หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่ม 5.5% ในปี 2025 แตะสถิติ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ เร็วที่สุดนับจากปี 2021 ประเทศที่มีสิทธิ์รับเงินทุนจากสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) มีหนี้เพิ่ม 8.1% เป็น 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ และเผชิญดอกเบี้ยเงินกู้จากเอกชนสูงที่สุดนับจากปี 1989 การกลับมาออกพันธบัตรช่วยต่ออายุเวลาชำระหนี้ แ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the World Bank’s International Debt Report 2026, released on November 5, reveal about developing countries’ external debt rising 5. Article summary: The World Bank’s International Debt Report 2026 describes a recovery in access to borrowing—not a resolution of developing countries’ debt pressures: private finance returned, but debt stocks, repayment obligations and b. Topic tags: general web, code, api, security, regulation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts
รายงาน International Debt Report 2026 ของธนาคารโลก ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน สะท้อนภาพที่มีทั้งด้านบวกและด้านน่ากังวล: ประเทศกำลังพัฒนากลับเข้าถึงแหล่งเงินกู้เอกชนและตลาดพันธบัตรได้มากขึ้น แต่หนี้สะสม ภาระชำระคืน และต้นทุนการกู้ยืมยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในประเทศที่ยากจนที่สุด การเข้าถึงเงินทุนที่มากขึ้นจึงไม่ได้แปลว่าเงินกู้นั้นมีราคาถูก หรือเหลืองบสำหรับการพัฒนามากขึ้นโดยอัตโนมัติ3
4
11
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่มขึ้น 5.5% ในปี 2025 เป็น 9.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มเร็วที่สุดนับจากปี 2021 และราวสี่เท่าของอัตราเพิ่มเฉลี่ยในช่วงปี 2022–20243
11
กลุ่มประเทศที่มีสิทธิ์รับเงินทุนจาก สมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกลุ่มธนาคารโลกที่ให้เงินทุนแบบผ่อนปรนแก่ประเทศยากจน มีหนี้ต่างประเทศเพิ่มเร็วยิ่งกว่า คือ 8.1% แตะ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์3
11
ต้นทุนกู้ยืมจากเจ้าหนี้เอกชนของกลุ่มนี้ก็สูงมากเช่นกัน โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของเงินกู้ใหม่อยู่ที่ 8.2% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1989 ส่วนพันธบัตรที่ออกใหม่มีอัตราเฉลี่ย 9.4%3 ความแตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยจากแหล่งเงินทุนทางการกับเจ้าหนี้เอกชนขยายจาก 3.4 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2016 เป็น 5.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรใหม่ของประเทศที่กู้โดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนลดจาก 5.8% เหลือ 5.5%
3
การออกพันธบัตรของหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 35% เป็น 251,000 ล้านดอลลาร์ การกลับเข้าสู่ตลาดช่วยให้ผู้กู้บางรายปรับตารางชำระหนี้และยืดเวลาชำระออกไป แต่ไม่ได้ทำให้ยอดหนี้คงค้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การรีไฟแนนซ์บางกรณียังหมายถึงการนำเงินกู้ใหม่ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าไปชำระหนี้เดิม3
11
แรงส่งจากการออกพันธบัตรยังดำเนินต่อไปจนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม 20263 แต่คำถามสำคัญยังอยู่ที่เงื่อนไขการกู้ยืมจะยั่งยืนหรือไม่ และเงินทุนที่ระดมได้จะไปถึงประเทศและประชาชนที่จำเป็นต้องใช้จริงเพียงใด
1
11
การชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ห้าติดต่อกัน แตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ในจำนวนนี้ การจ่ายให้เจ้าหนี้เอกชนเพิ่มขึ้น 13.7% เป็น 363,000 ล้านดอลลาร์3
4
ตลอดช่วงปี 2022–2025 ประเทศกำลังพัฒนาจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่าเงินทุนใหม่ที่ได้รับรวม 436,000 ล้านดอลลาร์3
4 แม้กระแสหนี้ระยะยาวสุทธิจะพลิกจากเงินไหลออกสุทธิ 118,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็นเงินไหลเข้าสุทธิ 45,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 แต่การฟื้นตัวในปีเดียวไม่ได้ชดเชยเงินทุนที่ไหลออกไปก่อนหน้านั้น
3
