หลังหุ้น Visa ร่วงราว 1.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ราคาฟื้นขึ้นและแตะระหว่างวันที่ประมาณ 417 ดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่รายได้ทั้งปีงบฯ 2026 โต 15% และ EPS แบบ non GAAP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์ รายได้ไตรมาส 4 เพิ่ม 13% เป็น 12.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณการชำระเงินเพิ่ม 9% เป็น 4.08 ล้านล้านด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Visa shares rebound from their after-hours decline following the October 27, 2026 earnings report to an all-time high on October 30,. Article summary: Visa’s rebound coincided with an earnings beat, strong payment activity and renewed analyst support: after slipping following the October 27 report, shares traded as high as $417 on October 30, when Wells Fargo’s higher . Topic tags: general, government, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
หุ้น Visa (NYSE: V) เริ่มต้นปฏิกิริยาต่องบไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 ด้วยแรงขาย ก่อนจะฟื้นตัวในช่วงถัดมา รายงานหนึ่งระบุว่าหุ้นลดลงราว 1.5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม และอีกสองวันต่อมาราคาขึ้นไปแตะประมาณ 417 ดอลลาร์ระหว่างวัน 4
17
การฟื้นตัวเกิดขึ้นพร้อมผลประกอบการที่เติบโต กิจกรรมการชำระเงินที่แข็งแรง และนักวิเคราะห์หลายสำนักปรับราคาเป้าหมายขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าความกังวลเรื่องการเติบโตในอนาคตหมดไป
Visa รายงานรายได้สุทธิไตรมาส 4 ที่ 12.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน กำไรต่อหุ้นปรับลดตามเกณฑ์ GAAP อยู่ที่ 3.19 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% ส่วนกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP อยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% 1
3
ตลอดปีงบประมาณ รายได้สุทธิอยู่ที่ 45.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% หรือ 14% เมื่อคำนวณแบบค่าเงินคงที่ กำไรต่อหุ้นแบบ GAAP อยู่ที่ 12.32 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% และแบบ non-GAAP อยู่ที่ 13.27 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% 1
3
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วในไตรมาสล่าสุดสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการ 3.44 ดอลลาร์จากการสำรวจของ Bloomberg ขณะที่สรุปผลประกอบการอีกแหล่งระบุรายได้ไตรมาสละ 12.14 พันล้านดอลลาร์ และสูงกว่าประมาณการ 46.23 ล้านดอลลาร์ โดย Visa รายงานตัวเลขรายได้ปัดเศษเป็น 12.1 พันล้านดอลลาร์ 2
12
Ryan McInerney ซีอีโอของ Visa กล่าวว่ารายได้ทั้งปีเติบโต 15% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 15 ปี หากไม่นับการฟื้นตัวหลังโรคระบาดและผลจากการเข้าซื้อกิจการ ข้อแม้นี้สำคัญ เพราะไม่ได้หมายความว่าอัตราเติบโตสูงที่สุดอย่างไม่มีเงื่อนไขตลอดทุกปีในช่วงเวลาดังกล่าว 6
กิจกรรมการชำระเงินช่วยให้เห็นภาพของการเติบโต: ไตรมาส 4 ปริมาณการชำระเงินเพิ่มขึ้น 9% เป็น 4.08 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนโดยไม่รวมธุรกรรมภายในยุโรปเพิ่มขึ้น 14% และปริมาณข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเพิ่มขึ้น 13% Visa ระบุว่าการเติบโตของรายได้ไตรมาสนี้มาจากปริมาณการชำระเงิน ธุรกรรมข้ามพรมแดน และจำนวนธุรกรรมที่ประมวลผล 2
