Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google สำหรับงานซับซ้อนและต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานป้องกันภัยไซเบอร์[5][36] Google เริ่มทยอยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกใช้เมื่อ 30 กันยายน 2026 จากนั้นเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกผ่านช่องทางแบบชำระเงินในวันที่ 13...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Google’s Gemini 4 Argon, which Google calls its most capable AI model, and how did its rollout progress from a September 30, 2026 an. Article summary: Gemini 4 Argon is Google’s frontier model, identified in its APIs as gemini 4 argon, which Google describes as its latest and most capable model for complex, sustained work.[5][4] The available evidence supports its paid. Topic tags: general web, openai, agents, ai, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google ที่บริษัทระบุว่าเป็นโมเดลล่าสุดและมีความสามารถสูงสุดสำหรับงานซับซ้อนที่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้นตอน จุดขายจึงไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่รวมถึงการช่วยทำงานที่มีหลายช่วง ตั้งแต่พัฒนาซอฟต์แวร์ไปจนถึงงานความรู้เฉพาะทาง
Google ประกาศ Gemini 4 Argon เมื่อ 30 กันยายน 2026 และเริ่มทยอยเปิดให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกผ่านโครงการ Fairwind ทดลองใช้ก่อน5
14 ต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม บริษัทประกาศเปิดให้ใช้งานทั่วโลกสำหรับนักพัฒนาและองค์กรผ่าน API รวมถึงเปิดช่องทางให้ผู้สมัครแพ็กเกจ Google AI ที่เข้าเกณฑ์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ของ Google
18
วันที่ 27 ตุลาคม Google เผยแพร่บทความ “8 examples of Gemini 4 Argon in action” เพื่อแสดงตัวอย่างการใช้งานเพิ่มเติม17 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ในแหล่งอ้างอิงชุดนี้ยืนยันการเผยแพร่บทความดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพียงพอที่จะยืนยันตัวเลขหรือรายละเอียดของตัวอย่างบางรายการที่มีการกล่าวถึง เช่น การสร้างฉากห้องสมุดสามมิติ หรือสไลด์จากคลังข้อมูลภารกิจดาวอังคาร
Google วางตำแหน่ง Argon สำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน งานด้านการเงินและกฎหมาย รวมถึงเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ เช่น CodeMender โดยเน้นการช่วยทำงานให้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ5
10 เอกสาร API ระบุว่ารองรับขีดจำกัดอินพุตและเอาต์พุตรวมกันสูงสุดหนึ่งล้านโทเคน และปรับระดับการคิดได้
ในงานกฎหมาย Google ระบุว่า Argon ทำผลงานได้โดดเด่นในการประเมิน Harvey’s Legal Agent Benchmark ซึ่งมุ่งทดสอบงานวิจัยและการร่างเอกสารทางกฎหมาย10 แต่ข้อมูลที่อ้างถึงไม่ได้ระบุตัวเลขเปรียบเทียบกับโมเดลรุ่นก่อนอย่างชัดเจน
Google ยังรายงานว่า ทีมวิศวกรภายในที่ใช้ Argon ใน Antigravity เพิ่มการส่งโค้ดจากเอเจนต์ AI ได้มากกว่า 35% และลดการย้อนกลับโค้ดหลังส่งได้เกือบหนึ่งในสาม10 ตัวเลขนี้เป็นผลที่ Google รายงานจากการใช้งานภายใน ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์สำหรับทุกทีม
ราคาต่อหนึ่งล้านโทเคนเป็นดังนี้1:
| ประเภทโทเคน | ถึง 30 พ.ย. 2026 | ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2026 |
|---|---|---|
| อินพุต | 2 ดอลลาร์ | 4 ดอลลาร์ |
| อินพุตที่แคชไว้ | 0.10 ดอลลาร์ | 0.20 ดอลลาร์ |
| เอาต์พุต | 10 ดอลลาร์ | 20 ดอลลาร์ |
ราคาอินพุตและเอาต์พุตช่วงแรกเป็นครึ่งหนึ่งของราคาที่จะใช้ตั้งแต่ 1 ธันวาคม ส่วนอินพุตที่แคชไว้ลดลง 95% เมื่อเทียบกับอินพุตปกติในแต่ละช่วงราคา1
Google ระบุว่าโทเคนที่โมเดลประมวลผลจะถูกนับและคิดค่าบริการ รวมถึงโทเคนสำหรับการคิดของโมเดล และคำสั่งระบบหรือคำประกาศฟังก์ชันของเครื่องมือภายในที่ใช้กับ grounding เอกสารราคา API จัดโทเคนสำหรับการคิดไว้ในกลุ่มเอาต์พุตด้วย1 ดังนั้นผู้ใช้ API ควรประเมินค่าใช้จ่ายจากทั้งอินพุตและผลลัพธ์ที่โมเดลสร้าง ไม่ใช่ดูเฉพาะข้อความตอบกลับที่มองเห็น
