ตุรกี เอาชนะ สหรัฐอเมริกา 3 2 จากประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ คาน อายฮาน (Kaan Ayhan) ในนัดสุดท้ายกลุ่ม D ที่สนามโซไฟ สเตเดียม (SoFi Stadium) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 [3][4][7] ปอเช็ตติโน (Pochettino) เปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องนักเตะที่มีใบเหลือง 4 คน (ไทเลอร์ อดัมส์, โฟลาริน บาโลกุน, คริส ริชาร์...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What happened in the Turkey vs. USA World Cup 2026 group-stage match at SoFi Stadium, including t. Article summary: Turkey beat the United States 3–2 on a dramatic stoppage-time winner by Kaan Ayhan in the final Group D match in Inglewood, California, on June 25, 2026 [3][4][7]. The U.S. had already secured the group with six points, . Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ทีมชาติสหรัฐอเมริกา (USMNT) เดินทางมาถึงสนามโซไฟ สเตเดียม ในวันที่ 25 มิถุนายน 2026 โดยการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่ม D ไว้แล้ว หลังชนะสองนัดรวดจากปารากวัยและออสเตรเลีย แต่แมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่เจอกับตุรกี ซึ่งตกรอบไปแล้ว กลับจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างดราม่า 3-2 ทำลายสถิติไร้พ่ายของทีมชาติสหรัฐฯ และเปิดโปงจุดอ่อนในแนวรับก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน (Mauricio Pochettino) เปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงถึง 9 ตำแหน่ง โดยพักผู้เล่นหลักเกือบทั้งหมด สาเหตุหลักคือการจัดการใบเหลือง: ไทเลอร์ อดัมส์ (Tyler Adams), โฟลาริน บาโลกุน (Folarin Balogun), คริส ริชาร์ดส์ (Chris Richards) และแอนโทนี โรบินสัน (Antonee Robinson) ต่างติดใบเหลืองมาคนละหนึ่งใบ หากพวกเขาถูกใบเหลืองอีกครั้งในรอบแบ่งกลุ่ม จะถูกแบนในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
อาการบาดเจ็บของคริสเตียน พูลิซิช (Christian Pulisic) ก็เป็นอีกปัจจัยในการเลือกผู้เล่น กองหน้าชาวอเมริกันของเอซี มิลานพลาดการลงเล่นครึ่งหลังของเกมชนะปารากวัย และทั้งเกมที่ชนะออสเตรเลีย เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่น่องซ้าย เขาประกาศว่าตัวเองพร้อมลงเล่นในวันพุธ
และลงมาเป็นตัวสำรองในเกมกับตุรกี
ปอเช็ตติโนกล่าวก่อนเกมว่านักเตะทั้งสี่คนที่เสี่ยงโดนใบเหลืองจะถูกพัก ในขณะที่พูลิซิชจะต้องประเมินสภาพร่างกายจนถึงวันแข่งขัน ผลที่ได้คือไลน์อัพแนวทดลองที่รวมถึงกองหลังตัวสำรองอย่างออสตัน ทรัสตี และมิดฟิลด์เซบาสเตียน แบร์ฮอลเตอร์ ซึ่งทั้งคู่ทำประตูได้
ทีมสหรัฐฯ ที่หมุนเวียนผู้เล่นเสียถึงสามประตู รวมถึงสองประตูภายใน 31 นาทีแรก ประตูแรกของตุรกีตามมาในอีกเพียงเจ็ดนาทีหลังจากทรัสตีทำประตูขึ้นนำ และยิลมาซพาตุรกีนำก่อนหมดครึ่งแรก
จังหวะชี้ขาดมาในช่วงท้ายเกม เมื่ออายฮานยิงประตูชัยในนาทีสุดท้ายของเกม จากการเล่นลูกตั้งเตะที่เริ่มจากลูกทุ่ม
เดอะการ์เดียน (The Guardian) บรรยายแนวรับของสหรัฐฯ ว่า "พังทลายลงภายใต้ความกดดัน" ในครึ่งแรก จังหวะท้ายเกมนี้เน้นย้ำถึงปัญหาการป้องกันที่ทีมชาติสหรัฐฯ ต้องแก้ไข ก่อนเข้าสู่รอบแพ้คัดออก
ทีมชาติสหรัฐฯ จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติ 2-1-0 มี 6 คะแนน และคว้าแชมป์กลุ่ม D ก่อนการแข่งขันนัดนี้ ความพ่ายแพ้นัดนี้เป็นนัดแรกของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์ แต่ไม่ได้ส่งผลต่ออันดับในกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้หมายถึงสหรัฐฯ จะเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ด้วยฟอร์มที่แพ้ติดต่อกัน แม้จะคว้าอันดับหนึ่งของกลุ่ม D ได้ ในด้านบวก นักเตะที่เสี่ยงโดนใบเหลืองได้รับการปกป้องจากการโดนใบเหลืองใบที่สองในรอบแบ่งกลุ่ม และพูลิซิชก็มีโอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองเช่นกัน
ทีมชาติสหรัฐฯ จะพบกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (Bosnia and Herzegovina) ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยความผิดพลาดในแนวรับ โดยเฉพาะการเสียประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากการเล่นลูกตั้งเตะ ปอเช็ตติโนมีปัญหาให้ต้องแก้ไขอย่างชัดเจน ก่อนเกมดังกล่าว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ตุรกี เอาชนะ สหรัฐอเมริกา 3 2 จากประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ คาน อายฮาน (Kaan Ayhan) ในนัดสุดท้ายกลุ่ม D ที่สนามโซไฟ สเตเดียม (SoFi Stadium) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 [3][4][7]
ตุรกี เอาชนะ สหรัฐอเมริกา 3 2 จากประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ คาน อายฮาน (Kaan Ayhan) ในนัดสุดท้ายกลุ่ม D ที่สนามโซไฟ สเตเดียม (SoFi Stadium) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 [3][4][7] ปอเช็ตติโน (Pochettino) เปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องนักเตะที่มีใบเหลือง 4 คน (ไทเลอร์ อดัมส์, โฟลาริน บาโลกุน, คริส ริชาร์ดส์, แอนโทนี โรบินสัน) และจัดการอาการบาดเจ็บน่องของคริสเตียน พูลิซิช [1][17][19][21]
สหรัฐฯ เสียสามประตูภายใน 31 นาทีแรก และเสียประตูชัยจากลูกตั้งเตะในนาทีที่ 98 ส่งสัญญาณเตือนถึงจุดอ่อนเกมรับที่ Pochettino ต้องแก้ไขก่อนพบกับบอสเนียฯ ในรอบ 32 ทีม [6][7]
Loading comments...
Comments
0 comments