ภาพรวมการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างมากกับการมาถึงของ HBM4:
ยุคก่อน HBM4 (HBM3/HBM3E):
ยุค HBM4 — สถานการณ์เปลี่ยนไป:
ข้อควรจำ: แม้ซัมซุงจะได้เปรียบในรุ่น HBM4 แต่ SK Hynix ยังคงเป็นผู้นำส่วนแบ่งตลาด HBM โดยรวมจากรุ่นก่อนหน้า และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ Nvidia โดย Counterpoint Research คาดการณ์ว่า SK Hynix จะครองส่วนแบ่งตลาด HBM4 โดยรวมในปี 2026 ประมาณ 54% ขณะที่ซัมซุงจะได้ 28% และ Micron 18% ซึ่งตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกำลังการผลิตของซัมซุง
การแข่งขันในตลาด HBM4 ยังอยู่ในช่วงแรก
ความต้องการ HBM4 มาจากแพลตฟอร์ม AI ของ Nvidia (Blackwell และ Rubin) รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์ที่พัฒนาชิป AI ของตัวเอง สัญญาณสำคัญ:
การแข่งขันขยายไปไกลกว่า HBM4 แล้ว:
HBM4E (รุ่นที่ 7):
Custom HBM และชิปที่แตกต่าง:
ซัมซุงยึดตำแหน่งผู้นำในยุค HBM4 ไว้ได้ ด้วยการเป็นรายแรกที่ผลิตและจัดส่งเชิงพาณิชย์ รายแรกที่ทำยอดขายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ และรายแรกที่ส่งมอบตัวอย่าง HBM4E ซึ่งเป็นการพลิกกลับครั้งสำคัญจากสถานะผู้ตามในยุค HBM3/HBM3E อย่างไรก็ตาม SK Hynix ยังคงเป็นผู้นำส่วนแบ่งตลาด HBM โดยรวมด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ Nvidia และกำลังตอบโต้กลับอย่างรุนแรงด้วยตัวอย่าง HBM4E ของตัวเอง ทำให้การแข่งขันในตลาด HBM4 ที่เหลือเพียงสองราย (หลัง Micron หลุดวงโคจร) กำลังจะเข้มข้นขึ้นในสมรภูมิ HBM4E และ Custom HBM ซึ่งการบูรณาการธุรกิจ foundry ของซัมซุงอาจเป็นแต้มต่อสำคัญ
Comments
0 comments