3
ข้อมูลที่เปิดเผยแสดงการเติบโตจากหลายด้าน แต่ไม่ได้ชี้ว่ามีปัจจัยเดียวที่ทำให้ผลประกอบการดีกว่าคาด และข้อมูลที่มีไม่เพียงพอจะสรุปว่า Christopher Suh ซีเอฟโอระบุสาเหตุเฉพาะข้อใดเป็นคำอธิบายหลักของผลประกอบการที่ดีกว่าคาด
ราคาหุ้นลดลงราว 1.5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ก่อนกลับมาใกล้ 402 ดอลลาร์ แล้วปรับขึ้นต่อ รายงานวันที่ 30 ตุลาคมระบุราคาปิดที่ 413.69 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.77% หลังจากแตะประมาณ 417 ดอลลาร์ระหว่างวัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาจากคนละช่วงเวลาซื้อขาย 4
17
รายงานหนึ่งระบุว่าราคาสูงสุดระหว่างวันในวันที่ 30 ตุลาคมเป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ขณะที่อีกรายงานระบุว่าหุ้นทะลุ 400 ดอลลาร์และทำสถิติสูงสุดตลอดกาลในวันที่ 28 ตุลาคม ดังนั้น จากข้อมูลที่มี จึงควรเรียกจุดสูงสุดวันที่ 30 ตุลาคมว่า “สูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์” ไม่ใช่ยืนยันว่าเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล 4
5
17
การปรับราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์เป็นอีกสัญญาณบวก Wells Fargo เพิ่มเป้าหมายจาก 432 เป็น 463 ดอลลาร์ และคงคำแนะนำ Overweight; Morgan Stanley เพิ่มจาก 416 เป็น 471 ดอลลาร์ และคง Overweight; TD Cowen ปรับจาก 420 เป็น 450 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ Buy ส่วน Barclays เพิ่มจาก 420 เป็น 440 ดอลลาร์ และคง Overweight 4
17
21
Cantor Fitzgerald ย้ำคำแนะนำ Overweight และราคาเป้าหมาย 445 ดอลลาร์ ส่วน Susquehanna มีรายงานว่าปรับราคาเป้าหมายขึ้น แต่ข้อมูลที่มีไม่ระบุรายละเอียดราคาเดิมและราคาใหม่พร้อมคำแนะนำได้ครบถ้วน 18
ตัวเลขราคาเป้าหมายเฉลี่ยและจำนวนคำแนะนำแตกต่างกันตามผู้ให้บริการและเวลาที่รวบรวมข้อมูล MarketBeat รายงานคำแนะนำโดยรวมระดับ Buy และราคาเป้าหมายเฉลี่ย 438.41 ดอลลาร์ จากนักวิเคราะห์ 37 ราย ส่วนข้อมูลของ Benzinga นับนักวิเคราะห์ 28 ราย—27 รายแนะนำ Buy และ 1 รายแนะนำ Hold—โดยมีเป้าหมายเฉลี่ย 422 ดอลลาร์ จึงไม่ควรมองตัวเลขเหล่านี้เป็นฉันทามติชุดเดียวที่คงที่ 21
คณะกรรมการ Visa เพิ่มเงินปันผลเงินสดรายไตรมาส 16% เป็นหุ้นละ 0.78 ดอลลาร์ โดยกำหนดจ่ายวันที่ 1 ธันวาคม 2026 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อ ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน
Visa คาดว่ารายได้สุทธิปีงบประมาณ 2027 จะเติบโตในระดับเลขสองหลักต้น ๆ และมีปริมาณการชำระเงินราว 25% ที่จะถึงกำหนดต่อสัญญาในปีนั้น เทียบกับ 20% ในปี 2026 การต่อสัญญาจึงทำให้การรักษาลูกค้าและเงื่อนไขจูงใจเป็นประเด็นสำคัญต่อแนวโน้มธุรกิจ
อีกด้านหนึ่ง มีรายงานกล่าวถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานว่าเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนประเมินอยู่ แต่ข้อมูลที่อ้างถึงไม่ได้ระบุความกังวลเรื่องการลงทุนเฉพาะด้าน หรือคำนวณว่าการใช้จ่ายดังกล่าวจะกระทบผลประกอบการในอนาคตมากเพียงใด
สุดท้าย อัตราเติบโตของรายได้ไตรมาสละ 13% กับการเติบโตของปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดน 14% เป็นคนละตัวชี้วัด ตัวแรกครอบคลุมรายได้ของธุรกิจโดยรวม ส่วนตัวหลังวัดกิจกรรมด้านปริมาณธุรกรรมประเภทหนึ่ง ข้อมูลที่อ้างถึงจึงยังไม่ยืนยันอัตราเติบโตของรายได้จากธุรกรรมข้ามพรมแดนโดยเฉพาะ หรือพิสูจน์ว่ารายได้นั้นโตช้ากว่าปริมาณธุรกรรม 3