มากกว่าหนึ่งในสี่ของการเพิ่มขึ้น 303,000 ล้านดอลลาร์ในหนี้ต่างประเทศภาครัฐและหนี้ที่ภาครัฐค้ำประกัน มาจากผลด้านการประเมินมูลค่าที่เกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง สำหรับประเทศผู้กู้รายใหญ่บางแห่งที่ได้รับเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน ผลจากการประเมินมูลค่านี้สูงกว่าการชำระคืนเงินต้นด้วย3
ประเด็นนี้ชี้ว่า ยอดหนี้ที่คิดเป็นดอลลาร์สูงขึ้นไม่ได้เกิดจากการกู้เงินใหม่ทั้งหมด แต่อาจเพิ่มขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินตราต่างประเทศเมื่อคำนวณหนี้กลับเป็นดอลลาร์3
ธนาคารโลกเตือนว่า เมื่อการกู้ยืมมีต้นทุนสูง เงินที่ควรใช้กับการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพ และการสร้างงาน อาจถูกเบียดไปใช้ชำระหนี้แทน3
4
11 ขณะเดียวกัน เจ้าหนี้ที่เปิดเผยข้อมูลไม่ชัดเจน เครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น และการค้ำประกัน ทำให้ประเมินภาระหนี้ ความยั่งยืน และการนำเงินกู้ไปใช้ได้ยากขึ้น
3
4
11
ภาพรวมจึงไม่ใช่การกลับสู่การกู้ยืมที่ทั่วถึงและมีต้นทุนเหมาะสม แต่เป็นการที่ช่องทางหาเงินทุนเริ่มเปิดกว้างขึ้น ในเวลาเดียวกับที่ความเปราะบางจากหนี้ยังคงสูงและกระจายไม่เท่ากัน โดยประเทศยากจนที่สุดต้องรับภาระดอกเบี้ยหนักเป็นพิเศษ3
4
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่ม 5.5% ในปี 2025 แตะสถิติ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ เร็วที่สุดนับจากปี 2021
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่ม 5.5% ในปี 2025 แตะสถิติ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ เร็วที่สุดนับจากปี 2021 ประเทศที่มีสิทธิ์รับเงินทุนจากสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) มีหนี้เพิ่ม 8.1% เป็น 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ และเผชิญดอกเบี้ยเงินกู้จากเอกชนสูงที่สุดนับจากปี 1989
การกลับมาออกพันธบัตรช่วยต่ออายุเวลาชำระหนี้ แต่ไม่ได้ลดหนี้คงค้างอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาระชำระหนี้รวมเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่ม 5.5% ในปี 2025 แตะสถิติ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ เร็วที่สุดนับจากปี 2021 ประเทศที่มีสิทธิ์รับเงินทุนจากสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) มีหนี้เพิ่ม 8.1% เป็น 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ และเผชิญดอกเบี้ยเงินกู้จากเอกชนสูงที่สุดนับจากปี 1989 การกลับมาออกพันธบัตรช่วยต่ออายุเวลาชำระหนี้ แ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the World Bank’s International Debt Report 2026, released on November 5, reveal about developing countries’ external debt rising 5. Article summary: The World Bank’s International Debt Report 2026 describes a recovery in access to borrowing—not a resolution of developing countries’ debt pressures: private finance returned, but debt stocks, repayment obligations and b. Topic tags: general web, code, api, security, regulation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts
รายงาน International Debt Report 2026 ของธนาคารโลก ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน สะท้อนภาพที่มีทั้งด้านบวกและด้านน่ากังวล: ประเทศกำลังพัฒนากลับเข้าถึงแหล่งเงินกู้เอกชนและตลาดพันธบัตรได้มากขึ้น แต่หนี้สะสม ภาระชำระคืน และต้นทุนการกู้ยืมยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในประเทศที่ยากจนที่สุด การเข้าถึงเงินทุนที่มากขึ้นจึงไม่ได้แปลว่าเงินกู้นั้นมีราคาถูก หรือเหลืองบสำหรับการพัฒนามากขึ้นโดยอัตโนมัติ3
4
11
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่มขึ้น 5.5% ในปี 2025 เป็น 9.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มเร็วที่สุดนับจากปี 2021 และราวสี่เท่าของอัตราเพิ่มเฉลี่ยในช่วงปี 2022–20243
11
กลุ่มประเทศที่มีสิทธิ์รับเงินทุนจาก สมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกลุ่มธนาคารโลกที่ให้เงินทุนแบบผ่อนปรนแก่ประเทศยากจน มีหนี้ต่างประเทศเพิ่มเร็วยิ่งกว่า คือ 8.1% แตะ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์3
