Google ประกาศอัปเดต Agentic Data Cloud เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลที่กระจายอยู่หลายคลาวด์และการเพิ่มบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ AI Borderless Lakehouse ใช้ Apache Iceberg เป็นพื้นฐาน ส่วน Knowledge Catalog ช่วยให้ AI มีบริบทและความหมายทางธุรกิจประกอบการค้นข้อมูล สถานะการเปิดใช้แตกต่างกันในแต่ละความสามาร...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Google announce on November 4, 2026, about its Agentic Data Cloud, first introduced at Google Cloud Next 2026, and how do its Apach. Article summary: On November 4, 2026, Google announced updates to its Agentic Data Cloud centered on querying distributed data and giving AI agents more consistent business context, extending the architecture introduced at Google Cloud N. Topic tags: general, documentation, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
เป้าหมายหลักของอัปเดต Agentic Data Cloud ที่ Google ประกาศเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 คือช่วยให้เอเจนต์ AI ใช้ข้อมูลจากหลายส่วนของระบบคลาวด์องค์กรได้ โดยไม่ต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่เดียวก่อน พร้อมจัดหาบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ตีความข้อมูลได้ถูกต้องขึ้น องค์ประกอบสำคัญคือ Borderless Lakehouse ที่ใช้ Apache Iceberg และ Knowledge Catalog อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์แต่ละส่วนมีสถานะการเปิดใช้ไม่เหมือนกัน และข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่ยืนยันว่าการเข้าถึงข้อมูลข้ามคลาวด์จะไม่มีค่าใช้จ่ายทุกประเภท หรือยืนยันตัวเลขประหยัดต้นทุนที่มีการรายงานไว้ทั้งหมด 4
10
Google อธิบาย Borderless Lakehouse ว่าเป็นฐานข้อมูลแบบเปิดที่มีการกำกับดูแล โดยใช้รูปแบบ Apache Iceberg เอกสารของผลิตภัณฑ์ระบุว่า Iceberg เป็นพื้นฐานสำหรับการใช้ข้อมูลร่วมกันผ่านส่วนติดต่อเดียว ทั้งด้านวิเคราะห์ข้อมูลและ AI 4
1 ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Google ระบุว่าสามารถค้นและนำข้อมูลจากหลายคลาวด์ไปใช้งานได้โดยไม่ต้องย้ายตำแหน่ง ขณะที่รายงานข่าวอุตสาหกรรมระบุว่าอัปเดตเดือนพฤศจิกายนรองรับการค้นข้อมูลใน AWS และ Azure
15
3
แนวทางนี้ต่างจากการคัดลอกข้อมูลเข้าไปยังคลังข้อมูลส่วนกลางก่อนวิเคราะห์ ในทางหลักการ การค้นข้อมูล ณ แหล่งที่จัดเก็บอาจช่วยลดความจำเป็นในการสร้างกระบวนการคัดลอกข้อมูลระหว่างระบบ แต่ยังต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อ สิทธิ์การเข้าถึง รูปแบบข้อมูล และบริการที่เกี่ยวข้องให้พร้อม
หน้าเว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ของ Google ระบุว่า Borderless Lakehouse พร้อมใช้งานทั่วไปแล้ว 11 แต่ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อหรือฟีเจอร์ federation ทุกแบบมีสถานะเดียวกัน เพราะภาพรวม Lakehouse ของ Google ระบุว่าการทำ catalog federation กับ AWS Glue, Databricks Unity Catalog และ Snowflake Horizon ยังอยู่ในช่วงพรีวิว
10 นอกจากนี้ เอกสารของ Google ยังอธิบายการเชื่อมต่อข้ามคลาวด์สำหรับค้นข้อมูลใน Databricks Unity Catalog จาก Google Cloud
ความแตกต่างด้านสถานะนี้สำคัญเมื่อต้องประเมินเรื่อง private interconnect, caching หรือการเชื่อมต่อแบบ zero-copy ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดทั้งหมดของระบบเครือข่ายและการแคชระหว่าง AWS กับ Azure หรือการเชื่อมต่อแบบ zero-copy กับ SAP, Workday และ Salesforce จึงยังไม่ควรถือว่ารายละเอียดเหล่านั้นได้รับการยืนยันแล้ว
