Ethereum ดิ่งต่ำกว่า $1,650 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 จากแรงกดดันหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ ETF Spot ไหลออกเป็นประวัติการณ์ 17 วันติดต่อกัน, วาฬที่เงียบไป 7 ปีเทขาย 27,585 ETH มูลค่า 44.8 ล้านดอลลาร์ และภาวะตลาดที่ห... ปัจจัยหลักไม่ใช่เหตุการณ์เดียว แต่เกิดจาก 4 แรงกดดันพร้อมกัน: การไถ่ถอน ETF จากสถาบันต่อเนื่อง,...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused Ethereum to slide below $1,650 this week, and what key factors — including the scale. Article summary: Ethereum’s recent slide appears to reflect a combination of aggressive ETF outflows, crowded leveraged positioning, renewed whale activity, and a broader risk-off backdrop — with available reports pointing to multiple pr. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
การที่ Ethereum (ETH) ร่วงต่ำกว่าระดับ $1,650 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 ไม่ใช่การดิ่งลงจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากแรงกดดันหลายอย่างที่มาพร้อมกัน ทั้งการไหลออกของ Spot ETF ที่ทำสถิติใหม่, การบังคับขาย Long Positions (Liquidation), การเทขายของวาฬที่เงียบหายไปนาน และบรรยากาศการลงทุนแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) ต่อไปนี้คือรายละเอียดของแรงกดดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเทขายครั้งนี้
แรงกดดันที่ต่อเนื่องที่สุดมาจาก Spot Ethereum ETF ของสหรัฐฯ ซึ่งมีการไหลออกสุทธิติดต่อกันถึง 16 ถึง 17 วัน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน โดยการไหลเข้าสุทธิครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ETH ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 จากการถอนเงินจาก ETF ที่ทำลายสถิติ ซึ่งรวมกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อ่อนแอลงและภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ย่ำแย่ ทำให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ทั่วตลาด
ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มียอดไหลออกสุทธิ $30.24 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 25 มิถุนายนเพียงวันเดียว
แม้ว่า BitMine จะเพิ่ม ETH จำนวน 126,971 เหรียญเข้าในคลังของตนในสัปดาห์เดียวกัน แต่แรงขายจาก ETF ก็ครอบงำตลาด
ปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญคือการกระจุกตัวของ Long Positions แบบมีเลเวอเรจที่ระดับแนวรับ $1,648 ข้อมูลจาก Coinglass แสดงให้เห็นว่าการร่วงลงต่ำกว่า $1,648 จะทำให้เกิดการ Liquidation Long Positions ประมาณ $674 ล้านดอลลาร์ จากการแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์ที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้เกิดการเทขายแบบลูกโซ่ ในวันที่ 23 มิถุนายน มูลค่า Liquidation ของ ETH รวมอยู่ที่ $28.26 ล้าน โดย 98.7% เป็น Long Positions
ตลาดสกุลเงินดิจิทัลโดยรวมอ่อนแอลงอย่างกว้างขวางในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 มิถุนายน โดยมีการ Liquidation สกุลเงินดิจิทัลประมาณ $1.8 พันล้านในช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Long Positions ขณะที่ Bitcoin เข้าใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน
ข้อมูล On-Chain เผยให้เห็นการเคลื่อนไหวของวาฬหลายตัวที่เพิ่มแรงกดดันในการขาย:
