ธนาคารโลกเปิดเผยรายงาน Global Gas Flaring Tracker 2025 พบว่า ปี 2024 มีการเผาก๊าซธรรมชาติจากการผลิตน้ำมันทั่วโลกพุ่งถึง 151 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี (นับตั้งแต่ปี 2007)... ก๊าซที่ถูกเผาทิ้งในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นปริมาณเกือบเท่ากับการใช้ก๊าซธรรมชาติทั้งท...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did the World Bank announce in its 2025 Global Gas Flaring Tracker report regarding global g. Article summary: The World Bank’s 2025 Global Gas Flaring Tracker Report announced the following key findings based on satellite-derived estimates for calendar year 2024. [2][6]. Topic tags: general, education, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny
ธนาคารโลก (World Bank) เผยแพร่รายงาน Global Gas Flaring Tracker 2025 ซึ่งใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจในปี 2024 พบภาพรวมที่น่าวิตกของแนวโน้มทั่วโลกที่กำลังย่ำแย่ลง การเผาก๊าซธรรมชาติทิ้ง (Gas Flaring) ซึ่งเป็นกระบวนการเผาแก๊สที่เกิดควบคู่กับการขุดเจาะน้ำมัน ได้พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับที่แทบไม่เคยพบเห็นในรอบเกือบสองทศวรรษ และกระจุกตัวอย่างหนักอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพียงไม่กี่ประเทศ
ในปี 2024 การเผาก๊าซทั่วโลกแตะระดับ 151 พันล้านลูกบาศก์เมตร (bcm) เพิ่มขึ้นจาก 148 bcm ในปี 2023 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน ตัวเลขนี้คือปริมาณการเผาก๊าซสูงสุดที่ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ซึ่งบ่งชี้ถึงการพลิกกลับของความคืบหน้าที่เคยมี และความล้มเหลวในการควบคุมปัญหานี้ในระดับโลก
ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมนั้นมหาศาล รายงานประเมินว่า การเผาก๊าซในปี 2024 ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂ equivalent) สูงถึง 389 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่มาจากการรั่วไหลของก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพสูง เดอะการ์เดียนรายงานว่า ปริมาณการปล่อยนี้เทียบเท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ฝรั่งเศสทั้งประเทศปล่อยในหนึ่งปี
รายงานชี้ให้เห็นถึงการกระจุกตัวของการเผาก๊าซในกลุ่มประเทศจำนวนไม่มาก โดย 9 ประเทศที่มีการเผาก๊าซมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของการเผาทั้งหมด ในปี 2024 แต่กลับผลิตน้ำมันได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของโลก 9 ประเทศนี้ได้แก่:
(หมายเหตุ: แหล่งข้อมูล ระบุประเทศลำดับที่เก้าคือเม็กซิโก ในขณะที่แหล่ง
ซึ่งเป็นหน้าข้อมูลเฉพาะของธนาคารโลกอาจสะท้อนข้อมูลที่ละเอียดกว่าหรือใหม่กว่า)
ยิ่งไปกว่านั้น การกระจุกตัวระหว่าง 3 ประเทศแรก คือ รัสเซีย อิหร่าน และอิรัก ทวีความรุนแรงมากขึ้น สัดส่วนของพวกเขาเพิ่มขึ้นจาก 33% ของการเผาทั้งโลกในปี 2012 เป็น 46% ในปี 2024 ในทางกลับกัน ประเทศที่มีการเผาก๊าซอีกกว่า 70 ประเทศที่เหลือกลับมีสัดส่วนลดลงเหลือเพียง 24% ในปี 2024 ลดลงจาก 35% ในปี 2012 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหากำลังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ปล่อยรายใหญ่เพียงไม่กี่ประเทศ
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจนั้นน่าตกตะลึง ก๊าซปริมาณ 151 bcm ที่ถูกเผาทิ้งในปี 2024 มีมูลค่าตลาดประมาณ 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คำนวณจากราคาอ้างอิง Henry Hub) เพื่อให้เห็นภาพ ปริมาณก๊าซที่สูญเสียไปนี้เกือบเท่ากับ ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติทั้งปีของทวีปแอฟริกา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 162 bcm
