อดีต Community Lead ของ Bungie เปิดเผยว่าทีมพัฒนาเคยสร้างต้นแบบเกม Dating Sim ในจักรวาล Destiny ที่เล่นได้จริง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเกม Dream Daddy แต่ผู้บริหารกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าไม่มีใครต้องการเนื้... การปฏิเสด Dating Sim การยกเลิกโปรเจกต์ภาคแยก 'Payback' และการเลย์ออฟรอบที่สาม ล้วนเกิดขึ้นหลังจา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did a former Bungie developer reveal about an internally created Destiny dating simulator, h. Article summary: ## The Destiny Dating Sim Revelation. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ในเดือนมิถุนายน 2026 หลังจากที่ Bungie ประกาศยุติการพัฒนา Destiny 2 แบบแอคทีฟในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เรื่องราวเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไร้สาระจากอดีตพนักงานของสตูดิโอกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่อธิบายความขัดแย้งของแฟน ๆ ที่มีมานานหลายปี: ทีมพัฒนาเคยสร้างต้นแบบ Dating Sim ของ Destiny ที่เล่นได้จริง ๆ แต่ผู้บริหารกลับสั่งปิดโครงการเพราะมัน 'ดูไร้สาระเกินไป'
เรื่องนี้เมื่อรวมกับการยกเลิกโปรเจกต์ภาคแยกขนาดใหญ่และจุดสิ้นสุดของแฟรนไชส์ ทำให้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ดูตลกนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณสร้างสรรค์ที่หายไปของสตูดิโอแห่งนี้
Liana Ruppert อดีตหัวหน้าทีมชุมชนของ Bungie เปิดเผยว่า ทีมพัฒนาเคยสร้างต้นแบบเกม Dating Sim ของ Destiny ที่เล่นได้จริงขึ้นมาภายในสตูดิโอ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงให้คำตอบว่า 'Hard No' อย่างเด็ดขาด โดยให้เหตุผลว่า 'ไม่มีใครต้องการความโรแมนติกหรือความไร้สาระ'
Ruppert ยืนยันว่าโปรเจกต์นี้ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากเกม Dream Daddy: A Dad Dating Simulator ซึ่งเป็นเกมแนว Visual Novel ที่เปิดตัวในปี 2017
ต้นแบบนี้ถูกสร้างขึ้นระหว่าง Game Jam ภายในบริษัท และมีรายงานหลายชิ้นระบุว่านักเขียนและนักพัฒนาได้เสนอแนวคิดนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ฝ่ายบริหารก็ปัดตกอยู่เสมอ
Robert Brookes อดีตนักออกแบบเนื้อเรื่องอาวุโส ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่ CD Projekt Red กล่าวว่าเขารู้สึกผิดหวังที่โปรเจกต์นี้ไม่เคยได้รับไฟเขียว โดยเขายังเปิดเผยอีกว่าทีมงานได้เตรียมประมาณการทางการเงินโดยละเอียดสำหรับการวางจำหน่ายเต็มรูปแบบอีกด้วย
ความคิดเห็นสาธารณะของ Ruppert เป็นการตอบกลับกระทู้ของแฟน ๆ ที่ขอ 'Dating Sim ที่พวกเขาสมควรได้รับ' เธอตอบกลับว่า 'เรื่องจริงนะ ทีมงานเนี่ยทำมันขึ้นมาจริง ๆ แต่ผู้บริหารก็บอกว่า Hard No เลยว่าไม่มีใครต้องการความโรแมนติกหรือความไร้สาระ'
Brookes เสริมว่าโปรเจกต์นี้ถูกเสนอเป็นประจำทุกปีในสัปดาห์กิจกรรม 'Carnival' ของ Bungie ซึ่งนักพัฒนาสามารถสร้างต้นแบบอะไรก็ได้ตามต้องการ เขากล่าวว่า 'มันเป็นผลผลิตจาก Game Jam มันไม่เคยกลายเป็นโปรเจกต์เต็มรูปแบบ แต่เราก็เสนอให้มันเป็นโปรเจกต์เต็มทุกปี'
เกร็ดนี้คงเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มันกลับมาพร้อมกับภาพที่มืดมนกว่ามากของ Bungie ซึ่งวัฒนธรรมผู้นำที่กลัวความเสี่ยงดูเหมือนจะปิดกั้นทั้งโปรเจกต์งานอดิเรกที่สนุกสนานและการร่วมทุนเชิงพาณิชย์ที่ทะเยอทะยาน
การพัฒนา Destiny 2 แบบแอคทีฟสิ้นสุดลง ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ด้วยการอัปเดตเนื้อหาครั้งสุดท้าย 'Monument of Triumph'
