คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ BlackRock แนะนำให้ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ในฐานะ “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” [1][16] ในพอร์ตแบบหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% การเพิ่ม Bitcoin 1% จะทำให้โครงสร้างโดยประมาณเป็น 59/40/1 และเพิ่มความเสี่ยงรวมราว 2% ส่วนการจัดสรร 2% เพิ่มความเสี่ยงราว 5% [2][15] BlackRock เปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF หรือ BITA เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 โดยใช้กลยุทธ์ covered call เพื่อสร้างรายได้จากค่าเบี้ยออปชันเป็นรายเดือน [2][4][5] ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับ S&P 500 อยู่ที่ 0.53 นับตั้งแต่ปี 2022 ในข้อมูลของ BlackRock ขณะที่ข้อมูลแบบ rolling 90 วันในเดือนมิถุนายนอยู่ใกล้ 0.15 แต่ตัวเลขระยะสั้นเคยพุ่งสูงกว่านี้มาก [5][33][34][37] Search & fact-check with cited sources for What did BlackRock recommend in June 2026 regarding Bitcoin as a portfolio diversifier, what spec Conceptual image representing BlackRock's 2026 Bitcoin portfolio diversification strategy AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did BlackRock recommend in June 2026 regarding Bitcoin as a portfolio diversifier, what spec. Article summary: Here is a comprehensive, sourced breakdown of BlackRock's June 2026 Bitcoin positioning and the surrounding market context.. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustr
openai.com เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระบุว่า บทบาทของ Bitcoin ในพอร์ตลงทุนกำลัง “เปลี่ยนแปลง” และอาจทำหน้าที่เป็น “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” (complementary diversifier) บริษัทจึงเสนอให้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ในสัดส่วนไม่มากนักที่ 1–2%
คำแนะนำครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงมุมมองเชิงทฤษฎี แต่ยังมาพร้อมข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ การเปิดตัว ETF ที่มุ่งสร้างกระแสรายได้ และมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin จากผู้บริหารระดับสูงของ BlackRock
ทำไมจึงแนะนำเพียง 1–2%?
BlackRock ใช้แนวคิดการจัดสรรตามงบประมาณความเสี่ยง หรือ risk budgeting กล่าวคือ ไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนที่อาจเพิ่มขึ้น แต่พิจารณาด้วยว่า Bitcoin จะเพิ่มความเสี่ยงให้พอร์ตมากเพียงใด
ในพอร์ตแบบดั้งเดิมที่มีหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% การเพิ่ม Bitcoin 1% จะปรับโครงสร้างโดยประมาณเป็น 59/40/1 ข้อมูลที่อ้างถึงโดย BlackRock ระบุว่า การจัดสรร 1% อาจเพิ่มความเสี่ยงรวมของพอร์ตราว 2% ขณะที่การจัดสรร 2% อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นประมาณ 5%
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "แผน Bitcoin เดือนมิถุนายน 2026 ของ BlackRock: จัดสรร 1–2% และเปิดตัว ETF รุ่นใหม่" คืออะไร BlackRock แนะนำให้ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ในฐานะ “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” [1][16]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? BlackRock แนะนำให้ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ในฐานะ “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” [1][16] ในพอร์ตแบบหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% การเพิ่ม Bitcoin 1% จะทำให้โครงสร้างโดยประมาณเป็น 59/40/1 และเพิ่มความเสี่ยงรวมราว 2% ส่วนการจัดสรร 2% เพิ่มความเสี่ยงราว 5% [2][15]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? BlackRock เปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF หรือ BITA เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 โดยใช้กลยุทธ์ covered call เพื่อสร้างรายได้จากค่าเบี้ยออปชันเป็นรายเดือน [2][4][5]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ BlackRock แนะนำให้ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ในฐานะ “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” [1][16] ในพอร์ตแบบหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% การเพิ่ม