| 39' | อัชราฟ ฮาคิมิ | กัปตันทีมโมร็อกโกตีเสมอได้ด้วยการยิงด้วยเท้าซ้ายอย่างนิ่ง |
| 43' | วิลสัน อิซิดอร์ | ยิงจากนอกกรอบโกลนเข้าประตู พาเฮติขึ้นนำอีกครั้ง |
| 45'+1 | อิสมาอิล ซาอิบาริ | ตีเสมอให้โมร็อกโกอีกครั้งก่อนจบครึ่งแรก |
| 78' | ซูฟียาน ราฮิมี | ตัวสำรองที่ลงมาเป็นฮีโร่ ยิงนำด้วยลูกยิงที่ไปโดนเปลี่ยนทาง |
| 89' | เกสซิเม ยาสซีน | ปิดท้ายชัยชนะด้วยการยิงเข้าประตู หลังจากราฮิมีจ่ายให้ |
เฮติแพ้สองนัดแรกของกลุ่ม (0-1 vs สกอตแลนด์ และ 0-3 vs บราซิล) และไม่เคยยิงประตูในฟุตบอลโลกได้เลยในประวัติศาสตร์ของพวกเขา พวกเขาเข้าร่วมฟุตบอลโลกหนแรกและหนเดียวคือปี 1974 โดยยิงไม่เข้าเลยสามนัด การทำเข้าประตูตัวเองของบูนูจากความพยายามของเลนนี่ โจเซฟ และการยิงอันสวยงามของวิลสัน อิซิดอร์ ทำให้เฮติทำสองประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
ครึ่งแรกเป็นหนึ่งในครึ่งแรกที่สนุกที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ มีประตูถึง 4 ประตูและการเปลี่ยนผู้นำถึง 2 ครั้ง เฮติเซอร์ไพรส์ด้วยการออกนำเร็ว ลูกยิงของเลนนี่ โจเซฟที่บอลไปโดนส้นเท้าแล้วเปลี่ยนทางทำให้บูนูเข้าประตูตัวเอง
อัชราฟ ฮาคิมิ ตีเสมอได้ในนาทีที่ 39 แต่เพียง 4 นาทีต่อมา เฮติก็ขึ้นนำอีกครั้งจากลูกยิงนอกกรอบอันสวยงามของวิลสัน อิซิดอร์
ก่อนจบครึ่งแรก อิสมาอิล ซาอิบารี ก็ตีเสมอให้โมร็อกโกเป็น 2-2
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากม้านั่งสำรองของโมร็อกโก โค้ชวาลิด เรกรากี เปลี่ยนตัว ซูฟียาน ราฮิมี, อัซเซดีน อูนาฮี และเกสซิเม ยาสซีน ลงมาในนาทีที่ 70 ราฮิมีทำประตูขึ้นนำในนาทีที่ 78 โดยรับบอลจากชาดี รียาด ก่อนยิงที่ไปโดนกองหลังเฮติเปลี่ยนทางเข้าประตู จากนั้นเขาใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดของแนวรับเฮติจ่ายให้ยาสซีนยิงประตูปิดท้ายในนาทีที่ 89 ซึ่งผ่านการตรวจสอบ VAR ก่อนจะยืนยันเป็นประตู
รางวัล Michelob ULTRA Superior Player of the Match ของฟุตบอลโลก 2026 ตัดสินโดยการโหวตของแฟนบอล ซึ่งเปิดให้โหวตตั้งแต่ช่วงพักครึ่งจนถึงจบเกมผ่าน FIFA Play Zone หรือแอป FIFA อย่างเป็นทางการ แม้ว่า FIFA จะยังไม่ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับนัดนี้ แต่มีรายงานหลายแห่งระบุว่า อัชราฟ ฮาคิมิ เป็นผู้ชนะรางวัลนี้ จากการทำ 1 ประตูและ 1 แอสซิสต์
| อันดับ | ทีม | คะแนน | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ยิง | เสีย | +/- |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | บราซิล (ผ่านเข้ารอบ) | 7 | 3 | 2 | 1 | 0 | 7 | 1 | +6 |
| 2 | โมร็อกโก (ผ่านเข้ารอบ) | 7 | 3 | 2 | 1 | 0 | 6 | 3 | +3 |
| 3 | สกอตแลนด์ (ตกรอบ) | 3 | 3 | 1 | 0 | 2 | 1 | 4 | -3 |
| 4 | เฮติ (ตกรอบ) | 0 | 3 | 0 | 0 | 3 | 2 | 8 | -6 |
โมร็อกโกต้องการชนะเฮติและหวังให้สกอตแลนด์ชนะหรือเสมอกับบราซิล เพื่อคว้าอันดับ 1 ของกลุ่ม แต่บราซิลเอาชนะสกอตแลนด์ 3-0 ทำให้โมร็อกโกต้องจบที่อันดับ 2 โดยวัดผลต่างประตูได้เสีย ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม C โมร็อกโกผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย และจะพบกับแชมป์กลุ่ม D ในรอบน็อคเอาท์
ส่วนเฮติจบอันดับสุดท้ายของกลุ่มด้วย 0 คะแนน โดยพวกเขากลายเป็นทีมแรกที่ตกรอบจากทัวร์นาเมนต์นี้ตั้งแต่หลังจากแข่งนัดที่สอง แต่ก็ทิ้งความทรงจำอันน่าประทับใจด้วยการยิงประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
Comments
0 comments