การประกาศของ Bungie เองระบุว่านี่เป็นการเปลี่ยนผ่านเพื่อไปบ่มเพาะเกมใหม่ แต่สตูดิโอไม่มี Destiny 3 ที่อยู่ในระหว่างการผลิต และไม่มีโปรเจกต์ที่สืบทอดสำหรับทีม Destiny 2 ที่ได้รับการอนุมัติ
โปรเจกต์ 'Payback' เกมภาคแยกของ Destiny แนว Third-Person ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจาก Genshin Impact และ Warframe ถูกยกเลิกในเดือนมิถุนายน 2024 สองเดือนก่อนการเลย์ออฟครั้งใหญ่ ขณะที่ Bungie เปลี่ยนเส้นทางทรัพยากรไปที่เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแนว Extraction Shooter Marathon
Jason Schreier จาก Bloomberg รายงานว่า Payback นำทีมโดย Luke Smith ผู้กำกับร่วมของ Destiny 2 มาอย่างยาวนาน และ Mark Noseworthy รองประธานแฟรนไชส์ ทั้งคู่ออกจากบริษัทหลังจากโปรเจกต์ถูกยกเลิก
นับตั้งแต่ Sony เข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 Bungie ต้องเผชิญ การเลย์ออฟถึงสามระลอก โดยรอบล่าสุดได้รับการยืนยันในเดือนพฤษภาคม 2026
อดีตนักพัฒนาบางคนพูดเป็นนัยสาธารณะว่าผู้นำ 'ขับสตูดิโอตกหน้าผาในขณะที่ไล่ตามการเติบโต' ในบทความของ Forbes ปี 2025 มีรายงานว่าฝ่ายบริหารเคยเสนอให้นำระบบสมัครสมาชิกมาใช้ใน Destiny 2 ซึ่งเป็นแนวคิดที่พนักงานปฏิเสธอย่างแข็งขัน
การปฏิเสธ Dating Sim สอดคล้องกับรูปแบบที่กว้างขึ้น ซึ่งทั้งผู้เล่นและอดีตพนักงานชี้ว่าเป็นหลักฐานของวัฒนธรรมแบบบนลงล่างที่กลัวความเสี่ยงที่ Bungie:
จุดร่วมคือทีมผู้บริหารที่ปฏิเสธ 'ไม่' ต่อการทดลองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ที่ใช้ความเสี่ยงต่ำ (Dating Sim) หรือการเดิมพันแฟรนไชส์ครั้งใหญ่ (Payback) ผลลัพธ์ที่ได้คือสตูดิโอที่หลังจากครองความยิ่งใหญ่มานานนับสิบปี กลับไม่มีเกม Destiny ที่ยังคงพัฒนาอยู่ ไม่มีแฟรนไชส์ใหม่ในขอบฟ้า และชุมชนที่รู้สึกว่าไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้ Destiny พิเศษได้ถูกดับลงอย่างเป็นระบบ
แฟน ๆ และนักวิจารณ์ได้เชื่อมโยงจุดเหล่านี้โดยตรง: เรื่องราว Dating Sim ที่เพิ่งถูกเปิดเผยไม่กี่สัปดาห์หลังการปิดตัวของ Destiny 2 ได้ตกผลึกความไม่พอใจที่คุกรุ่นมานานในหมู่นักพัฒนาที่ต้องการทดลองแต่ถูกขัดขวางโดยวัฒนธรรมผู้นำที่ยืนกรานในโทนที่มืดหม่น จริงจัง และมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่แคบ
การเปิดเผยว่านักเขียนได้เตรียมแผนธุรกิจเต็มรูปแบบสำหรับ Dating Sim พร้อมการคาดการณ์ทางการเงิน ยิ่งทำให้ 'Hard No' ของผู้บริหารดูเหมือนเป็นการพลาดโอกาสทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์และรายได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
อดีต Community Lead ของ Bungie เปิดเผยว่าทีมพัฒนาเคยสร้างต้นแบบเกม Dating Sim ในจักรวาล Destiny ที่เล่นได้จริง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเกม Dream Daddy แต่ผู้บริหารกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าไม่มีใครต้องการเนื้...
อดีต Community Lead ของ Bungie เปิดเผยว่าทีมพัฒนาเคยสร้างต้นแบบเกม Dating Sim ในจักรวาล Destiny ที่เล่นได้จริง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเกม Dream Daddy แต่ผู้บริหารกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าไม่มีใครต้องการเนื้... การปฏิเสด Dating Sim การยกเลิกโปรเจกต์ภาคแยก 'Payback' และการเลย์ออฟรอบที่สาม ล้วนเกิดขึ้นหลังจาก Sony เข้าซื้อกิจการ Bungie ด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตอกย้ำถึงวัฒนธรรมการบริหารที่เสี่ยงต่ำและปิดกั้นความค...
Loading comments...
Comments
0 comments