โดยสรุป หุ้น Visa ฟื้นหลังรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาด พร้อมการเติบโตของกิจกรรมการชำระเงินและราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นจากนักวิเคราะห์หลายสำนัก แต่หลักฐานที่มีรองรับจุดสูงสุดวันที่ 30 ตุลาคมในฐานะระดับสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์เท่านั้น ส่วนการต่อสัญญา ค่าใช้จ่าย มูลค่าหุ้น และความต่อเนื่องของการเติบโตยังเป็นโจทย์ที่ต้องติดตาม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หลังหุ้น Visa ร่วงราว 1.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ราคาฟื้นขึ้นและแตะระหว่างวันที่ประมาณ 417 ดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่รายได้ทั้งปีงบฯ 2026 โต 15% และ EPS แบบ non GAAP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์
หลังหุ้น Visa ร่วงราว 1.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ราคาฟื้นขึ้นและแตะระหว่างวันที่ประมาณ 417 ดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่รายได้ทั้งปีงบฯ 2026 โต 15% และ EPS แบบ non GAAP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์ รายได้ไตรมาส 4 เพิ่ม 13% เป็น 12.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณการชำระเงินเพิ่ม 9% เป็น 4.08 ล้านล้านดอลลาร์
คณะกรรมการเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาส 16% เป็นหุ้นละ 0.78 ดอลลาร์ แต่การต่อสัญญาลูกค้าในปีงบฯ 2027 ค่าใช้จ่าย และมูลค่าหุ้นยังเป็นประเด็นที่ตลาดต้องประเมิน
หลังหุ้น Visa ร่วงราว 1.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ราคาฟื้นขึ้นและแตะระหว่างวันที่ประมาณ 417 ดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่รายได้ทั้งปีงบฯ 2026 โต 15% และ EPS แบบ non GAAP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์ รายได้ไตรมาส 4 เพิ่ม 13% เป็น 12.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณการชำระเงินเพิ่ม 9% เป็น 4.08 ล้านล้านด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did Visa shares rebound from their after-hours decline following the October 27, 2026 earnings report to an all-time high on October 30,. Article summary: Visa’s rebound coincided with an earnings beat, strong payment activity and renewed analyst support: after slipping following the October 27 report, shares traded as high as $417 on October 30, when Wells Fargo’s higher . Topic tags: general, government, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
หุ้น Visa (NYSE: V) เริ่มต้นปฏิกิริยาต่องบไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 ด้วยแรงขาย ก่อนจะฟื้นตัวในช่วงถัดมา รายงานหนึ่งระบุว่าหุ้นลดลงราว 1.5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม และอีกสองวันต่อมาราคาขึ้นไปแตะประมาณ 417 ดอลลาร์ระหว่างวัน 4
17
การฟื้นตัวเกิดขึ้นพร้อมผลประกอบการที่เติบโต กิจกรรมการชำระเงินที่แข็งแรง และนักวิเคราะห์หลายสำนักปรับราคาเป้าหมายขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าความกังวลเรื่องการเติบโตในอนาคตหมดไป
