แทนที่จะเทขาย Bitcoin ที่ถืออยู่ เขากลับใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Put Spread ซึ่งเป็นการซื้อและขาย Put Option ที่ราคาใช้สิทธิแตกต่างกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ จำกัดการขาดทุนสูงสุด หากราคา Bitcoin ร่วงลงไปถึง 40,000 ดอลลาร์ โดยที่เขา ไม่ต้องขาย Bitcoin จริงๆ ออกไป ซึ่งเป็นวิธีการบริหารความเสี่ยงที่แยบยล เพื่อรอผ่านช่วงที่ตลาดผันผวน โดยไม่ทิ้งตำแหน่ง長期
แม้จะมองระยะสั้นเป็นขาลง แต่เฮย์สยังคงยืนหยัดในเป้าหมายระยะยาวอย่างไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ Bitcoin จะสามารถทำราคาได้ถึง 200,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในสิ้นปีนี้
เหตุผลของเขานั้นเรียบง่ายและสอดคล้องกับแนวคิดที่เขายึดถือมาโดยตลอด: “ค่าเงินเฟียตเสื่อมลง” (Fiat Currency Debasement) คือตัวขับเคลื่อนราคาหลักของ Bitcoin
เฮย์สเชื่อว่าการที่ธนาคารกลางทั่วโลกพิมพ์เงินออกมาและนโยบายการคลังที่หละหลวม ทำให้มีเงินดอลลาร์ล้นระบบ ซึ่ง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดและไม่ขึ้นกับรัฐบาลใด จะเป็นแหล่งดูดซับสภาพคล่องเหล่านั้นในระยะยาว
จากมุมมองของเฮย์ส การปรับฐานระยะสั้นอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้คือ โอกาสในการซื้อ (buying opportunity) ในรอบขาขึ้นที่ใหญ่กว่า มันเป็นแค่สะดุดชั่วคราว ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเทรนด์ขาลงในระยะยาว
การคาดการณ์ของ Arthur Hayes ไม่ใช่การกลับตัวของแนวคิด แต่เป็น การยอมรับในเชิงกลยุทธ์ว่าแรงกดดันระยะสั้นจากสภาพคล่องตึงตัวและการไหลของเงินไปยัง AI อาจทำให้เกิดการปรับฐานที่เจ็บปวดภายในเทรนด์ขาขึ้นระยะยาว การใช้กลยุทธ์ Put Spread สะท้อนถึงวินัยในการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ: ป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ตลาดร่วง แต่ยังคงเปิดรับ upside ไว้อย่างเต็มที่เมื่อตลาดฟื้นตัว
Comments
0 comments