Huawei เสนอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยับจากการสร้างรายได้ด้วยปริมาณข้อมูล หรือ “ไบต์” ไปสู่การสร้างรายได้จาก “โทเคน” ซึ่งเป็นหน่วยการประมวลผลของ AI พร้อมเปิดตัวโซลูชัน AI Optical Network จำนวน 10 รายการ [17][22][24][25] Huawei และ China Mobile Hubei ทดสอบการเร่งความเร็วการอนุมาน AI บนเครือข่ายจริงของจีน และรายงานว่าป...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What key strategies did Huawei and ZTE unveil at MWC Shanghai 2026 for telecom operators to monet. Article summary: Here are the key findings from MWC Shanghai 2026 (June 24–26), sourced from official company announcements, GSMA materials, and industry reporting.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts
งาน MWC Shanghai 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ผู้ให้บริการเครือข่ายไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยลดต้นทุนอีกต่อไป แต่กำลังหาวิธีเปลี่ยนเวิร์กโหลด AI ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่
Huawei, ZTE และ Nokia ต่างนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน และรูปแบบธุรกิจสำหรับยุคเครือข่ายอัจฉริยะ ขณะที่ GSMA ผลักดันความร่วมมือแบบเปิดเพื่อสร้าง AI ที่เข้าใจงานโทรคมนาคมโดยเฉพาะ
แนวคิดหลักของ Huawei ในงานนี้คือ เมื่อ AI เข้ามาเป็นผู้ใช้งานเครือข่ายรายใหญ่ โมเดลการคิดค่าบริการแบบเดิมที่อิงปริมาณข้อมูล หรือ “ไบต์” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ให้บริการควรหันมาสร้างรายได้จาก “โทเคน” ซึ่งเป็นหน่วยการคำนวณที่ใช้ในการอนุมานของ AI และการทำงานของ AI agent
เพื่อรองรับแนวทางดังกล่าว Huawei นำเสนอกลยุทธ์ Service-Network-Compute Integration ที่เชื่อมบริการอัจฉริยะ เครือข่ายซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับ AI และระบบจัดเก็บข้อมูลกับการประมวลผลประสิทธิภาพสูงเข้าด้วยกัน เป้าหมายคือช่วยให้โอเปอเรเตอร์สร้างมูลค่าได้ทั้งจากทราฟฟิกแบบเดิมและเวิร์กโหลด AI
ผลิตภัณฑ์และการสาธิตสำคัญที่ Huawei นำเสนอ ได้แก่
Yang Chaobin ผู้บริหารของ Huawei เสนอสูตร “5G-A x AI” เป็นแนวทางยกระดับกลยุทธ์ของโอเปอเรเตอร์ โดยให้ผู้ให้บริการสร้างรายได้ไม่เพียงจากทราฟฟิกและคุณภาพประสบการณ์บนเครือข่าย แต่รวมถึงบริการ AI โดยตรงด้วย
ZTE นำเสนอ AIR Core แกนเครือข่ายแบบ AI-native ที่รองรับความสามารถของ agentic AI แล้ว แนวทางนี้คือการฝังความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ไว้ในแกนกลางของเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานอัตโนมัติและการส่งมอบเวิร์กโหลด AI
สำหรับโอเปอเรเตอร์ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมี AI เพิ่มเข้ามาเป็นส่วนเสริมเท่านั้น แต่คือการทำให้เครือข่ายสามารถตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงกับการทำงานของระบบอัตโนมัติ ซึ่งอาจเปิดทางไปสู่บริการ AI และการใช้ทรัพยากรเครือข่ายรูปแบบใหม่
โครงการ Open Telco AI ของ GSMA เปิดตัวครั้งแรกที่ MWC Barcelona เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 โดยมี AT&T และ AMD เป็นผู้สนับสนุนก่อตั้ง โครงการนี้มุ่งสร้างรากฐานแบบเปิดสำหรับสิ่งที่ GSMA เรียกว่า “Telco-Grade AI” ซึ่งรวมถึงชุดข้อมูล โมเดลสำหรับโทรคมนาคม และพอร์ทัลชุมชนสำหรับการทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรม
ที่ MWC Shanghai โครงการดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในหัวข้อหลัก โดย GSMA จัดเวที AI Leaders Roundtable และระบุว่า Open Telco AI มีสมาชิกเพิ่มเป็น 46 องค์กรใน 35 ประเทศ ขณะเดียวกัน Selectstar บริษัทจากเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญด้านการประเมินข้อมูล AI ก็เข้าร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการด้านการประเมินข้อมูล
เหตุผลที่ความร่วมมือนี้มีความสำคัญคือ งานปฏิบัติการเครือข่ายคิดเป็น 34% ของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน หรือ OpEx ของโอเปอเรเตอร์ แต่มีการนำ GenAI ไปใช้กับงานส่วนนี้เพียง 16% เท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนช่องว่างระหว่างต้นทุนก้อนใหญ่ของธุรกิจโทรคมนาคมกับการลงทุนด้าน AI ที่มุ่งไปยังจุดนั้นจริง ๆ
อีกหนึ่งฉากหลังสำคัญของการพูดคุยในงานคือเศรษฐศาสตร์ของ AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องระบุว่า DeepSeek เปิดตัวโมเดล V4 ในเดือนเมษายน 2026 ซึ่งเป็นโมเดล Mixture-of-Experts ขนาด 1.6 ล้านล้านพารามิเตอร์ และฝึกด้วยชิป Huawei Ascend กับ Cambricon ที่ผลิตในประเทศจีนทั้งหมด โดยไม่พึ่งพา Nvidia CUDA โมเดลดังกล่าวถูกอธิบายว่ามีต้นทุนแข่งขันได้กับโมเดลปิดชั้นนำจาก OpenAI และ Google DeepMind
ในภาพรวม โมเดล AI จากจีนในไตรมาส 2 ปี 2026 มีราคาต่อโทเคนต่ำกว่าโมเดลแนวหน้าจากสหรัฐฯ ราว 3–10 เท่า ตัวอย่างเช่น Step 3.5 Flash มีราคา 0.10 ดอลลาร์สำหรับอินพุต และ 0.30 ดอลลาร์สำหรับเอาต์พุตต่อหนึ่งล้านโทเคน ซึ่งถูกกว่า GPT-4o ประมาณ 25 เท่า โดยมีความสามารถด้านการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการ AI ของจีนยังครอง 4 ใน 5 อันดับแรกของกระดานจัดอันดับโมเดล AI แบบ open-weight แรงกดดันด้านราคานี้ทำให้ผู้ให้บริการทั่วโลกต้องทบทวนทั้งพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และวิธีคำนวณต้นทุนการให้บริการ
Nokia ประกาศความคืบหน้าหลายด้านที่ MWC Shanghai และงาน DTW26 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่
เมื่อพิจารณารวมกัน ประกาศต่าง ๆ จาก MWC Shanghai 2026 ชี้ให้เห็นแนวโน้มร่วมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างชัดเจน
สารจาก MWC Shanghai 2026 จึงค่อนข้างชัดเจน: ยุค AI มาถึงแล้ว และหน้าต่างโอกาสในการสร้างโมเดลรายได้ใหม่ที่อิงกับโทเคน เอเจนต์ และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะกำลังเปิดออกสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Huawei เสนอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยับจากการสร้างรายได้ด้วยปริมาณข้อมูล หรือ “ไบต์” ไปสู่การสร้างรายได้จาก “โทเคน” ซึ่งเป็นหน่วยการประมวลผลของ AI พร้อมเปิดตัวโซลูชัน AI Optical Network จำนวน 10 รายการ [17][22][24][25]
Huawei เสนอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยับจากการสร้างรายได้ด้วยปริมาณข้อมูล หรือ “ไบต์” ไปสู่การสร้างรายได้จาก “โทเคน” ซึ่งเป็นหน่วยการประมวลผลของ AI พร้อมเปิดตัวโซลูชัน AI Optical Network จำนวน 10 รายการ [17][22][24][25] Huawei และ China Mobile Hubei ทดสอบการเร่งความเร็วการอนุมาน AI บนเครือข่ายจริงของจีน และรายงานว่าปริมาณโทเคนที่ประมวลผลได้เพิ่มขึ้นสูงสุด 372% ในงานอนุมานที่มีลำดับข้อมูลยาว [18]
ZTE นำเสนอ AIR Core แกนเครือข่ายแบบ AI native ที่รองรับความสามารถของ agentic AI เพื่อช่วยให้เครือข่ายทำงานอัตโนมัติและรองรับเวิร์กโหลด AI [2][12]