Visa รายงานรายได้สุทธิไตรมาส 4 ที่ 12.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน กำไรต่อหุ้นปรับลดตามเกณฑ์ GAAP อยู่ที่ 3.19 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% ส่วนกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP อยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% 1
3
ตลอดปีงบประมาณ รายได้สุทธิอยู่ที่ 45.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% หรือ 14% เมื่อคำนวณแบบค่าเงินคงที่ กำไรต่อหุ้นแบบ GAAP อยู่ที่ 12.32 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% และแบบ non-GAAP อยู่ที่ 13.27 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% 1
3
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วในไตรมาสล่าสุดสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการ 3.44 ดอลลาร์จากการสำรวจของ Bloomberg ขณะที่สรุปผลประกอบการอีกแหล่งระบุรายได้ไตรมาสละ 12.14 พันล้านดอลลาร์ และสูงกว่าประมาณการ 46.23 ล้านดอลลาร์ โดย Visa รายงานตัวเลขรายได้ปัดเศษเป็น 12.1 พันล้านดอลลาร์ 2
12
Ryan McInerney ซีอีโอของ Visa กล่าวว่ารายได้ทั้งปีเติบโต 15% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 15 ปี หากไม่นับการฟื้นตัวหลังโรคระบาดและผลจากการเข้าซื้อกิจการ ข้อแม้นี้สำคัญ เพราะไม่ได้หมายความว่าอัตราเติบโตสูงที่สุดอย่างไม่มีเงื่อนไขตลอดทุกปีในช่วงเวลาดังกล่าว 6
กิจกรรมการชำระเงินช่วยให้เห็นภาพของการเติบโต: ไตรมาส 4 ปริมาณการชำระเงินเพิ่มขึ้น 9% เป็น 4.08 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดนโดยไม่รวมธุรกรรมภายในยุโรปเพิ่มขึ้น 14% และปริมาณข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเพิ่มขึ้น 13% Visa ระบุว่าการเติบโตของรายได้ไตรมาสนี้มาจากปริมาณการชำระเงิน ธุรกรรมข้ามพรมแดน และจำนวนธุรกรรมที่ประมวลผล 2
3
ข้อมูลที่เปิดเผยแสดงการเติบโตจากหลายด้าน แต่ไม่ได้ชี้ว่ามีปัจจัยเดียวที่ทำให้ผลประกอบการดีกว่าคาด และข้อมูลที่มีไม่เพียงพอจะสรุปว่า Christopher Suh ซีเอฟโอระบุสาเหตุเฉพาะข้อใดเป็นคำอธิบายหลักของผลประกอบการที่ดีกว่าคาด
ราคาหุ้นลดลงราว 1.5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ก่อนกลับมาใกล้ 402 ดอลลาร์ แล้วปรับขึ้นต่อ รายงานวันที่ 30 ตุลาคมระบุราคาปิดที่ 413.69 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.77% หลังจากแตะประมาณ 417 ดอลลาร์ระหว่างวัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาจากคนละช่วงเวลาซื้อขาย 4
17
รายงานหนึ่งระบุว่าราคาสูงสุดระหว่างวันในวันที่ 30 ตุลาคมเป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ขณะที่อีกรายงานระบุว่าหุ้นทะลุ 400 ดอลลาร์และทำสถิติสูงสุดตลอดกาลในวันที่ 28 ตุลาคม ดังนั้น จากข้อมูลที่มี จึงควรเรียกจุดสูงสุดวันที่ 30 ตุลาคมว่า “สูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์” ไม่ใช่ยืนยันว่าเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล 4
5
17
การปรับราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์เป็นอีกสัญญาณบวก Wells Fargo เพิ่มเป้าหมายจาก 432 เป็น 463 ดอลลาร์ และคงคำแนะนำ Overweight; Morgan Stanley เพิ่มจาก 416 เป็น 471 ดอลลาร์ และคง Overweight; TD Cowen ปรับจาก 420 เป็น 450 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ Buy ส่วน Barclays เพิ่มจาก 420 เป็น 440 ดอลลาร์ และคง Overweight 4
17
21