เอกสารของ Google ระบุว่า CodeMender รองรับ Gemini 4 Argon ในสถานะ Preview และมีรุ่น Gemini 4 Argon Cyber Permissive สำหรับงานป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจำกัดการเข้าถึงไว้เฉพาะผู้ที่อยู่ใน allowlist
ส่วนรายละเอียดข้อห้ามสำหรับงานไซเบอร์เชิงรุก และข้อยกเว้นใดบ้างที่ผู้เข้าร่วม Fairwind อาจได้รับ ข้อมูลอ้างอิงที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอให้สรุปอย่างเจาะจงได้ สิ่งที่ยืนยันได้คือการเริ่มเปิดให้กลุ่มผู้ป้องกันไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกใช้ก่อน และการมีรุ่นสำหรับงานป้องกันที่จำกัดการเข้าถึง5
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า Argon เป็นโมเดลที่ Google เรียกว่า “มีความสามารถสูงสุด” หรือไม่ แต่คือใช้งานกับงานที่ต้องทำจริงมากพอหรือเปล่า เพราะ Google เน้นการใช้งานหนักและงานหลายขั้นตอน ขณะที่ผู้ใช้ API ต้องจ่ายตามปริมาณโทเคนที่ประมวลผล
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google สำหรับงานซับซ้อนและต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานป้องกันภัยไซเบอร์[5][36]
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google สำหรับงานซับซ้อนและต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานป้องกันภัยไซเบอร์[5][36] Google เริ่มทยอยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกใช้เมื่อ 30 กันยายน 2026 จากนั้นเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกผ่านช่องทางแบบชำระเงินในวันที่ 13 ตุลาคม[5][18]
ราคา API ต่อหนึ่งล้านโทเคนอยู่ที่ 2 ดอลลาร์สำหรับอินพุตและ 10 ดอลลาร์สำหรับเอาต์พุตถึง 30 พฤศจิกายน ก่อนปรับเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์ตามลำดับตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2026; โทเคนที่แคชไว้ถูกกว่าอินพุตปกติ 95%[1]
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google สำหรับงานซับซ้อนและต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานป้องกันภัยไซเบอร์[5][36] Google เริ่มทยอยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกใช้เมื่อ 30 กันยายน 2026 จากนั้นเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกผ่านช่องทางแบบชำระเงินในวันที่ 13...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Google’s Gemini 4 Argon, which Google calls its most capable AI model, and how did its rollout progress from a September 30, 2026 an. Article summary: Gemini 4 Argon is Google’s frontier model, identified in its APIs as gemini 4 argon, which Google describes as its latest and most capable model for complex, sustained work.[5][4] The available evidence supports its paid. Topic tags: general web, openai, agents, ai, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google ที่บริษัทระบุว่าเป็นโมเดลล่าสุดและมีความสามารถสูงสุดสำหรับงานซับซ้อนที่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้นตอน จุดขายจึงไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่รวมถึงการช่วยทำงานที่มีหลายช่วง ตั้งแต่พัฒนาซอฟต์แวร์ไปจนถึงงานความรู้เฉพาะทาง
Google ประกาศ Gemini 4 Argon เมื่อ 30 กันยายน 2026 และเริ่มทยอยเปิดให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกผ่านโครงการ Fairwind ทดลองใช้ก่อน5
14 ต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม บริษัทประกาศเปิดให้ใช้งานทั่วโลกสำหรับนักพัฒนาและองค์กรผ่าน API รวมถึงเปิดช่องทางให้ผู้สมัครแพ็กเกจ Google AI ที่เข้าเกณฑ์ใช้งานในผลิตภัณฑ์ของ Google
18