Bitcoin 1% จะทำให้โครงสร้างโดยประมาณเป็น 59/40/1 และเพิ่มความเสี่ยงรวมราว 2% ส่วนการจัดสรร 2% เพิ่มความเสี่ยงราว 5% [2][15] BlackRock เปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF หรือ BITA เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 โดยใช้กลยุทธ์ covered call เพื่อสร้างรายได้จากค่าเบี้ยออปชันเป็นรายเดือน [2][4][5] ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับ S&P 500 อยู่ที่ 0.53 นับตั้งแต่ปี 2022 ในข้อมูลของ BlackRock ขณะที่ข้อมูลแบบ rolling 90 วันในเดือนมิถุนายนอยู่ใกล้ 0.15 แต่ตัวเลขระยะสั้นเคยพุ่งสูงกว่านี้มาก [5][33][34][37] Search & fact-check with cited sources for What did BlackRock recommend in June 2026 regarding Bitcoin as a portfolio diversifier, what spec Conceptual image representing BlackRock's 2026 Bitcoin portfolio diversification strategy AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did BlackRock recommend in June 2026 regarding Bitcoin as a portfolio diversifier, what spec. Article summary: Here is a comprehensive, sourced breakdown of BlackRock's June 2026 Bitcoin positioning and the surrounding market context.. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustr
openai.com เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระบุว่า บทบาทของ Bitcoin ในพอร์ตลงทุนกำลัง “เปลี่ยนแปลง” และอาจทำหน้าที่เป็น “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” (complementary diversifier) บริษัทจึงเสนอให้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ในสัดส่วนไม่มากนักที่ 1–2%
คำแนะนำครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงมุมมองเชิงทฤษฎี แต่ยังมาพร้อมข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ การเปิดตัว ETF ที่มุ่งสร้างกระแสรายได้ และมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin จากผู้บริหารระดับสูงของ BlackRock
ทำไมจึงแนะนำเพียง 1–2%?
BlackRock ใช้แนวคิดการจัดสรรตามงบประมาณความเสี่ยง หรือ risk budgeting กล่าวคือ ไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนที่อาจเพิ่มขึ้น แต่พิจารณาด้วยว่า Bitcoin จะเพิ่มความเสี่ยงให้พอร์ตมากเพียงใด
ในพอร์ตแบบดั้งเดิมที่มีหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% การเพิ่ม Bitcoin 1% จะปรับโครงสร้างโดยประมาณเป็น 59/40/1 ข้อมูลที่อ้างถึงโดย BlackRock ระบุว่า การจัดสรร 1% อาจเพิ่มความเสี่ยงรวมของพอร์ตราว 2% ขณะที่การจัดสรร 2% อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นประมาณ 5%
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "แผน Bitcoin เดือนมิถุนายน 2026 ของ BlackRock: จัดสรร 1–2% และเปิดตัว ETF รุ่นใหม่" คืออะไร BlackRock แนะนำให้ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ในฐานะ “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” [1][16]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? BlackRock แนะนำให้ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้พิจารณาจัดสรร Bitcoin ราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ในฐานะ “ตัวช่วยกระจายความเสี่ยง” [1][16] ในพอร์ตแบบหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% การเพิ่ม Bitcoin 1% จะทำให้โครงสร้างโดยประมาณเป็น 59/40/1 และเพิ่มความเสี่ยงรวมราว 2% ส่วนการจัดสรร 2% เพิ่มความเสี่ยงราว 5% [2][15]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? BlackRock เปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF หรือ BITA เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 โดยใช้กลยุทธ์ covered call เพื่อสร้างรายได้จากค่าเบี้ยออปชันเป็นรายเดือน [2][4][5]
บริษัทมองกรอบ 1–2% ว่าเหมาะกับผู้ลงทุนที่เชื่อว่าการยอมรับ Bitcoin จะขยายตัวต่อไป และสามารถรับมือกับโอกาสที่ราคาคริปโทเคอร์เรนซีจะปรับตัวลงอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้น ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ใช่คำแนะนำให้ทุ่มเงินจำนวนมาก แต่เป็นการจำกัดขนาดการลงทุนเพื่อให้ Bitcoin เป็นส่วนเสริมของพอร์ต ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนความเสี่ยงทั้งหมด