การเห็นตารางข้อมูลอย่างเดียวไม่ได้บอกเอเจนต์ว่าเมตริกหนึ่งหมายถึงอะไร ทีมงานยึดคำนิยามแบบใด หรือชุดข้อมูลต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร Google วางตำแหน่ง Knowledge Catalog ให้เป็นเครื่องมือรวบรวมความหมายทางธุรกิจและบริบทที่มีการกำกับดูแล เพื่อประกอบการใช้ข้อมูลของเอเจนต์ ในประกาศเดือนพฤศจิกายน Google ระบุว่า Borderless Lakehouse เชื่อมกับ Knowledge Catalog เพื่อจัดทำดัชนีข้อมูลทั้งแบบกระจายและไม่มีโครงสร้างบนคลาวด์ สำหรับใช้เป็นบริบทให้เอเจนต์ 4
Google ยังระบุว่าฟีเจอร์เติมบริบทแบบเรียนรู้จากการใช้งาน และ Knowledge Studio อยู่ในช่วงพรีวิว ฟีเจอร์เติมบริบทมีเป้าหมายใช้ปฏิสัมพันธ์ของเอเจนต์และผู้ใช้เพื่อค้นหาส่วนที่ขาดในบริบทธุรกิจ ส่วน Knowledge Studio เป็นเครื่องมือให้ผู้ดูแลข้อมูลสำรวจและตรวจทานบริบทดังกล่าว 19 ทั้งสองอย่างเป็นความสามารถด้านการจัดการบริบท แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานด้วยตัวเองว่าเอเจนต์จะดำเนินกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างปลอดภัย
บันทึกการอัปเดตของ Gemini Enterprise ระบุว่ามีโหมด federated query สำหรับ Data Cloud connectors และการเชื่อมต่อ Knowledge Catalog ในสถานะพรีวิว เมื่อแนบตัวเชื่อมต่อ Data Cloud ในโหมดดังกล่าว Knowledge Catalog จะเปิดใช้งานให้ Assistant โดยอัตโนมัติ พร้อมเครื่องมือแบบอ่านอย่างเดียวสำหรับค้นข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึง และดึงบริบททางเทคนิคกับธุรกิจมาใช้ 17 นี่คือการเชื่อมต่อที่มีขอบเขตตามเอกสาร ไม่ใช่การยืนยันคำกล่าวที่กว้างกว่านั้นเกี่ยวกับการรองรับ Gemini ทั้งหมด
ข้อเสนอของ Google เน้นการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้องย้ายตำแหน่ง และรายงานเกี่ยวกับประกาศระบุว่าสามารถค้นข้อมูลข้าม AWS และ Azure ได้โดยไม่มีค่า egress แบบผันแปร 15
3 แต่ข้อความจากประกาศและเอกสารที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าค่าบริการทุกประเภทจากคลาวด์ปลายทางจะหายไป หรือมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับคำนวณต้นทุนรวมของงานจริง
เช่นเดียวกัน ข้อมูลที่ได้รับไม่ได้ยืนยันตัวเลขว่าบริษัท talabat ลดต้นทุนการเคลื่อนย้ายข้อมูลได้ราว 40% หรือระบุการตั้งค่าเฉพาะที่นำข้อมูล Iceberg จาก Amazon S3 มาเชื่อมกับ BigQuery ได้ครบถ้วน แม้ตัวเลขการประหยัดด้านการเคลื่อนย้ายข้อมูลจะได้รับการยืนยัน ก็ไม่ได้แปลว่าต้นทุนการค้นข้อมูลทั้งหมด หรือต้นทุนในการทำภารกิจของเอเจนต์ให้สำเร็จ จะลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
รายงานข่าวร่วมสมัยระบุว่า AlloyDB และ BigQuery ได้รับการอัปเดตควบคู่กับ Knowledge Catalog 3 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันข้อกล่าวอ้างเฉพาะว่า AlloyDB สามารถ join ระเบียนย้อนหลังจาก Iceberg เข้ากับข้อมูลปฏิบัติการ PostgreSQL แบบเรียลไทม์ได้โดยตรง จึงยังสรุปความสามารถส่วนนั้นไม่ได้จากแหล่งข้อมูลชุดนี้
Spanner Omni เป็นอีกส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องของ Google โดย Google ประกาศเปิดให้ใช้งานทั่วไปเมื่อ 30 กันยายน 2026 และอธิบายว่าเป็นฐานข้อมูลแบบกระจายและหลายโมเดล ซึ่งติดตั้งได้ทั้งในศูนย์ข้อมูลขององค์กรหรือบนคลาวด์อื่น ดังนั้น Spanner Omni ไม่ได้เพิ่งประกาศสถานะพร้อมใช้งานทั่วไปครั้งแรกเมื่อ 4 พฤศจิกายน 20
ข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับคือ Google กำลังพัฒนาชั้นการเข้าถึงข้อมูลข้ามคลาวด์ พร้อมจับคู่กับบริบทที่ใช้ร่วมกันสำหรับผู้ช่วยและเอเจนต์ AI แนวทางนี้อาจช่วยให้เอเจนต์ค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องและใช้คำนิยามที่สอดคล้องกัน 4