กระเป๋าเงินที่ติดป้ายว่า 0x0965 กลับมาทำธุรกรรมอีกครั้งหลังจากไม่ได้ใช้งานมานานถึง 7 ปี และขาย ETH ออกไป 27,585 เหรียญภายใน 48 ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่าประมาณ $44.8 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ $1,625 ต่อเหรียญ โดยมีกำไรประมาณกว่า $39 ล้านดอลลาร์ วาฬตัวนี้เดิมซื้อ ETH มาด้วยมูลค่าประมาณ $5.72 ล้าน และยังคงถือ ETH มากกว่า 22,000 เหรียญหลังการขาย
วาฬอีกรายหนึ่งที่เงียบไป 3 ปี กลับมาโผล่อีกครั้ง โดยฝาก ETH 20,000 เหรียญ (มูลค่าประมาณ $33.28 ล้าน) เข้าไปใน Aave V3 เพื่อกู้ยืม USDT จำนวน 30 ล้านดอลลาร์ จากนั้นวาฬได้ใช้ Stablecoin ที่กู้มาเพื่อซื้อ ETH เพิ่มอีก 17,826 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ย $1,683 ทำให้ holdings รวมเพิ่มขึ้นเป็น 56,380 ETH ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า $94 ล้าน การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการสะสมแบบใช้ Leverage มากกว่าการขายแบบตรงๆ แต่ก็เป็นสัญญาณว่าเจ้าของเงินรายใหญ่กำลังดำเนินการเชิงรุกในตลาดที่เปราะบาง
นอกจากนี้ยังมีวาฬอีกรายที่กู้ยืม ETH รวมทั้งสิ้น 44,389 เหรียญจาก Aave เพื่อขายในตลาด Spot ซึ่งมีมูลค่าประมาณ $80.56 ล้าน ถือเป็นการกระจายเหรียญอย่างเป็นระบบ
นอกเหนือจากปัจจัยเฉพาะของคริปโทฯ แล้ว ภาวะเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้างยังทำให้ความอยากรับความเสี่ยงลดลง อัตราเงินเฟ้อ CPI ที่ยังคงอยู่ที่ 3.8% และภาวะ Chip Rout ทั่วโลก ทำให้เงินทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทในวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความอ่อนแอของตลาดคริปโทฯ รายงานระบุว่าการลดลงของคริปโทฯ ในวงกว้างนั้นเกิดจากการไหลออกของสถาบันและแรงกดดันภายนอก มากกว่าที่จะเป็นปัจจัยเร่งจากคริปโทฯ เพียงปัจจัยเดียว
การร่วงลงต่ำกว่า $1,650 เป็นผลมาจากการไหลออกของ ETF อย่างต่อเนื่อง, Long Positions ที่แออัด, ธุรกรรมขนาดใหญ่ของวาฬที่ตื่นจากหลับไหลในช่วงที่สภาพคล่องบางเบา และบรรยากาศ Risk-Off ในวงกว้าง ซึ่งทั้งหมดมากระทบความเชื่อมั่นของ Ethereum พร้อมกัน แม้ว่ากิจกรรมของวาฬบางส่วนจะสะท้อนถึงการสะสมมากกว่าการกระจาย แต่การรวมกันของปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความเชื่อมั่นยังคงเปราะบาง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน Ethereum ซื้อขายอยู่ใกล้ $1,670 ซึ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน และยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการไถ่ถอน ETH ETF อย่างต่อเนื่อง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Ethereum ดิ่งต่ำกว่า $1,650 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 จากแรงกดดันหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ ETF Spot ไหลออกเป็นประวัติการณ์ 17 วันติดต่อกัน, วาฬที่เงียบไป 7 ปีเทขาย 27,585 ETH มูลค่า 44.8 ล้านดอลลาร์ และภาวะตลาดที่ห...
Ethereum ดิ่งต่ำกว่า $1,650 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 จากแรงกดดันหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ ETF Spot ไหลออกเป็นประวัติการณ์ 17 วันติดต่อกัน, วาฬที่เงียบไป 7 ปีเทขาย 27,585 ETH มูลค่า 44.8 ล้านดอลลาร์ และภาวะตลาดที่ห... ปัจจัยหลักไม่ใช่เหตุการณ์เดียว แต่เกิดจาก 4 แรงกดดันพร้อมกัน: การไถ่ถอน ETF จากสถาบันต่อเนื่อง, การ unwind ของ Long ที่มีเลเวอเรจสูง, ธุรกรรมวาฬขนาดใหญ่ที่ตื่นจากหลับไหล และบรรยากาศ Risk Off จากเศรษฐกิจมหภาค
Loading comments...
Comments
0 comments