BITA คืออะไร และต่างจาก IBIT อย่างไร? เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 BlackRock เปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF หรือ BITA บนตลาด Nasdaq กองทุนนี้แตกต่างจาก iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) ซึ่งมุ่งติดตามราค Bitcoin แบบสปอตเป็นหลัก
BITA เป็นกองทุนบริหารเชิงรุกที่ใช้กลยุทธ์ covered call โดยสร้างการรับความเคลื่อนไหวของ Bitcoin ผ่านการถือ Bitcoin แบบสปอต ซึ่งรับฝากโดย Coinbase และการถือหน่วยของ IBIT จากนั้นกองทุนจะขาย call options บน IBIT ในสัดส่วนประมาณ 25–35% ของพอร์ต
ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือ กลยุทธ์ covered call อาจช่วยสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนบางส่วน แต่ก็จำกัดโอกาสรับกำไรหาก Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรงเกินระดับราคาใช้สิทธิ์ของออปชัน Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock กล่าวว่า BITA ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทั้งการลงทุนใน Bitcoin และรายได้จากการถือครอง
ข้อมูลความสัมพันธ์กับหุ้นและทองคำบอกอะไร? เหตุผลหลักที่ BlackRock ใช้สนับสนุนบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ช่วยกระจายความเสี่ยง คือความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ดั้งเดิมที่ไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันตลอดเวลา
ในหน้า “Portfolio Diversification” ของ BlackRock บริษัทระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับดัชนี S&P 500 อยู่ที่ 0.53 นับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลางและไม่ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ข้อมูลอิสระในเดือนมิถุนายนระบุว่า ความสัมพันธ์แบบ rolling 90 วันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 0.15 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
BlackRock ยังระบุด้วยว่า ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับ ทองคำ และกับทิศทางตรงข้ามของดัชนีดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสนับสนุนบทบาทของ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือรับมือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคบางประเภท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความสัมพันธ์ไม่ได้คงที่ และไม่ควรตีความว่า Bitcoin จะเคลื่อนไหวแยกจากตลาดหุ้นเสมอไป การวิเคราะห์อีกชุดหนึ่งพบว่า ความสัมพันธ์แบบ 30 วันระหว่าง Bitcoin กับ S&P 500 ขึ้นไปถึง 0.74 และมีช่วงสั้น ๆ ที่พุ่งแตะ 0.96 ในเดือนเมษายน 2026
จุดนี้ทำให้ภาพของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงมีเงื่อนไขสำคัญ นั่นคือ ความสัมพันธ์อาจเพิ่มขึ้นในช่วงตลาดตึงเครียดหรือช่วงที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกัน BlackRock จึงให้น้ำหนักกับข้อมูลในกรอบเวลาที่ยาวกว่าและการวิเคราะห์ตามสภาวะตลาด มากกว่าการดูตัวเลขระยะสั้นเพียงช่วงเดียว
สัญญาณจากตลาดสถาบัน BlackRock อธิบายว่าตลาด Bitcoin ยังอยู่ในช่วง เริ่มต้นถึงระยะกลางของการยอมรับ (early- to mid-adoption) Jay Jacobs หัวหน้าฝ่าย Equity ETFs ในสหรัฐฯ ของบริษัทกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนว่า Bitcoin มีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะ
แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock ดูแลสินทรัพย์มากกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุม ETP สินทรัพย์ดิจิทัล กองทุนสภาพคล่องแบบโทเคน และการบริหารทุนสำรองของ stablecoin
กระแสเงินทุนใน ETF ก็สะท้อนความสนใจที่ยังไม่หายไปทั้งหมด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ETF Bitcoin แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 85.85 ล้านดอลลาร์ หลังจากเงินไหลออกต่อเนื่องสามสัปดาห์รวม 4,210 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT ของ BlackRock เป็นผู้นำในวันดังกล่าวด้วยเงินไหลเข้า 57.69 ล้านดอลลาร์
ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน Bitcoin ซื้อขายใกล้ระดับ 64,400 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2025 ที่ประมาณ 125,835 ดอลลาร์อยู่ราว 49%
มุมมองราคา: จากผู้บริหารถึงนักวิเคราะห์