11
ต้นทุนกู้ยืมจากเจ้าหนี้เอกชนของกลุ่มนี้ก็สูงมากเช่นกัน โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของเงินกู้ใหม่อยู่ที่ 8.2% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1989 ส่วนพันธบัตรที่ออกใหม่มีอัตราเฉลี่ย 9.4%3 ความแตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยจากแหล่งเงินทุนทางการกับเจ้าหนี้เอกชนขยายจาก 3.4 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2016 เป็น 5.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรใหม่ของประเทศที่กู้โดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนลดจาก 5.8% เหลือ 5.5%
3
การออกพันธบัตรของหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 35% เป็น 251,000 ล้านดอลลาร์ การกลับเข้าสู่ตลาดช่วยให้ผู้กู้บางรายปรับตารางชำระหนี้และยืดเวลาชำระออกไป แต่ไม่ได้ทำให้ยอดหนี้คงค้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การรีไฟแนนซ์บางกรณียังหมายถึงการนำเงินกู้ใหม่ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าไปชำระหนี้เดิม3
11
แรงส่งจากการออกพันธบัตรยังดำเนินต่อไปจนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม 20263 แต่คำถามสำคัญยังอยู่ที่เงื่อนไขการกู้ยืมจะยั่งยืนหรือไม่ และเงินทุนที่ระดมได้จะไปถึงประเทศและประชาชนที่จำเป็นต้องใช้จริงเพียงใด
1
11
การชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ห้าติดต่อกัน แตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ในจำนวนนี้ การจ่ายให้เจ้าหนี้เอกชนเพิ่มขึ้น 13.7% เป็น 363,000 ล้านดอลลาร์3
4
ตลอดช่วงปี 2022–2025 ประเทศกำลังพัฒนาจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่าเงินทุนใหม่ที่ได้รับรวม 436,000 ล้านดอลลาร์3
4 แม้กระแสหนี้ระยะยาวสุทธิจะพลิกจากเงินไหลออกสุทธิ 118,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็นเงินไหลเข้าสุทธิ 45,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 แต่การฟื้นตัวในปีเดียวไม่ได้ชดเชยเงินทุนที่ไหลออกไปก่อนหน้านั้น
3
มากกว่าหนึ่งในสี่ของการเพิ่มขึ้น 303,000 ล้านดอลลาร์ในหนี้ต่างประเทศภาครัฐและหนี้ที่ภาครัฐค้ำประกัน มาจากผลด้านการประเมินมูลค่าที่เกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง สำหรับประเทศผู้กู้รายใหญ่บางแห่งที่ได้รับเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน ผลจากการประเมินมูลค่านี้สูงกว่าการชำระคืนเงินต้นด้วย3
ประเด็นนี้ชี้ว่า ยอดหนี้ที่คิดเป็นดอลลาร์สูงขึ้นไม่ได้เกิดจากการกู้เงินใหม่ทั้งหมด แต่อาจเพิ่มขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงินตราต่างประเทศเมื่อคำนวณหนี้กลับเป็นดอลลาร์3
ธนาคารโลกเตือนว่า เมื่อการกู้ยืมมีต้นทุนสูง เงินที่ควรใช้กับการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพ และการสร้างงาน อาจถูกเบียดไปใช้ชำระหนี้แทน3
4
11 ขณะเดียวกัน เจ้าหนี้ที่เปิดเผยข้อมูลไม่ชัดเจน เครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น และการค้ำประกัน ทำให้ประเมินภาระหนี้ ความยั่งยืน และการนำเงินกู้ไปใช้ได้ยากขึ้น
3
4
11
ภาพรวมจึงไม่ใช่การกลับสู่การกู้ยืมที่ทั่วถึงและมีต้นทุนเหมาะสม แต่เป็นการที่ช่องทางหาเงินทุนเริ่มเปิดกว้างขึ้น ในเวลาเดียวกับที่ความเปราะบางจากหนี้ยังคงสูงและกระจายไม่เท่ากัน โดยประเทศยากจนที่สุดต้องรับภาระดอกเบี้ยหนักเป็นพิเศษ3
4
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่ม 5.5% ในปี 2025 แตะสถิติ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ เร็วที่สุดนับจากปี 2021
หนี้ต่างประเทศของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเพิ่ม 5.5% ในปี 2025 แตะสถิติ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ เร็วที่สุดนับจากปี 2021 ประเทศที่มีสิทธิ์รับเงินทุนจากสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA) มีหนี้เพิ่ม 8.1% เป็น 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ และเผชิญดอกเบี้ยเงินกู้จากเอกชนสูงที่สุดนับจากปี 1989
การกลับมาออกพันธบัตรช่วยต่ออายุเวลาชำระหนี้ แต่ไม่ได้ลดหนี้คงค้างอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาระชำระหนี้รวมเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า