Samsung, SK Hynix และ Micron ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 95% ของการผลิต DRAM ทั่วโลก ได้ทำสัญญาหลายปีกับผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ hyperscaler เพื่อส่งมอบ HBM ในราคาพรีเมียม เมื่อกำลังผลิตถูกล็อกไว้ล่วงหน้า ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคจึงเหลือหน่วยความจำทั่วไปให้จัดซื้อได้ลดลง
มีรายงานที่อ้างข้อมูล TrendForce ว่า กำลังผลิต DRAM และ NAND ขั้นสูงมากถึง 70% อาจถูกล็อกไว้สำหรับ HBM และสตอเรจระดับองค์กร ขณะเดียวกัน HBM เพียงอย่างเดียวใช้แผ่นเวเฟอร์ DRAM ราว 23% ของทั้งหมดในปี 2026
ผลกระทบจึงตกกับพีซี สมาร์ทโฟน และเครื่องเล่นเกม ซึ่งต้องแข่งขันกันแย่งกำลังผลิตส่วนที่เหลือ โดยอุตสาหกรรมมองว่าวิกฤตนี้มีแรงกดดันเสริมกัน 5 ด้าน ได้แก่
ตัวเลขในไตรมาส 2 ปี 2026 สะท้อนแรงกระแทกได้ชัดเจน Sigmaintell (群智咨询) ระบุในรายงาน Q2 2026 Global Memory Price Trend Report ว่า ราคา LPDDR5X สำหรับอุปกรณ์มือถือผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่ LPDDR4X ขนาด 4GB เพิ่มขึ้น 75%
ข้อมูลจาก TrendForce ยังแสดงภาพรวมของตลาดหน่วยความจำดังนี้
Gartner คาดการณ์ว่าตลอดปี 2026 ราคา DRAM อาจเพิ่มขึ้น 125% และราคา NAND อาจเพิ่มขึ้น 234% ขณะที่การประเมินของนักวิเคราะห์บางรายมองว่า ต้นทุนหน่วยความจำสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคอาจเพิ่มขึ้นราว 80–90% หรือมากกว่านั้นเฉพาะในไตรมาส 2
ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาสัญญาระหว่างผู้ผลิตชิป ผู้ผลิตอุปกรณ์ และลูกค้ารายใหญ่เป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชิ้นในร้านค้าจะขึ้นราคาในอัตราเดียวกันทันที แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นย่อมกดดันให้แบรนด์ต้องเลือกขึ้นราคา ลดสเปก หรือยอมรับกำไรที่ลดลง
Valve ยืนยันเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 ว่าขึ้นราคา Steam Deck OLED เนื่องจาก “ต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจที่เพิ่มขึ้น” รุ่น OLED 512GB เพิ่มจาก 549 เป็น 789 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 240 ดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 44% ส่วนรุ่น 1TB เพิ่มจาก 649 เป็น 949 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 300 ดอลลาร์ หรือราว 46%
รุ่น LCD ถูกยุติการจำหน่ายแล้ว ทำให้เครื่องรีเฟอร์บิชเป็นทางเลือกที่มีราคาจับต้องได้มากกว่าในบางตลาด สำหรับแคนาดา การขึ้นราคาสูงกว่า 60%
Nintendo ปรับราคา Switch 2 ในสหรัฐฯ จาก 449.99 เป็น 499.99 ดอลลาร์ โดยมีกำหนดมีผลในเดือนกันยายน 2026 บริษัทให้เหตุผลว่าเป็นผลจาก “การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในภาวะตลาด”
แหล่งข่าวหลายแห่งยืนยันราคาปัจจุบันที่ 500 ดอลลาร์ ส่วนราคาเปิดตัวราว 450 ดอลลาร์เป็นตัวเลขที่มีการรายงานอย่างแพร่หลาย แต่มีหลักฐานจากแหล่งปฐมภูมิรองรับโดยตรงน้อยกว่า
หลัง Steam Deck ขึ้นราคา Switch 2 จึงกลายเป็นเครื่องเล่นเกมพกพาระดับพรีเมียมที่มีราคาต่ำที่สุดในกลุ่ม ไม่ใช่เพราะราคาถูกลง แต่เพราะอุปกรณ์คู่แข่งแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สื่อเกาหลี Chosun รายงานเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ว่า Apple กำลังพิจารณาขึ้นราคา iPhone อย่างมีนัยสำคัญจากแรงกดดันด้านต้นทุนหน่วยความจำ การประเมินของนักวิเคราะห์ระบุว่า iPhone 18 Pro อาจเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 100–200 ดอลลาร์จากรุ่นปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม Apple ยังไม่ได้ยืนยันราคาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ดังนั้นตัวเลข 1,299 ดอลลาร์จึงยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาขายที่ยืนยันแล้ว
ในพอดแคสต์ Thoughts on the Market ของ Morgan Stanley เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 Shawn Kim นักวิเคราะห์ของบริษัทประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในปี 2027 ไว้ดังนี้
แม้กำลังการผลิตเวเฟอร์ DRAM ทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ภายในปี 2027 แต่การจัดสรรให้กับงาน AI เป็นลำดับแรกอาจทำให้ตลาดผู้บริโภคยังขาดแคลนอยู่
ในทางปฏิบัติ ผู้ผลิตอาจต้องขึ้นราคา ลดความจุหรือสเปก เลื่อนการเปิดตัว และยอมรับอัตรากำไรที่ต่ำลง IDC คาดว่าตลาดพีซีทั่วโลกจะหดตัว 11.3% ในปี 2026 แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ขณะที่การฟื้นตัวของตลาดพีซีถูกเลื่อนไปถึงปี 2028
ผู้บริหารในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า ภาวะขาดแคลนรุนแรงจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 และอาจลากยาวกว่านั้น Wallace C. Kou ซีอีโอของ Silicon Motion กล่าวในการแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่า
“เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน—ทั้ง HDD, DRAM, HPE, HBM และ NAND ต่างประสบภาวะขาดแคลนอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 กำลังการผลิตส่วนใหญ่ของเราถูกขายหมดแล้ว”
แหล่งข้อมูลระดับผู้บริหารที่มีอยู่ยังไม่สามารถระบุจุดสิ้นสุดของวิกฤตได้อย่างแม่นยำ แต่นักวิเคราะห์โดยทั่วไปคาดว่าราคาอาจแตะจุดสูงสุดช่วงกลางปี 2026 จากนั้นทรงตัวในระดับสูงตลอดปี 2027 และจึงเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากนั้น
พูดให้ตรงที่สุด นี่ไม่ใช่ปัญหาที่จะจบลงทันทีเมื่อโรงงานเพิ่มกำลังผลิต เพราะทิศทางการลงทุนของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนไปสู่ AI อย่างถาวรมากขึ้น ผู้บริโภคจึงอาจต้องเผชิญกับอุปกรณ์ที่แพงขึ้น สเปกที่ถูกตัดทอน หรือการเปลี่ยนรุ่นที่ล่าช้า ขณะที่พีซี สมาร์ทโฟน และเครื่องเล่นเกมกำลังแย่งหน่วยความจำจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีกำลังซื้อสูงกว่า