Rick Rieder ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนด้านตราสารหนี้ทั่วโลกของ BlackRock กล่าวกับรายการ ETF IQ ของ Bloomberg เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 ว่า เขาคาดว่า Bitcoin จะปรับตัว “สูงขึ้นอย่างมาก” ในระยะยาว
Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock เคยเสนอกรอบเป้าหมายราคา Bitcoin ระยะยาวที่ 500,000–700,000 ดอลลาร์
Bernstein ยังคงเป้าหมายราคา Bitcoin สิ้นปี 2026 ที่ 150,000 ดอลลาร์ โดยอ้างอิงแรงซื้อจากสถาบันและการสะสมผ่าน ETF
Standard Chartered ระบุในช่วงกลางเดือนมิถุนายนว่า Bitcoin อาจทำจุดต่ำสุดไปแล้วใกล้ระดับ 59,000 ดอลลาร์
Cathie Wood ซีอีโอของ ARK Invest มองว่าการเปลี่ยนท่าทีของ Larry Fink จากผู้เคยไม่เห็นด้วยกับ Bitcoin มาเป็นผู้สนับสนุน ช่วยทำหน้าที่เสมือน “การอนุญาตให้เข้าลงทุน” (entry permission) แก่นักลงทุนสถาบัน
สรุป: การยอมรับมากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงหายไป สารจาก BlackRock ในเดือนมิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นว่าบริษัทขยับจากการยอมรับ Bitcoin มาเป็นการเสนอแนวทางจัดสรรที่ชัดเจนมากขึ้น คือราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ พร้อมเปิดตัว BITA เพื่อรองรับผู้ลงทุนที่ต้องการทั้งการรับความเคลื่อนไหวของ Bitcoin และรายได้จากออปชัน
แต่แกนสำคัญของคำแนะนำยังคงเป็นการควบคุมขนาดการลงทุน ไม่ใช่การมองข้ามความผันผวน ตัวเลขความสัมพันธ์กับหุ้นที่ลดลงในบางช่วงอาจช่วยเพิ่มความหลากหลายให้พอร์ตได้ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดแรงเทขายในตลาด ดังนั้น มุมมองของ BlackRock จึงเป็นการวาง Bitcoin ไว้เป็น “ส่วนเสริม” ของพอร์ต มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์หลักที่ใช้แทนหุ้น ตราสารหนี้ หรือทองคำ
cryptopotato.com
BlackRock Says Bitcoin's Portfolio Role Is Changing: Why 1-2 ...
บริษัทมองกรอบ 1–2% ว่าเหมาะกับผู้ลงทุนที่เชื่อว่าการยอมรับ Bitcoin จะขยายตัวต่อไป และสามารถรับมือกับโอกาสที่ราคาคริปโทเคอร์เรนซีจะปรับตัวลงอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้น ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ใช่คำแนะนำให้ทุ่มเงินจำนวนมาก แต่เป็นการจำกัดขนาดการลงทุนเพื่อให้ Bitcoin เป็นส่วนเสริมของพอร์ต ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนความเสี่ยงทั้งหมด
BITA คืออะไร และต่างจาก IBIT อย่างไร? เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 BlackRock เปิดตัว iShares Bitcoin Premium Income ETF หรือ BITA บนตลาด Nasdaq กองทุนนี้แตกต่างจาก iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) ซึ่งมุ่งติดตามราค Bitcoin แบบสปอตเป็นหลัก
BITA เป็นกองทุนบริหารเชิงรุกที่ใช้กลยุทธ์ covered call โดยสร้างการรับความเคลื่อนไหวของ Bitcoin ผ่านการถือ Bitcoin แบบสปอต ซึ่งรับฝากโดย Coinbase และการถือหน่วยของ IBIT จากนั้นกองทุนจะขาย call options บน IBIT ในสัดส่วนประมาณ 25–35% ของพอร์ต
ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือ กลยุทธ์ covered call อาจช่วยสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนบางส่วน แต่ก็จำกัดโอกาสรับกำไรหาก Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรงเกินระดับราคาใช้สิทธิ์ของออปชัน Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock กล่าวว่า BITA ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทั้งการลงทุนใน Bitcoin และรายได้จากการถือครอง
ข้อมูลความสัมพันธ์กับหุ้นและทองคำบอกอะไร? เหตุผลหลักที่ BlackRock ใช้สนับสนุนบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ช่วยกระจายความเสี่ยง คือความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ดั้งเดิมที่ไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันตลอดเวลา
ในหน้า “Portfolio Diversification” ของ BlackRock บริษัทระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับดัชนี S&P 500 อยู่ที่ 0.53 นับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลางและไม่ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ข้อมูลอิสระในเดือนมิถุนายนระบุว่า ความสัมพันธ์แบบ rolling 90 วันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 0.15 ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
