คาร์ปกล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศสำคัญในสนาม AI โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” แต่ยุโรปยังเดินหน้าสร้างขีดความสามารถและหาทางเลือกด้านเทคโนโลยีของตนเอง ฝรั่งเศสเลือก ChapsVision มาแทน Palantir ในหน่วยข่าวกรองภายในประเทศ แต่การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่การตัดระบบทันที: มีรายงานว่ายังใช้ซอฟต์แวร์ Palantir ระหว่างพัฒนา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Palantir CEO Alex Karp say about Europe abandoning the AI race in his October 23 conversation with Citigroup’s Leon Kalvara about l. Article summary: Karp’s reported message was that Europe had effectively opted out of an AI contest dominated by the United States and China, with Israel a “minor exception.” [8][34] But Europe’s efforts to build domestic technology and . Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
คำประเมินของอเล็กซ์ คาร์ป ซีอีโอ Palantir ตรงไปตรงมา: ในการแข่งขัน AI มีเพียงสหรัฐฯ กับจีนที่เป็นผู้เล่นสำคัญ โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” อย่างไรก็ตาม ความพยายามของยุโรปที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของตัวเอง และแผนของฝรั่งเศสที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการโดยยังไม่ปิดระบบ Palantir ทันที ทำให้ข้อสรุปว่ายุโรปยอมแพ้ไปแล้วดูง่ายเกินจริง 2
16
วิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมมีช่วงที่คาร์ปวิจารณ์สถานะของยุโรปในการแข่งขัน AI ข้อความที่เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดียระบุว่าเขาพูดว่า “นอกจากอิสราเอลซึ่งเป็นข้อยกเว้นเล็กน้อยแล้ว มีเพียงจีนกับสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศสำคัญ” และบอกว่าเขา “เดือดดาล” กับเรื่องยุโรป แต่หลักฐานที่มีเป็นคลิปหรือข้อความบางช่วง ไม่ใช่บทถอดเสียงฉบับเต็มจากแหล่งต้นฉบับ 2
16
รายการสัมภาษณ์ระบุว่าผู้สัมภาษณ์จาก Citi คือ ลีออน คัลวาเรีย และบทสนทนาครอบคลุมเรื่องภาวะผู้นำ AI แบบอธิปไตย การควบคุมข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญา การเมือง และภาษีความมั่งคั่ง วันที่ 23 ตุลาคมเป็นวันเผยแพร่วิดีโอ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นวันที่บันทึกการสนทนา ส่วนข้อมูลที่มีไม่เพียงพอให้เรียบเรียงเหตุผลโดยละเอียดของคาร์ปเกี่ยวกับภาษีความมั่งคั่งหรือ AI แบบอธิปไตยได้อย่างน่าเชื่อถือ 1
ท่าทีวิจารณ์แนวทาง AI ของยุโรปสอดคล้องกับคำพูดที่มีรายงานจากการปรากฏตัวในรายการ Fox Business เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยคาร์ปเรียกแนวทางกำกับดูแล AI ของยุโรปว่าเป็น “ต้นแบบที่ล้มเหลว” และเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ควรทำตาม
ส่วนคำพูดของเขาเมื่อวันที่ 17 กันยายนเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกันโดยตรง นั่นคือความรับผิดชอบของบริษัท AI ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC คาร์ปกล่าวว่าผู้พัฒนาควรรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และมองความรับผิดทางกฎหมายเป็นด่านป้องกันแรก แทนการพึ่งกฎระเบียบใหม่จากรัฐบาล มุมมองนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเขาจึงให้น้ำหนักกับความรับผิดชอบมากกว่าการกำกับดูแล แต่รายงานที่มีไม่ได้ยืนยันว่าเขาเปรียบเทียบประเด็นนี้กับคำวิจารณ์ยุโรปโดยตรง 17
