VK โต้แย้งเหตุผลของ Apple อย่างหนัก โดยระบุว่า บริษัท “ไม่เคยตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ” และไม่เคยปรากฏอยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวว่า Apple ไม่ได้แจ้งเตือนหรือให้คำอธิบายล่วงหน้า
การถอดแอปครั้งนี้ครอบคลุมบริการหลายประเภทในระบบนิเวศของ VK โดย The Kyiv Independent ยืนยันว่า มีแอปที่ดำเนินการโดยบริษัทโฮลดิ้ง VK หายไปจาก App Store ทั้งหมด 16 รายการ
รายงานจากหลายสำนักข่าวระบุแอปที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
แอปไม่ได้หายไปพร้อมกันทั้งหมด โดยช่วงแรก VK Music, VK Messenger และ VK Video ถูกถอดออกก่อน จากนั้นแอป VKontakte ซึ่งเป็นบริการหลักจึงหายไปในเวลาต่อมา
แอปเหล่านี้ไม่สามารถดาวน์โหลดจาก App Store ได้ทั่วโลก ไม่ได้จำกัดเฉพาะ App Store ในรัสเซีย ผู้ที่ติดตั้งแอปไว้ใน iPhone หรืออุปกรณ์ Apple แล้วอาจยังใช้งานต่อได้ แต่หากลบแอป เปลี่ยนอุปกรณ์ หรือไม่สามารถเข้าถึงแอปเดิมได้ ก็จะไม่สามารถดาวน์โหลดกลับจาก App Store ได้อีก
VK เรียกการถอดแอปว่า “ไม่มีที่มาและยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” พร้อมกล่าวหาว่า Apple ดำเนินการฝ่ายเดียวโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือคำอธิบาย บริษัทยังเตือนผู้ใช้ iPhone ว่า การแจ้งเตือนแบบพุชของแอป VK จะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
เครมลินและทางการรัสเซีย เรียกร้องให้ Apple ชี้แจงภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ กระทรวงการพัฒนาดิจิทัลของรัสเซียระบุว่า การถอดแอปเป็น “การตัดสินใจที่มีแรงจูงใจทางการเมือง” และกล่าวว่า Apple ยังไม่ได้มอบเหตุผลทางกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการดังกล่าว
กระทรวงฯ ระบุว่า ยังไม่ได้ “รับคำอธิบายที่มีเหตุผลจาก Apple เกี่ยวกับข้อกำหนดด้านมาตรการคว่ำบาตร” และอ้างว่าการตรวจสอบโดยสำนักงานกฎหมายของสหรัฐฯ ไม่พบเหตุผลที่ทำให้ต้องบล็อกบริการของ VK
ในอีกด้านหนึ่ง ทางการรัสเซียกำลังส่งเสริมให้ประชาชนดาวน์โหลดและใช้งาน MAX แอปส่งข้อความที่ VK พัฒนาขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อเป็นทางเลือกแทนแพลตฟอร์มตะวันตก กฎหมายของรัฐบาลกลางรัสเซียที่ผ่านในปี 2025 กำหนดให้ติดตั้ง MAX ไว้ล่วงหน้าในสมาร์ตโฟนทุกเครื่องที่วางจำหน่ายในประเทศ
การถอดแอป VK ในเดือนมิถุนายน 2026 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งที่สามในความขัดแย้งที่ทวีความเข้มข้นขึ้น โดย Apple ต้องรับแรงกดดันจากทั้งมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกและคำขอจากรัฐบาลรัสเซีย
ขณะเดียวกัน Apple ก็ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลรัสเซียในการถอดแอปออกจาก App Store ของรัสเซียเช่นกัน โดยเฉพาะแอป VPN ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการที่ถูกจำกัดการใช้งานได้
ภาพรวมนี้สะท้อนว่า Apple กำลังดำเนินการสองด้านพร้อมกัน คือถอดแอปของรัสเซียเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และถอดแอปส่วนใหญ่เป็น VPN เพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องด้านการควบคุมเนื้อหาของรัฐบาลรัสเซีย การถอดชุดแอป VK ในปี 2026 จึงเป็นกรณีที่โดดเด่นที่สุดของการดำเนินการตามมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่การถอดแอปตามคำสั่งเครมลินเพิ่มจากระดับไม่กี่รายการต่อปีเป็นมากกว่า 1,000 รายการต่อปี
สำหรับผู้ใช้ iPhone ในรัสเซีย ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ แอปที่เคยดาวน์โหลดไว้อาจยังเปิดใช้งานได้ แต่ไม่สามารถอัปเดตหรือติดตั้งใหม่ผ่าน App Store ได้ และการแจ้งเตือนแบบพุชของบริการ VK บน iOS จะไม่รองรับอีกต่อไป
ส่วนผู้ใช้ Android ในรัสเซียยังไม่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากแอป VK ยังคงมีให้ดาวน์โหลดผ่าน Google Play Store
กล่าวโดยสรุป เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการถอดแอปโซเชียลเน็ตเวิร์กหนึ่งรายการ แต่เป็นการหายไปของบริการจำนวนมาก ตั้งแต่โซเชียลมีเดีย อีเมล วิดีโอ เพลง ไปจนถึงการส่งข้อความในคราวเดียว และตอกย้ำว่า App Store กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลจากทั้งมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและการควบคุมอินเทอร์เน็ตภายในรัสเซีย