BlackRock ยังระบุด้วยว่า ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับ ทองคำ และกับทิศทางตรงข้ามของดัชนีดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสนับสนุนบทบาทของ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือรับมือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคบางประเภท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความสัมพันธ์ไม่ได้คงที่ และไม่ควรตีความว่า Bitcoin จะเคลื่อนไหวแยกจากตลาดหุ้นเสมอไป การวิเคราะห์อีกชุดหนึ่งพบว่า ความสัมพันธ์แบบ 30 วันระหว่าง Bitcoin กับ S&P 500 ขึ้นไปถึง 0.74 และมีช่วงสั้น ๆ ที่พุ่งแตะ 0.96 ในเดือนเมษายน 2026
จุดนี้ทำให้ภาพของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงมีเงื่อนไขสำคัญ นั่นคือ ความสัมพันธ์อาจเพิ่มขึ้นในช่วงตลาดตึงเครียดหรือช่วงที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกัน BlackRock จึงให้น้ำหนักกับข้อมูลในกรอบเวลาที่ยาวกว่าและการวิเคราะห์ตามสภาวะตลาด มากกว่าการดูตัวเลขระยะสั้นเพียงช่วงเดียว
สัญญาณจากตลาดสถาบัน BlackRock อธิบายว่าตลาด Bitcoin ยังอยู่ในช่วง เริ่มต้นถึงระยะกลางของการยอมรับ (early- to mid-adoption) Jay Jacobs หัวหน้าฝ่าย Equity ETFs ในสหรัฐฯ ของบริษัทกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนว่า Bitcoin มีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เกิดการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักลงทุนสถาบันโดยเฉพาะ
แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock ดูแลสินทรัพย์มากกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุม ETP สินทรัพย์ดิจิทัล กองทุนสภาพคล่องแบบโทเคน และการบริหารทุนสำรองของ stablecoin
กระแสเงินทุนใน ETF ก็สะท้อนความสนใจที่ยังไม่หายไปทั้งหมด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ETF Bitcoin แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 85.85 ล้านดอลลาร์ หลังจากเงินไหลออกต่อเนื่องสามสัปดาห์รวม 4,210 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT ของ BlackRock เป็นผู้นำในวันดังกล่าวด้วยเงินไหลเข้า 57.69 ล้านดอลลาร์
ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน Bitcoin ซื้อขายใกล้ระดับ 64,400 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2025 ที่ประมาณ 125,835 ดอลลาร์อยู่ราว 49%
มุมมองราคา: จากผู้บริหารถึงนักวิเคราะห์
Rick Rieder ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนด้านตราสารหนี้ทั่วโลกของ BlackRock กล่าวกับรายการ ETF IQ ของ Bloomberg เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 ว่า เขาคาดว่า Bitcoin จะปรับตัว “สูงขึ้นอย่างมาก” ในระยะยาว
Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock เคยเสนอกรอบเป้าหมายราคา Bitcoin ระยะยาวที่ 500,000–700,000 ดอลลาร์
Bernstein ยังคงเป้าหมายราคา Bitcoin สิ้นปี 2026 ที่ 150,000 ดอลลาร์ โดยอ้างอิงแรงซื้อจากสถาบันและการสะสมผ่าน ETF
Standard Chartered ระบุในช่วงกลางเดือนมิถุนายนว่า Bitcoin อาจทำจุดต่ำสุดไปแล้วใกล้ระดับ 59,000 ดอลลาร์
Cathie Wood ซีอีโอของ ARK Invest มองว่าการเปลี่ยนท่าทีของ Larry Fink จากผู้เคยไม่เห็นด้วยกับ Bitcoin มาเป็นผู้สนับสนุน ช่วยทำหน้าที่เสมือน “การอนุญาตให้เข้าลงทุน” (entry permission) แก่นักลงทุนสถาบัน
สรุป: การยอมรับมากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงหายไป สารจาก BlackRock ในเดือนมิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นว่าบริษัทขยับจากการยอมรับ Bitcoin มาเป็นการเสนอแนวทางจัดสรรที่ชัดเจนมากขึ้น คือราว 1–2% ของพอร์ตหลายสินทรัพย์ พร้อมเปิดตัว BITA เพื่อรองรับผู้ลงทุนที่ต้องการทั้งการรับความเคลื่อนไหวของ Bitcoin และรายได้จากออปชัน
แต่แกนสำคัญของคำแนะนำยังคงเป็นการควบคุมขนาดการลงทุน ไม่ใช่การมองข้ามความผันผวน ตัวเลขความสัมพันธ์กับหุ้นที่ลดลงในบางช่วงอาจช่วยเพิ่มความหลากหลายให้พอร์ตได้ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดแรงเทขายในตลาด ดังนั้น มุมมองของ BlackRock จึงเป็นการวาง Bitcoin ไว้เป็น “ส่วนเสริม” ของพอร์ต มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์หลักที่ใช้แทนหุ้น ตราสารหนี้ หรือทองคำ
cryptopotato.com
BlackRock Says Bitcoin's Portfolio Role Is Changing: Why 1-2 ...