ผลสำรวจ eToro Q2 2026 จากนักลงทุนรายย่อย 11,000 คนใน 13 ประเทศ เผยมุมมองเปลี่ยน: 47% ของนักลงทุนทั่วโลกมองจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นผู้นำด้าน AI แซงหน้าสหรัฐฯ เล็กน้อยที่ 46% สัดส่วนนักลงทุนที่คาดว่าราคาหุ้น AI จะปรับตัวขึ้นลดลงจาก 55% เหลือ 44% ในรอบปี ขณะที่ผู้ที่คาดว่าราคาจะลดลงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What key findings from eToro's Q2 2026 Retail Investor Beat survey reveal about retail investors'. Article summary: *Cooling but selective optimism on AI stocks**. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ผลสำรวจ eToro Retail Investor Beat ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2026 ซึ่งเก็บข้อมูลจากนักลงทุนรายย่อยจำนวน 11,000 คน ใน 13 ประเทศ และเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในมุมมองของนักลงทุนรายย่อยที่มีต่อหุ้นเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบทบาทของจีนในเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองว่าจีนกำลังจะแซงหน้าสหรัฐฯ ในการเป็นผู้นำด้าน AI
ความกระตือรือร้นที่เคยร้อนแรงต่อหุ้นกลุ่ม AI เริ่มลดลง แต่ไม่ได้หายไปไหน สัดส่วนนักลงทุนที่คาดว่าราคาหุ้น AI จะปรับตัวเพิ่มขึ้นลดลงจาก 55% เมื่อปีที่แล้ว เหลือ 44% ในไตรมาส 2 ปี 2026 ขณะเดียวกัน สัดส่วนที่คาดว่าราคาจะลดลงเพิ่มขึ้นจาก 11% เป็น 17%
แนวโน้มนี้ต่อเนื่องจากที่ eToro เริ่มเห็นในการสำรวจไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งนักลงทุนรายย่อยเริ่มมีมุมมองที่ 'วัดใจ' มากขึ้นต่อหุ้น AI และหุ้นเทคยักษ์ใหญ่ที่รู้จักกันในชื่อ 'Magnificent 7'
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับ AI ในฐานะโอกาสระยะยาว โดย eToro ระบุว่านักลงทุนชาวอเมริกันกำลังให้ความสนใจกับปัจจัยพื้นฐานและมูลค่าที่แท้จริงของกิจการมากขึ้น แทนที่จะแห่ซื้อตามกระแส
นักลงทุนไม่ได้ทุ่มเงินไปที่หุ้น AI แค่ไม่กี่ตัวอีกต่อไป แต่แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ละเอียดขึ้น โดยเมื่อถูกถามว่ากลุ่มธุรกิจ AI กลุ่มใดจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดใน 5 ปีข้างหน้า คำตอบค่อนข้างกระจายตัวใกล้เคียงกัน:
การกระจายตัวที่เกือบเท่าๆ กันนี้ ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนรายย่อยกำลังมองหาโอกาสครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตชิป ไปจนถึงแพลตฟอร์มและบริษัท AI โดยตรง แทนที่จะเดิมพันกับผู้ชนะเพียงรายเดียว
นี่อาจเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้: 47% ของนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกมองว่าจีนคือประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นผู้นำด้าน AI เทียบกับ 46% ที่เลือกสหรัฐอเมริกา แม้ส่วนต่างจะแคบมากเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเชิงมุมมอง
มุมมองต่อผลตอบแทนในตลาดหุ้นระยะยาวก็สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน สัดส่วนนักลงทุนที่คาดว่าจีนจะให้ผลตอบแทนในตลาดหุ้นดีที่สุดเพิ่มขึ้นเป็น 29% ในขณะที่สัดส่วนของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 35% ช่องว่างระหว่างสหรัฐฯ และจีนแคบลงจาก 21 จุด百分比ในไตรมาส 4 ปี 2024 เหลือเพียง 6 จุด百分比ในไตรมาส 2 ปี 2026
อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้แตกต่างกันไปตามภูมิภาค นักลงทุนอเมริกันยังคงเลือกสหรัฐฯ ท่วมท้น โดย 63% ของนักลงทุนสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นผู้นำ AI แต่ใน 9 จาก 13 ประเทศที่ทำการสำรวจ — รวมถึงสหราชอาณาจักร เยอรมนี สเปน อิตาลี โปแลนด์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และออสเตรเลีย — นักลงทุนเลือกจีนมากกว่าสหรัฐฯ
นักลงทุนไม่ได้แค่พูด แต่ลงมือทำ สัดส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นจีนเพิ่มขึ้นจาก 7% ในไตรมาส 2 ปี 2024 เป็น 12% ในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในรอบสองปี
นอกเหนือจากเรื่อง AI แล้ว ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่านักลงทุนรายย่อยมีวินัยและมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น การสำรวจที่เกี่ยวข้องจาก eToro ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บรรยายว่านักลงทุนรายย่อยกำลังละทิ้งภาพลักษณ์ 'dumb money' (เงินโง่) และแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมสูง การจัดพอร์ตที่มีวินัย การกระจายความเสี่ยงที่ดีขึ้น และการตระหนักรู้ต่อปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
ข้อมูลพฤติกรรมที่สำคัญจากช่วงเวลานั้น:
ในขณะที่การสำรวจ Q2 2026 ไม่มีคำถามเฉพาะเกี่ยวกับการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar-Cost Averaging หรือ DCA) แต่ eToro ได้ขยายฟีเจอร์การลงทุนประจำ (Recurring Investments) สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักร ยุโรป และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถซื้อหุ้น กองทุน ETF และคริปโทเคอร์เรนซีได้โดยอัตโนมัติอย่างสม่ำเสมอ ฟีเจอร์นี้เปิดตัวเพื่อตอบสนองต่อข้อมูลสำรวจที่พบว่าเหตุผลหลักที่นักลงทุนใช้การลงทุนประจำคือ 'ลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามกำลังเงินที่มี' (45%) 'ทำให้การลงทุนง่ายขึ้น' (41%) และ 'ไม่ต้องกังวลเรื่องจังหวะเข้าตลาด' (29%)
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ผลสำรวจ eToro Q2 2026 จากนักลงทุนรายย่อย 11,000 คนใน 13 ประเทศ เผยมุมมองเปลี่ยน: 47% ของนักลงทุนทั่วโลกมองจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นผู้นำด้าน AI แซงหน้าสหรัฐฯ เล็กน้อยที่ 46%
ผลสำรวจ eToro Q2 2026 จากนักลงทุนรายย่อย 11,000 คนใน 13 ประเทศ เผยมุมมองเปลี่ยน: 47% ของนักลงทุนทั่วโลกมองจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นผู้นำด้าน AI แซงหน้าสหรัฐฯ เล็กน้อยที่ 46% สัดส่วนนักลงทุนที่คาดว่าราคาหุ้น AI จะปรับตัวขึ้นลดลงจาก 55% เหลือ 44% ในรอบปี ขณะที่ผู้ที่คาดว่าราคาจะลดลงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 11% เป็น 17% สะท้อนความระมัดระวังแต่ยังคงคัดเลือก
นักลงทุนกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่ AI มากขึ้น โดย 31% มองแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหญ่ทำผลงานดีสุดใน 5 ปี ข้างหน้า ขณะที่ 29% เลือกบริษัท AI โดยตรง และ 28% เลือกบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ การถือหุ้นจีนเพิ่มจาก 7% (Q2 2024) เป็น 12...
Loading comments...
Comments
0 comments