บิตคอยน์ร่วงจากระดับเหนือ 81,000 ดอลลาร์ลงมาใกล้ 75,000 ดอลลาร์ หลังแรงขายหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มชิปและ AI ลามเข้าสู่ตลาดคริปโทฯ การปิดสถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจและเงินไหลออกจากกองทุน ETF ยังซ้ำเติมการปรับลง ขณะที่การฟื้นกลับมาแถว 76,000 ดอลลาร์ยังไม่ชัดพอจะเรียกว่าเป็นการกลับตัว
9
10
15
20
ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งซึ่งประกาศในวันศุกร์เป็นแรงกดดันเพิ่มเติมหลังการเทขายในวันพฤหัสบดี ไม่ใช่ตัวจุดชนวนการร่วงในวันก่อนหน้า
11
หุ้นเทคฯ อ่อนแรง ส่งแรงกระเพื่อมถึงคริปโทฯ
รายงานตลาดเชื่อมโยงการร่วงของบิตคอยน์กับแรงขายหุ้นชิปและ AI ซึ่งกดดันดัชนี Nasdaq และทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในสินทรัพย์หลายประเภทพร้อมกัน รายงานหนึ่งระบุว่าบิตคอยน์ลดจากราว 80,962 ดอลลาร์ช่วงปลายวันพุธ มาอยู่ที่ประมาณ 75,568 ดอลลาร์ในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ขณะที่อีกแหล่งรายงานจุดต่ำสุดแถว 75,208 ดอลลาร์
10 มีรายงานอีกฉบับระบุว่าราคาลงไปแตะ 75,131 ดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน
11
ความกังวลหลังพรรคเดโมแครตได้อำนาจควบคุมสภาคองเกรสยังเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศตลาดที่เปราะบาง โดยมีทั้งความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของ AI และความไม่แน่นอนต่อเส้นทางของกฎหมายกำกับดูแลคริปโทฯ CLARITY Act
10
12
13
18 อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีชี้ถึงแรงกดดันหลายด้านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ไม่ได้ยืนยันว่าปัจจัยทางการเมืองเพียงอย่างเดียวทำให้ราคาลดลง
เลเวอเรจและเงินไหลออกเพิ่มแรงกดดัน
ระหว่างการเทขาย มีสถานะซื้อในตลาดอนุพันธ์ถูกบังคับปิดมูลค่ารวมมากกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์
9
15 เมื่อราคาลดลง สถานะที่มีหลักประกันไม่เพียงพออาจถูกปิดโดยอัตโนมัติ และการขายสินทรัพย์เพื่อชำระสถานะก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคา
อีกสัญญาณที่ตลาดจับตาคือเงินไหลออกสุทธิจาก ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ ราว 430 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี รายงานระบุว่าเงินไหลออกจากกองทุนของ Fidelity ราว 200 ล้านดอลลาร์ และจากกองทุน IBIT ของ BlackRock ราว 105 ล้านดอลลาร์
20
22 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการฟื้นตัวของราคาไม่ได้มาพร้อมแรงหนุนจากเงินลงทุนในกองทุนเหล่านี้ในวันดังกล่าว
ทรงตัวใกล้ 76,000 ดอลลาร์ ยังไม่เท่ากับฟื้นตัว
ในวันศุกร์ บิตคอยน์กลับมายืนใกล้ 76,000 ดอลลาร์ แต่การฟื้นขึ้นระดับนี้ถูกมองว่าอาจเป็นเพียงแรงขายที่เบาลง มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่ามีผู้ซื้อรายใหม่เข้ามาสะสมอย่างชัดเจน
19
20
21 รายงานหนึ่งชี้ว่าแรงซื้อในตลาดสปอตและเงินลงทุนจากสถาบันยังไม่แข็งแรงพอจะพลิกทิศทางตลาด แม้สถานะซื้อที่มีเลเวอเรจจำนวนมากจะถูกล้างไปแล้ว
9
ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ ที่ประกาศวันศุกร์ระบุว่าเดือนตุลาคมมีการจ้างงานเพิ่ม 165,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดจาก 4.2% เป็น 4.1% ตัวเลขดังกล่าวหนุนความคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์เผชิญแรงกดดันเพิ่ม
11
ปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่ก่อนหน้า
การแฮ็ก Binance ซึ่งมีรายงานมูลค่าความเสียหายราว 6.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม และการถอนสินทรัพย์ของลูกค้าหลังแพลตฟอร์มกลับมาเปิดบริการ เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศเชิงลบที่ตลาดเผชิญมาก่อนแล้ว
1
2
6 แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้ว่าการแฮ็กเป็นสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียวของแรงเทขายในวันพฤหัสบดี ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับความอ่อนแอของหุ้นเทคโนโลยีและแรงปิดสถานะในตลาดคริปโทฯ
4
10
ภาพรวมจึงเป็นการซ้อนทับกันของแรงขายจากตลาดหุ้น การลดสถานะเสี่ยง และเงินไหลออก มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่อธิบายได้ด้วยข่าวเดียว การทรงตัวใกล้ 76,000 ดอลลาร์เป็นสัญญาณว่าแรงกดดันอาจเริ่มผ่อนลง แต่ยังไม่ยืนยันว่าตลาดกลับมามีแรงซื้อเพียงพอแล้ว