17
19
แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่แสดงด้วยตัวเองว่าเอเจนต์ทำกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างปลอดภัย การประเมินเรื่องนั้นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์การใช้งาน การตรวจสอบความถูกต้อง การจัดการธุรกรรม การตรวจสอบย้อนหลัง การกู้คืนเมื่อเกิดปัญหา และต้นทุนรวมต่อภารกิจที่ทำสำเร็จ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ให้มายังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันการประเมินจากนักวิเคราะห์หรือการเปรียบเทียบกับ Microsoft, Databricks, Snowflake และ AWS
กล่าวโดยสรุป ประกาศนี้แสดงทิศทางของแพลตฟอร์มที่มุ่งให้เอเจนต์เข้าถึงข้อมูลและบริบทได้กว้างขึ้น แต่การอ้างถึงการทำงานอัตโนมัติอย่างปลอดภัยหรือการประหยัดต้นทุนโดยรวม ยังต้องมีหลักฐานมากกว่าความสามารถด้านการเข้าถึงข้อมูลและการจัดการบริบท
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Google ประกาศอัปเดต Agentic Data Cloud เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลที่กระจายอยู่หลายคลาวด์และการเพิ่มบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ AI
Google ประกาศอัปเดต Agentic Data Cloud เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลที่กระจายอยู่หลายคลาวด์และการเพิ่มบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ AI Borderless Lakehouse ใช้ Apache Iceberg เป็นพื้นฐาน ส่วน Knowledge Catalog ช่วยให้ AI มีบริบทและความหมายทางธุรกิจประกอบการค้นข้อมูล
สถานะการเปิดใช้แตกต่างกันในแต่ละความสามารถ และข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าการเชื่อมต่อข้ามคลาวด์จะตัดค่าใช้จ่ายทั้งหมด
Google ประกาศอัปเดต Agentic Data Cloud เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลที่กระจายอยู่หลายคลาวด์และการเพิ่มบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ AI Borderless Lakehouse ใช้ Apache Iceberg เป็นพื้นฐาน ส่วน Knowledge Catalog ช่วยให้ AI มีบริบทและความหมายทางธุรกิจประกอบการค้นข้อมูล สถานะการเปิดใช้แตกต่างกันในแต่ละความสามาร...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Google announce on November 4, 2026, about its Agentic Data Cloud, first introduced at Google Cloud Next 2026, and how do its Apach. Article summary: On November 4, 2026, Google announced updates to its Agentic Data Cloud centered on querying distributed data and giving AI agents more consistent business context, extending the architecture introduced at Google Cloud N. Topic tags: general, documentation, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
เป้าหมายหลักของอัปเดต Agentic Data Cloud ที่ Google ประกาศเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 คือช่วยให้เอเจนต์ AI ใช้ข้อมูลจากหลายส่วนของระบบคลาวด์องค์กรได้ โดยไม่ต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไว้ที่เดียวก่อน พร้อมจัดหาบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ตีความข้อมูลได้ถูกต้องขึ้น องค์ประกอบสำคัญคือ Borderless Lakehouse ที่ใช้ Apache Iceberg และ Knowledge Catalog อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์แต่ละส่วนมีสถานะการเปิดใช้ไม่เหมือนกัน และข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่ยืนยันว่าการเข้าถึงข้อมูลข้ามคลาวด์จะไม่มีค่าใช้จ่ายทุกประเภท หรือยืนยันตัวเลขประหยัดต้นทุนที่มีการรายงานไว้ทั้งหมด 4