Cantor Fitzgerald ย้ำคำแนะนำ Overweight และราคาเป้าหมาย 445 ดอลลาร์ ส่วน Susquehanna มีรายงานว่าปรับราคาเป้าหมายขึ้น แต่ข้อมูลที่มีไม่ระบุรายละเอียดราคาเดิมและราคาใหม่พร้อมคำแนะนำได้ครบถ้วน 18
ตัวเลขราคาเป้าหมายเฉลี่ยและจำนวนคำแนะนำแตกต่างกันตามผู้ให้บริการและเวลาที่รวบรวมข้อมูล MarketBeat รายงานคำแนะนำโดยรวมระดับ Buy และราคาเป้าหมายเฉลี่ย 438.41 ดอลลาร์ จากนักวิเคราะห์ 37 ราย ส่วนข้อมูลของ Benzinga นับนักวิเคราะห์ 28 ราย—27 รายแนะนำ Buy และ 1 รายแนะนำ Hold—โดยมีเป้าหมายเฉลี่ย 422 ดอลลาร์ จึงไม่ควรมองตัวเลขเหล่านี้เป็นฉันทามติชุดเดียวที่คงที่ 21
คณะกรรมการ Visa เพิ่มเงินปันผลเงินสดรายไตรมาส 16% เป็นหุ้นละ 0.78 ดอลลาร์ โดยกำหนดจ่ายวันที่ 1 ธันวาคม 2026 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อ ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน
Visa คาดว่ารายได้สุทธิปีงบประมาณ 2027 จะเติบโตในระดับเลขสองหลักต้น ๆ และมีปริมาณการชำระเงินราว 25% ที่จะถึงกำหนดต่อสัญญาในปีนั้น เทียบกับ 20% ในปี 2026 การต่อสัญญาจึงทำให้การรักษาลูกค้าและเงื่อนไขจูงใจเป็นประเด็นสำคัญต่อแนวโน้มธุรกิจ
อีกด้านหนึ่ง มีรายงานกล่าวถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานว่าเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนประเมินอยู่ แต่ข้อมูลที่อ้างถึงไม่ได้ระบุความกังวลเรื่องการลงทุนเฉพาะด้าน หรือคำนวณว่าการใช้จ่ายดังกล่าวจะกระทบผลประกอบการในอนาคตมากเพียงใด
สุดท้าย อัตราเติบโตของรายได้ไตรมาสละ 13% กับการเติบโตของปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดน 14% เป็นคนละตัวชี้วัด ตัวแรกครอบคลุมรายได้ของธุรกิจโดยรวม ส่วนตัวหลังวัดกิจกรรมด้านปริมาณธุรกรรมประเภทหนึ่ง ข้อมูลที่อ้างถึงจึงยังไม่ยืนยันอัตราเติบโตของรายได้จากธุรกรรมข้ามพรมแดนโดยเฉพาะ หรือพิสูจน์ว่ารายได้นั้นโตช้ากว่าปริมาณธุรกรรม 3
โดยสรุป หุ้น Visa ฟื้นหลังรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาด พร้อมการเติบโตของกิจกรรมการชำระเงินและราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นจากนักวิเคราะห์หลายสำนัก แต่หลักฐานที่มีรองรับจุดสูงสุดวันที่ 30 ตุลาคมในฐานะระดับสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์เท่านั้น ส่วนการต่อสัญญา ค่าใช้จ่าย มูลค่าหุ้น และความต่อเนื่องของการเติบโตยังเป็นโจทย์ที่ต้องติดตาม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หลังหุ้น Visa ร่วงราว 1.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ราคาฟื้นขึ้นและแตะระหว่างวันที่ประมาณ 417 ดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่รายได้ทั้งปีงบฯ 2026 โต 15% และ EPS แบบ non GAAP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์
หลังหุ้น Visa ร่วงราว 1.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคม ราคาฟื้นขึ้นและแตะระหว่างวันที่ประมาณ 417 ดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ขณะที่รายได้ทั้งปีงบฯ 2026 โต 15% และ EPS แบบ non GAAP ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 3.48 ดอลลาร์ รายได้ไตรมาส 4 เพิ่ม 13% เป็น 12.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณการชำระเงินเพิ่ม 9% เป็น 4.08 ล้านล้านดอลลาร์
คณะกรรมการเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาส 16% เป็นหุ้นละ 0.78 ดอลลาร์ แต่การต่อสัญญาลูกค้าในปีงบฯ 2027 ค่าใช้จ่าย และมูลค่าหุ้นยังเป็นประเด็นที่ตลาดต้องประเมิน