รายงานปี 2025 ไม่ได้ให้ประมาณการต้นทุนรวมในระดับโลก สำหรับการกำจัดการเผาแก๊สตามปกติ (routine flaring) ออกมาเป็นตัวเลขเดียว อย่างไรก็ตาม รายงานเน้นย้ำถึงผลงานของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมในโครงการ Zero Routine Flaring by 2030 (ZRF) ซึ่งเปิดตัวในปี 2015 โดยโครงการ ZRF ให้คำมั่นสัญญาว่ารัฐบาลและบริษัทน้ำมันจะยุติการเผาแก๊สตามปกติภายในปี 2030 ผ่านการออกกฎระเบียบ การใช้เทคโนโลยี และการจัดการทางการเงิน
ข้อมูลนี้เปิดเผยให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ประเทศที่รับรองโครงการ ZRF สามารถลดความเข้มข้นของการเผาก๊าซ (flaring intensity) ได้เฉลี่ย 12% ในขณะที่ประเทศที่ไม่รับรองกลับเพิ่มขึ้นถึง 25% แต่เมื่อเหลือเวลาอีกเพียง 5 ปีสำหรับเป้าหมายปี 2030 การบรรลุเป้าหมาย ZRF จำเป็นต้อง ลดการเผาปกติลงเกือบ 40% ทุกปี ซึ่งเป็นอัตราที่ท้าทายอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับแนวโน้มปัจจุบัน
รายงานชี้ให้เห็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างหลายประการที่ยังคงมีอยู่และเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้า แม้ว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจะชัดเจนแล้วก็ตาม
แม้แนวโน้มโดยรวมจะแย่ลง แต่ก็มีข้อยกเว้นที่น่าสนใจ ประเทศที่รับรองโครงการ ZRF มีผลงานดีกว่าประเทศอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นว่าการมีพันธสัญญาและการดำเนินนโยบายที่ชัดเจนสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โครงการ ZRF ยังคงเป็นกรอบงานหลักในการประสานความพยายามระดับโลก เพื่อยุติการเผาแก๊สตามปกติผ่านการผสมผสานของกฎระเบียบ การนำเทคโนโลยีมาใช้ และเครื่องมือทางการเงิน
โดยสรุป รายงานปี 2025 ของธนาคารโลกได้บันทึกวิกฤตการณ์การเผาก๊าซที่กำลังเลวร้ายลง: ปริมาณเพิ่มขึ้น กระจุกตัวอยู่ในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย โดยสูญเสียก๊าซมูลค่า 63,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และไม่มีตัวเลขประมาณการต้นทุนรวมในการแก้ปัญหาเดียว อุปสรรคเชิงโครงสร้างนั้นเป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่อ่อนแอ ช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนที่สูง ในขณะที่โครงการ ZRF ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเส้นทางที่มีประสิทธิภาพแต่มีเวลาจำกัด สำหรับประเทศที่เต็มใจจะเข้าร่วม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ธนาคารโลกเปิดเผยรายงาน Global Gas Flaring Tracker 2025 พบว่า ปี 2024 มีการเผาก๊าซธรรมชาติจากการผลิตน้ำมันทั่วโลกพุ่งถึง 151 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี (นับตั้งแต่ปี 2007)...
ธนาคารโลกเปิดเผยรายงาน Global Gas Flaring Tracker 2025 พบว่า ปี 2024 มีการเผาก๊าซธรรมชาติจากการผลิตน้ำมันทั่วโลกพุ่งถึง 151 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี (นับตั้งแต่ปี 2007)... ก๊าซที่ถูกเผาทิ้งในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นปริมาณเกือบเท่ากับการใช้ก๊าซธรรมชาติทั้งทวีปแอฟริกาในหนึ่งปี...
รัสเซีย อิหร่าน และอิรัก ครองสัดส่วนการเผาก๊าซรวมกันถึง 46% ของโลก เพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 2012 ขณะที่ประเทศนอก 9 อันดับแรกกลับลดสัดส่วนลง แสดงว่าปัญหากำลังกระจุกตัวในไม่กี่ประเทศ
Loading comments...
Comments
0 comments