10
Google อธิบาย Borderless Lakehouse ว่าเป็นฐานข้อมูลแบบเปิดที่มีการกำกับดูแล โดยใช้รูปแบบ Apache Iceberg เอกสารของผลิตภัณฑ์ระบุว่า Iceberg เป็นพื้นฐานสำหรับการใช้ข้อมูลร่วมกันผ่านส่วนติดต่อเดียว ทั้งด้านวิเคราะห์ข้อมูลและ AI 4
1 ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Google ระบุว่าสามารถค้นและนำข้อมูลจากหลายคลาวด์ไปใช้งานได้โดยไม่ต้องย้ายตำแหน่ง ขณะที่รายงานข่าวอุตสาหกรรมระบุว่าอัปเดตเดือนพฤศจิกายนรองรับการค้นข้อมูลใน AWS และ Azure
15
3
แนวทางนี้ต่างจากการคัดลอกข้อมูลเข้าไปยังคลังข้อมูลส่วนกลางก่อนวิเคราะห์ ในทางหลักการ การค้นข้อมูล ณ แหล่งที่จัดเก็บอาจช่วยลดความจำเป็นในการสร้างกระบวนการคัดลอกข้อมูลระหว่างระบบ แต่ยังต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อ สิทธิ์การเข้าถึง รูปแบบข้อมูล และบริการที่เกี่ยวข้องให้พร้อม
หน้าเว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ของ Google ระบุว่า Borderless Lakehouse พร้อมใช้งานทั่วไปแล้ว 11 แต่ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อหรือฟีเจอร์ federation ทุกแบบมีสถานะเดียวกัน เพราะภาพรวม Lakehouse ของ Google ระบุว่าการทำ catalog federation กับ AWS Glue, Databricks Unity Catalog และ Snowflake Horizon ยังอยู่ในช่วงพรีวิว
10 นอกจากนี้ เอกสารของ Google ยังอธิบายการเชื่อมต่อข้ามคลาวด์สำหรับค้นข้อมูลใน Databricks Unity Catalog จาก Google Cloud
ความแตกต่างด้านสถานะนี้สำคัญเมื่อต้องประเมินเรื่อง private interconnect, caching หรือการเชื่อมต่อแบบ zero-copy ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดทั้งหมดของระบบเครือข่ายและการแคชระหว่าง AWS กับ Azure หรือการเชื่อมต่อแบบ zero-copy กับ SAP, Workday และ Salesforce จึงยังไม่ควรถือว่ารายละเอียดเหล่านั้นได้รับการยืนยันแล้ว
การเห็นตารางข้อมูลอย่างเดียวไม่ได้บอกเอเจนต์ว่าเมตริกหนึ่งหมายถึงอะไร ทีมงานยึดคำนิยามแบบใด หรือชุดข้อมูลต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร Google วางตำแหน่ง Knowledge Catalog ให้เป็นเครื่องมือรวบรวมความหมายทางธุรกิจและบริบทที่มีการกำกับดูแล เพื่อประกอบการใช้ข้อมูลของเอเจนต์ ในประกาศเดือนพฤศจิกายน Google ระบุว่า Borderless Lakehouse เชื่อมกับ Knowledge Catalog เพื่อจัดทำดัชนีข้อมูลทั้งแบบกระจายและไม่มีโครงสร้างบนคลาวด์ สำหรับใช้เป็นบริบทให้เอเจนต์ 4
Google ยังระบุว่าฟีเจอร์เติมบริบทแบบเรียนรู้จากการใช้งาน และ Knowledge Studio อยู่ในช่วงพรีวิว ฟีเจอร์เติมบริบทมีเป้าหมายใช้ปฏิสัมพันธ์ของเอเจนต์และผู้ใช้เพื่อค้นหาส่วนที่ขาดในบริบทธุรกิจ ส่วน Knowledge Studio เป็นเครื่องมือให้ผู้ดูแลข้อมูลสำรวจและตรวจทานบริบทดังกล่าว 19 ทั้งสองอย่างเป็นความสามารถด้านการจัดการบริบท แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานด้วยตัวเองว่าเอเจนต์จะดำเนินกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างปลอดภัย
บันทึกการอัปเดตของ Gemini Enterprise ระบุว่ามีโหมด federated query สำหรับ Data Cloud connectors และการเชื่อมต่อ Knowledge Catalog ในสถานะพรีวิว เมื่อแนบตัวเชื่อมต่อ Data Cloud ในโหมดดังกล่าว Knowledge Catalog จะเปิดใช้งานให้ Assistant โดยอัตโนมัติ พร้อมเครื่องมือแบบอ่านอย่างเดียวสำหรับค้นข้อมูลที่ผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึง และดึงบริบททางเทคนิคกับธุรกิจมาใช้ 17 นี่คือการเชื่อมต่อที่มีขอบเขตตามเอกสาร ไม่ใช่การยืนยันคำกล่าวที่กว้างกว่านั้นเกี่ยวกับการรองรับ Gemini ทั้งหมด
