไปและใกล้จะเป็นฟองสบู่
สำหรับนักลงทุน คำถามหลักยังคงอยู่ที่ว่ารายได้จากอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และสัญญายิงจรวดของรัฐบาลสหรัฐฯ จะเพียงพอต่อการรองรับการใช้จ่ายมหาศาลของ xAI จนกว่าธุรกิจ AI จะพึ่งพาตนเองได้หรือไม่ หุ้นที่ปรับตัวลงไปแล้วประมาณ 31% จากจุดสูงสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกประการ นั่นคือช่วงเวลาล็อค-up ที่เหลื่อมกัน ซึ่งอาจปล่อยหุ้นนับล้านหุ้นของนักลงทุนเดิมเข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หุ้น SpaceX (SPCX) พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 225.64 ดอลลาร์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 จากนั้นร่วงหนักประมาณ 24% ในสามวันทำการ สูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ [4][18]
หุ้น SpaceX (SPCX) พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 225.64 ดอลลาร์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 จากนั้นร่วงหนักประมาณ 24% ในสามวันทำการ สูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ [4][18] ดีล IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ทำให้ Elon Musk กลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินระดับล้านล้านดอลลาร์ [2][19]
สาเหตุหลักของการร่วงคือการประกาศออกพันธบัตรมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อกิจการ Anysphere ด้วยหุ้นทั้งหมดมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และแรงเทขายในตลาดเทคโนโลยีโดยรวม [6][14][23]
Loading comments...
Comments
0 comments