ผลการแข่งขันครั้งนี้เป็นการพลิกกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสเปน หลังจากที่พวกเขาเสมอกับเคปเวิร์ด ซึ่งเป็นทีมที่ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก 0-0 ในนัดแรกอย่างน่าผิดหวัง สเปนที่ดิ้นรนเจาะเกมรับของเคปเวิร์ดไม่เข้า กลับมาหาจังหวะได้ทันทีในเกมนี้ โดยยิงสามประตูใน 24 นาทีแรก
นาทีที่ 10 — ลามีน ยามาล (สเปน 1-0 ซาอุดีอาระเบีย)
ยามาล ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากบาร์เซโลน่า ซึ่งได้ลงตัวจริงนัดแรกในฟุตบอลโลก เปิดสกอร์ให้ทีมนำหลังจากเล่นบอลร่วมกันเป็นชุด ก่อนจะปัดบอลเข้าประตูเสาไกลในนาทีที่ 10 นี่เป็นประตูแรกในอาชีพนักเตะของเขาบนเวทีฟุตบอลโลก
นาทีที่ 21 — มิเกล โอยาร์ซาบัล (สเปน 2-0 ซาอุดีอาระเบีย)
โอยาร์ซาบัล ซึ่งเงียบในเกมแรกกับเคปเวิร์ด กดดาบที่สองให้สเปนด้วยการยิงเหน่งๆ ในกรอบเขตโทษ
นาทีที่ 24 — มิเกล โอยาร์ซาบัล (สเปน 3-0 ซาอุดีอาระเบีย)
เพียงสามนาทีถัดมา โอยาร์ซาบัลยิงประตูที่สองของตัวเองในเกม หรือเหมาสองประตู ส่งให้สเปนนำห่างและทำให้เกมแทบจะตัดสินในครึ่งชั่วโมงแรก หลายแหล่งรายงานว่าเขายิงประตูในนาทีที่ 21 และ 24
นาทีที่ 49 — ฮัสซัน อัล-ทัมบักตี (ลูกเข้าประตูตัวเอง) (สเปน 4-0 ซาอุดีอาระเบีย)
หลังจากพักครึ่งไม่นาน มาร์ก กูกูเรยา เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะไปโดนฮัสซัน อัล-ทัมบักตี เบนเข้าประตูตัวเอง (รายงานแรกๆ ตีความว่าเป็นประตูของกูกูเรยา แต่ต่อมาแก้เป็นลูกเข้าประตูตัวเอง)
ช่วงท้ายเกม — ประตูของแฟร์ราน ตอร์เรส ถูกยึดคืน
แฟร์ราน ตอร์เรส ซัดบอลตุงตาข่ายในครึ่งหลัง แต่ประตูถูกยึดคืนโดย VAR เนื่องจากล้ำหน้า
ยามาล ลงเล่นในเกมที่พบกับเคปเวิร์ดเป็นตัวสำรองใน 19 นาทีสุดท้าย หลังจากฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน ในเกมพบซาอุดีอาระเบีย เขาได้ลงตัวจริงครั้งแรกและสร้างชื่อบนเวทีโลกภายในเวลา 10 นาที
ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ รายงานว่ายามาลกล่าวว่าการยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขาเป็น "ความฝันที่เป็นจริง"
ส่วนโออาร์ซาบัลนั้น เขาไม่สามารถสัมผัสลูกบอลได้เลยใน 30 นาทีแรกของเกมกับเคปเวิร์ด ในเกมกับซาอุดีอาระเบีย เขายิงสองประตูในช่วงเวลาสามนาที โดยเป็นการไถ่โทษหลังจากผลงานอันเงียบในนัดแรก
หลุยส์ เดอ ลา ฟวนเต้ ผู้จัดการทีม สเปน ส่งสัญญาณให้ยามาลและโออาร์ซาบัลพักในช่วงพักครึ่งเวลา เพื่อประหยัดแรงนักเตะเมื่อเกมอยู่ในมือแล้ว
หลังจากนัดแรก ทั้งสี่ทีมในกลุ่ม H มีหนึ่งคะแนนเท่ากัน ทำให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสูสีที่สุดกลุ่มหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ นี่คืออันดับที่เปลี่ยนไปหลังจากนัดที่สอง
ชัยชนะ 4-0 ของสเปนทำให้ผลต่างประตูได้เสียขยับเป็น +4 ส่วนอุรุกวัยและเคปเวิร์ดเสมอกัน 2-2 ในวันเดียวกัน ทำให้ทั้งสองทีมมี 2 คะแนน ซาอุดีอาระเบียที่พ่ายแพ้และยิงประตูไม่ได้ ยังคงมี 1 คะแนน โดยผลต่างประตูได้เสียเป็น -4
ตามรายงานหลังนัดที่สอง สเปนเป็นทีมเดียวในกลุ่ม H ที่ชนะในเกม ผลการแข่งขันนี้ทำให้สเปนคุมเกมของกลุ่ม ก่อนจะเข้าสู่นัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งพวกเขาจะพบกับอุรุกวัย
ชัยชนะอันขาดลอยของสเปนทำให้กลุ่ม H เปิดกว้าง หลังจากทั้งสี่ทีมเริ่มด้วยคะแนนเท่ากัน สเปนก็ฉวยโอกาสนี้ไว้ได้และสามารถผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายได้ด้วยผลงานที่ดีในการพบอุรุกวัยในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ยังไม่มีทีมใดที่ถูกตกรอบหลังจากนัดที่สอง แต่ความพ่ายแพ้ของซาอุดีอาระเบียทำให้พวกเขาต้องชนะเคปเวิร์ดและรอผลการแข่งขันอื่นๆ ให้เป็นใจ
เกมนี้ยังทำหน้าที่เป็นการประกาศศักดาของสเปน ในฐานะแชมป์ยุโรปคนปัจจุบัน ซึ่งถูกคาดหวังให้มีผลงานที่ดี แต่กลับเริ่มต้นได้ช้ากว่าที่คาด โดยเสมอในนัดแรก
Comments
0 comments