ข้อเสนอของ Google เน้นการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้องย้ายตำแหน่ง และรายงานเกี่ยวกับประกาศระบุว่าสามารถค้นข้อมูลข้าม AWS และ Azure ได้โดยไม่มีค่า egress แบบผันแปร 15
3 แต่ข้อความจากประกาศและเอกสารที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าค่าบริการทุกประเภทจากคลาวด์ปลายทางจะหายไป หรือมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับคำนวณต้นทุนรวมของงานจริง
เช่นเดียวกัน ข้อมูลที่ได้รับไม่ได้ยืนยันตัวเลขว่าบริษัท talabat ลดต้นทุนการเคลื่อนย้ายข้อมูลได้ราว 40% หรือระบุการตั้งค่าเฉพาะที่นำข้อมูล Iceberg จาก Amazon S3 มาเชื่อมกับ BigQuery ได้ครบถ้วน แม้ตัวเลขการประหยัดด้านการเคลื่อนย้ายข้อมูลจะได้รับการยืนยัน ก็ไม่ได้แปลว่าต้นทุนการค้นข้อมูลทั้งหมด หรือต้นทุนในการทำภารกิจของเอเจนต์ให้สำเร็จ จะลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
รายงานข่าวร่วมสมัยระบุว่า AlloyDB และ BigQuery ได้รับการอัปเดตควบคู่กับ Knowledge Catalog 3 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันข้อกล่าวอ้างเฉพาะว่า AlloyDB สามารถ join ระเบียนย้อนหลังจาก Iceberg เข้ากับข้อมูลปฏิบัติการ PostgreSQL แบบเรียลไทม์ได้โดยตรง จึงยังสรุปความสามารถส่วนนั้นไม่ได้จากแหล่งข้อมูลชุดนี้
Spanner Omni เป็นอีกส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องของ Google โดย Google ประกาศเปิดให้ใช้งานทั่วไปเมื่อ 30 กันยายน 2026 และอธิบายว่าเป็นฐานข้อมูลแบบกระจายและหลายโมเดล ซึ่งติดตั้งได้ทั้งในศูนย์ข้อมูลขององค์กรหรือบนคลาวด์อื่น ดังนั้น Spanner Omni ไม่ได้เพิ่งประกาศสถานะพร้อมใช้งานทั่วไปครั้งแรกเมื่อ 4 พฤศจิกายน 20
ข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับคือ Google กำลังพัฒนาชั้นการเข้าถึงข้อมูลข้ามคลาวด์ พร้อมจับคู่กับบริบทที่ใช้ร่วมกันสำหรับผู้ช่วยและเอเจนต์ AI แนวทางนี้อาจช่วยให้เอเจนต์ค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องและใช้คำนิยามที่สอดคล้องกัน 4
17
19
แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่แสดงด้วยตัวเองว่าเอเจนต์ทำกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างปลอดภัย การประเมินเรื่องนั้นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์การใช้งาน การตรวจสอบความถูกต้อง การจัดการธุรกรรม การตรวจสอบย้อนหลัง การกู้คืนเมื่อเกิดปัญหา และต้นทุนรวมต่อภารกิจที่ทำสำเร็จ นอกจากนี้ ข้อมูลที่ให้มายังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันการประเมินจากนักวิเคราะห์หรือการเปรียบเทียบกับ Microsoft, Databricks, Snowflake และ AWS
กล่าวโดยสรุป ประกาศนี้แสดงทิศทางของแพลตฟอร์มที่มุ่งให้เอเจนต์เข้าถึงข้อมูลและบริบทได้กว้างขึ้น แต่การอ้างถึงการทำงานอัตโนมัติอย่างปลอดภัยหรือการประหยัดต้นทุนโดยรวม ยังต้องมีหลักฐานมากกว่าความสามารถด้านการเข้าถึงข้อมูลและการจัดการบริบท
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Google ประกาศอัปเดต Agentic Data Cloud เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลที่กระจายอยู่หลายคลาวด์และการเพิ่มบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ AI
Google ประกาศอัปเดต Agentic Data Cloud เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยเน้นการเข้าถึงข้อมูลที่กระจายอยู่หลายคลาวด์และการเพิ่มบริบทธุรกิจให้เอเจนต์ AI Borderless Lakehouse ใช้ Apache Iceberg เป็นพื้นฐาน ส่วน Knowledge Catalog ช่วยให้ AI มีบริบทและความหมายทางธุรกิจประกอบการค้นข้อมูล
สถานะการเปิดใช้แตกต่างกันในแต่ละความสามารถ และข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าการเชื่อมต่อข้ามคลาวด์จะตัดค่าใช้จ่ายทั้งหมด