CBF ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการถึงฟีฟ่าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 หนึ่งวันหลังการแข่งขัน จดหมายที่ส่งถึงประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน มีข้อเรียกร้องเฉพาะสองข้อ:
การร้องเรียนนี้โดดเด่นเป็นพิเศษเพราะบราซิลชนะเกมนั้น 3-0 และผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม C ไปแล้ว ซึ่งตอกย้ำว่า CBF รู้สึกอย่างรุนแรงเพียงใดว่าความไม่สม่ำเสมอนี้คุกคามความสมบูรณ์ของการแข่งขัน
จดหมายของ CBF อ้างถึงประตูแรกของลิโอเนล เมสซี่ ในเกมที่อาร์เจนตินาเอาชนะออสเตรีย 2-0 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เป็นแบบอย่างสำคัญ ในจังหวะนั้น เมสซี่เข้าไปกดดันกองหลังออสเตรีย ดูเหมือนมีการปะทะกัน แย่งบอลมาได้ และยิงประตู ซึ่งเป็นประตูที่ 17 ในฟุตบอลโลกของเขาที่ทำลายสถิติ
VAR ตรวจสอบจังหวะนั้นสั้นๆ แต่ปล่อยให้ประตูยืนยันต่อไปโดยไม่มีการกลับคำตัดสิน
CBF โต้แย้งว่าทั้งสองจังหวะนั้นเหมือนกันโดยเนื้อแท้: กองหน้าเข้าไปกดดันกองหลัง แย่งบอล และยิงประตู ความแตกต่างนี้ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกทั้งในบราซิล สหราชอาณาจักร อินเดีย และสหรัฐอเมริกา
นักวิจารณ์รวมถึงปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเดนมาร์กและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้กล่าวต่อสาธารณะว่าประตูของเมสซี่ในเกมกับออสเตรียก็ไม่ควรยืนยันเช่นกัน โดยโต้แย้งว่ามาตรฐานฟาวล์เดียวกันถูกนำไปใช้อย่างไม่สม่ำเสมอ
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกตัวในฟุตบอลโลก 2026 แหล่งข่าวหลายแห่งชี้ให้เห็นถึงรูปแบบที่เพิ่มมากขึ้น:
CBF ยื่นการร้องเรียนเพราะเชื่อว่า VAR ใช้มาตรฐานที่เข้มงวดกว่ากับวินิซิอุส จูเนียร์ (เรียกฟาวล์, ลบล้างประตู) เมื่อเทียบกับจังหวะที่เกือบจะเหมือนกันของลิโอเนล เมสซี่ ในเกมกับออสเตรีย (ไม่เรียกฟาวล์, ปล่อยให้ประตูอยู่) สมาพันธ์ฯ ต้องการให้ฟีฟ่าบังคับใช้เกณฑ์ VAR ที่สม่ำเสมอในทุกทีม และถอดผู้ตัดสินเซซาร์ รามอส ออกจากเกมที่เหลือของบราซิล เหตุการณ์นี้ได้ขยายการถกเถียงในวงกว้างว่า VAR ถูกนำไปใช้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกันในฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่