วันที่ 27 ตุลาคม Google เผยแพร่บทความ “8 examples of Gemini 4 Argon in action” เพื่อแสดงตัวอย่างการใช้งานเพิ่มเติม17 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ในแหล่งอ้างอิงชุดนี้ยืนยันการเผยแพร่บทความดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพียงพอที่จะยืนยันตัวเลขหรือรายละเอียดของตัวอย่างบางรายการที่มีการกล่าวถึง เช่น การสร้างฉากห้องสมุดสามมิติ หรือสไลด์จากคลังข้อมูลภารกิจดาวอังคาร
Google วางตำแหน่ง Argon สำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน งานด้านการเงินและกฎหมาย รวมถึงเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ เช่น CodeMender โดยเน้นการช่วยทำงานให้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ5
10 เอกสาร API ระบุว่ารองรับขีดจำกัดอินพุตและเอาต์พุตรวมกันสูงสุดหนึ่งล้านโทเคน และปรับระดับการคิดได้
ในงานกฎหมาย Google ระบุว่า Argon ทำผลงานได้โดดเด่นในการประเมิน Harvey’s Legal Agent Benchmark ซึ่งมุ่งทดสอบงานวิจัยและการร่างเอกสารทางกฎหมาย10 แต่ข้อมูลที่อ้างถึงไม่ได้ระบุตัวเลขเปรียบเทียบกับโมเดลรุ่นก่อนอย่างชัดเจน
Google ยังรายงานว่า ทีมวิศวกรภายในที่ใช้ Argon ใน Antigravity เพิ่มการส่งโค้ดจากเอเจนต์ AI ได้มากกว่า 35% และลดการย้อนกลับโค้ดหลังส่งได้เกือบหนึ่งในสาม10 ตัวเลขนี้เป็นผลที่ Google รายงานจากการใช้งานภายใน ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์สำหรับทุกทีม
ราคาต่อหนึ่งล้านโทเคนเป็นดังนี้1:
| ประเภทโทเคน | ถึง 30 พ.ย. 2026 | ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2026 |
|---|---|---|
| อินพุต | 2 ดอลลาร์ | 4 ดอลลาร์ |
| อินพุตที่แคชไว้ | 0.10 ดอลลาร์ | 0.20 ดอลลาร์ |
| เอาต์พุต | 10 ดอลลาร์ | 20 ดอลลาร์ |
ราคาอินพุตและเอาต์พุตช่วงแรกเป็นครึ่งหนึ่งของราคาที่จะใช้ตั้งแต่ 1 ธันวาคม ส่วนอินพุตที่แคชไว้ลดลง 95% เมื่อเทียบกับอินพุตปกติในแต่ละช่วงราคา1
Google ระบุว่าโทเคนที่โมเดลประมวลผลจะถูกนับและคิดค่าบริการ รวมถึงโทเคนสำหรับการคิดของโมเดล และคำสั่งระบบหรือคำประกาศฟังก์ชันของเครื่องมือภายในที่ใช้กับ grounding เอกสารราคา API จัดโทเคนสำหรับการคิดไว้ในกลุ่มเอาต์พุตด้วย1 ดังนั้นผู้ใช้ API ควรประเมินค่าใช้จ่ายจากทั้งอินพุตและผลลัพธ์ที่โมเดลสร้าง ไม่ใช่ดูเฉพาะข้อความตอบกลับที่มองเห็น
เอกสารของ Google ระบุว่า CodeMender รองรับ Gemini 4 Argon ในสถานะ Preview และมีรุ่น Gemini 4 Argon Cyber Permissive สำหรับงานป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจำกัดการเข้าถึงไว้เฉพาะผู้ที่อยู่ใน allowlist
ส่วนรายละเอียดข้อห้ามสำหรับงานไซเบอร์เชิงรุก และข้อยกเว้นใดบ้างที่ผู้เข้าร่วม Fairwind อาจได้รับ ข้อมูลอ้างอิงที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอให้สรุปอย่างเจาะจงได้ สิ่งที่ยืนยันได้คือการเริ่มเปิดให้กลุ่มผู้ป้องกันไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกใช้ก่อน และการมีรุ่นสำหรับงานป้องกันที่จำกัดการเข้าถึง5
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า Argon เป็นโมเดลที่ Google เรียกว่า “มีความสามารถสูงสุด” หรือไม่ แต่คือใช้งานกับงานที่ต้องทำจริงมากพอหรือเปล่า เพราะ Google เน้นการใช้งานหนักและงานหลายขั้นตอน ขณะที่ผู้ใช้ API ต้องจ่ายตามปริมาณโทเคนที่ประมวลผล
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google สำหรับงานซับซ้อนและต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานป้องกันภัยไซเบอร์[5][36]
Gemini 4 Argon คือโมเดล AI ระดับแนวหน้าของ Google สำหรับงานซับซ้อนและต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานกฎหมายและการเงิน รวมถึงงานป้องกันภัยไซเบอร์[5][36] Google เริ่มทยอยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดเลือกใช้เมื่อ 30 กันยายน 2026 จากนั้นเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกผ่านช่องทางแบบชำระเงินในวันที่ 13 ตุลาคม[5][18]
ราคา API ต่อหนึ่งล้านโทเคนอยู่ที่ 2 ดอลลาร์สำหรับอินพุตและ 10 ดอลลาร์สำหรับเอาต์พุตถึง 30 พฤศจิกายน ก่อนปรับเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์ตามลำดับตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2026; โทเคนที่แคชไว้ถูกกว่าอินพุตปกติ 95%[1]