PwC คาดมูลค่าดีล M&A ทั่วโลกปี 2026 จะสูงถึงประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และเป็นปีที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 [1][2][6] ตลาดแบ่งเป็น 'รูปตัว K' : Megadeal มูลค่าเกิน 5 พันล้านดอลลาร์ (ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับ AI) คิดเป็นเกือบครึ่งของมูลค่าดีลทั้งหมด ขณะที่ดีลขนาดกลางยังคงมีอุปสรรคเพราะความไม่...
ตลาดควบรวมกิจการ (M&A) ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพีวซี (PwC) เปิดเผยรายงานแนวโน้มกลางปี 2026 ว่า มูลค่าดีลรวมทั่วโลกมีแนวโน้มสูงถึงประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ดูร้อนแรงนี้ซ่อนความจริงที่แตกต่างกันอย่างมาก นั่นคือ ‘ตลาดรูปตัว K’ ซึ่งหมายถึงดีลขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนมูลค่ารวม แต่ดีลขนาดเล็กกลับทรุดตัวลง
มูลค่าดีล M&A ทั่วโลกเพิ่มขึ้นราว 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของดีลที่มีมูลค่าเกิน 5 พันล้านดอลลาร์ หรือที่เรียกว่า megadeal ซึ่งตอนนี้คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าดีลทั้งหมดทั่วโลก PwC คาดว่าในปี 2026 มูลค่าจากดีลใหญ่เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นถึง 40% หากโมเมนตัมยังดำเนินต่อไป
เฉพาะในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว มีการประกาศ megadeal 39 ดีลในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 มากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2025 กว่า 50% ส่งผลให้มูลค่าดีล M&A ในสหรัฐฯ ในช่วงเวลาดังกล่าวพุ่งถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เกือบสองเท่าของ 603 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน แม้จำนวนดีลโดยรวมจะลดลง 4% ก็ตาม
ดีลมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI โครงสร้างพื้นฐาน (AI infrastructure) พลังงาน และศูนย์ข้อมูล เหล่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (hyperscalers) และผู้ซื้อเชิงกลยุทธ์กำลังแข่งขันกันเพื่อคว้ากำลังการประมวลผลและทรัพยากรพลังงาน PwC ยังพบว่า 1 ใน 3 ของดีล M&A ขององค์กรขนาดใหญ่ 100 อันดับแรกในปี 2025 ระบุว่า AI เป็นเหตุผลเชิงกลยุทธ์
ในขณะที่ megadeal เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนอื่น ๆ ของตลาดกลับตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ตัวเลขมูลค่าที่เพิ่มขึ้นแต่ปริมาณธุรกิจที่ลดลงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของตลาดสองความเร็วหรือ ‘รูปตัว K’
ทวีปอเมริกาเป็นสนามหลักของ megadeal ด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และเป็นภูมิภาคที่เห็นการแบ่งขั้วของตลาดรูปตัว K ชัดเจนที่สุด PwC ระบุว่าดีลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีลักษณะร่วมกันคือ 'ไม่ไวต่อปัจจัยมหภาค' (macro-insensitive) กล่าวคือมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย การเติบโตทางเศรษฐกิจ และภาษีศุลกากร
PwC เตือนว่าผู้นำที่รอให้สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคชัดเจนก่อนจะพบโอกาสน้อยลงและราคาแพงขึ้น
สำหรับแคนาดา กิจกรรม M&A ในช่วงครึ่งแรกของปีค่อนข้างทรงตัว แต่ดีลเมกเกอร์ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่า GDP จะเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ 0.9% ถึง 1.3% และอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.5% ถึง 3.0%
PwC ชี้ว่าการลงทุนของเอกชน (private capital) ได้เปลี่ยนไปสู่ดีลที่มีจำนวนน้อยลงแต่มีมูลค่ามหาศาล โดยเน้นการเข้าควบคุมกิจการ (control deals) มีแผนการสร้างมูลค่าที่ชัดเจน และใช้โครงสร้างที่ซับซ้อน ปริมาณดีลของ private equity ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลง 34% แต่ขนาดดีลโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน
การลงทุนแบบ minority stake และพาร์ทเนอร์ชีพเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เป้าหมายเกี่ยวกับ AI มีจำนวนจำกัด และเมื่อเงินทุนไหลผ่านตลาดรอง (secondary markets) เพื่อช่วยคลายข้อจำกัดในพอร์ตของบริษัท ตลาดรองกำลังถูกใช้มากขึ้นเพื่อสร้างเส้นทางสภาพคล่องให้กับพอร์ตโฟลิโอที่ค้างขายอยู่
รายงานของ PwC ระบุถึง 5 ปัจจัยเสี่ยงที่กดดันกิจกรรมของดีลเมกเกอร์ส่วนใหญ่ที่อยู่นอกกลุ่ม megadeal ได้แก่:
สาระสำคัญจาก PwC คือ ตัวเลข 4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซ่อนภาพของตลาดที่แตกต่างกันอย่างมาก Megadeal โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI ในทวีปอเมริกา เป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่ารวมให้สูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ดีลเมกเกอร์ในตลาดขนาดกลางส่วนใหญ่ยังคงต้องดิ้นรนภายใต้ภาระความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดรูปตัว K ไม่ใช่แค่วัฏจักรชั่วคราว แต่เป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของที่มาและวิธีการสร้างมูลค่าในโลก M&A
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
PwC คาดมูลค่าดีล M&A ทั่วโลกปี 2026 จะสูงถึงประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และเป็นปีที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 [1][2][6]
PwC คาดมูลค่าดีล M&A ทั่วโลกปี 2026 จะสูงถึงประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และเป็นปีที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 [1][2][6] ตลาดแบ่งเป็น 'รูปตัว K' : Megadeal มูลค่าเกิน 5 พันล้านดอลลาร์ (ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับ AI) คิดเป็นเกือบครึ่งของมูลค่าดีลทั้งหมด ขณะที่ดีลขนาดกลางยังคงมีอุปสรรคเพราะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ [1][6][11]
สหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก: มูลค่าดีล M&A ในสหรัฐฯ 5 เดือนแรกของปี 2026 สูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน [3][11]
Loading comments...
Comments
0 comments