19
การที่ฝรั่งเศสเลือก ChapsVision มาแทน Palantir ใน DGSI ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองภายในประเทศของฝรั่งเศส เป็นตัวอย่างชัดเจนของความพยายามลดการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าซอฟต์แวร์ของ Palantir ถูกถอดออกไปแล้ว มีรายงานว่า Palantir ได้รับการต่อสัญญา และการเปลี่ยนผ่านจะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน 4
7
AFP รายงานว่า DGSI จะยังใช้ซอฟต์แวร์ของ Palantir ต่อไปในระหว่างที่ ChapsVision พัฒนาระบบทดแทนให้เสร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ขณะที่รายงานอีกชิ้นระบุว่า Palantir ยืนยันว่าสัญญาของบริษัทยังมีผลอยู่ 10
11
ประเด็นสำคัญคือ การเลือกผู้ให้บริการรายใหม่สำหรับอนาคตไม่เท่ากับการย้ายระบบเสร็จสิ้นแล้ว หลักฐานที่มีชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การยุติบทบาทของ Palantir ในทันที 4
10
11
รายงานหนึ่งระบุว่ารายได้ Palantir ในไตรมาสสองอยู่ที่ 1.935 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนการเติบโตของบริษัทโดยรวม แต่ไม่ได้วัดผลทางการเงินจากการตัดสินใจของฝรั่งเศส หรือบอกว่าธุรกิจของ Palantir ในยุโรปเป็นอย่างไร 6
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึงไม่ได้แสดงรายได้เฉพาะภูมิภาคยุโรป หรือคำนวณผลกระทบทางการเงินจากการเปลี่ยนระบบของ DGSI การเติบโตของรายได้ทั้งบริษัทและการที่สัญญายังมีผลระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน จึงยังใช้สรุปไม่ได้ว่า Palantir กำลังได้หรือเสียธุรกิจในยุโรป 6
10
11
เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอชุดมาตรการด้านอธิปไตยทางเทคโนโลยี ครอบคลุมเซมิคอนดักเตอร์ AI คลาวด์ และโอเพนซอร์ส โดยนิยามอธิปไตยทางเทคโนโลยีว่าเป็นความสามารถในการพัฒนาและควบคุมเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลสำคัญ พร้อมลดการพึ่งพาผู้ให้บริการนอกสหภาพยุโรป ข้อเสนอเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายุโรปกำลังพยายามสร้างขีดความสามารถ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าจะทำได้สำเร็จ
อาร์เธอร์ เมนช์ ซีอีโอ Mistral เคยเสนอว่ายุโรปควรสร้าง AI ระดับแนวหน้าและแพลตฟอร์มของตนเอง แทนการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากที่อื่น เขาประเมินว่าบริษัทในยุโรปใช้จ่ายกับบริการคลาวด์และซอฟต์แวร์จากสหรัฐฯ มากกว่า 260,000 ล้านยูโรต่อปี ตัวเลขนี้เป็นค่าประเมินที่เขากล่าวไว้ ไม่ใช่ยอดรวมที่แหล่งข้อมูลที่มีตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นอิสระ
กรณี DGSI แสดงให้เห็นโจทย์ในทางปฏิบัติ: รัฐบาลอาจยังต้องใช้ระบบที่มีอยู่ ขณะพัฒนาทางเลือกในประเทศไปพร้อมกัน นี่เป็นหลักฐานทั้งของการพึ่งพาที่มีอยู่และความพยายามจะเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่หลักฐานว่ายุโรปเลิกสนใจ AI แล้ว 10
คำพูดของคาร์ปสะท้อนข้อถกเถียงจริงว่าใครเป็นผู้สร้างและควบคุม AI แต่หลักฐานที่มีชวนให้สรุปอย่างระมัดระวังกว่าแค่ “ยุโรปออกจากการแข่งขันแล้ว”: ยุโรปกำลังพยายามลดการพึ่งพาทางเทคโนโลยีและสร้างทางเลือกของตัวเอง และยังเร็วเกินไปที่จะใช้ตัวเลขธุรกิจที่อ้างถึงตัดสินว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อรายได้ของ Palantir ในยุโรปอย่างไร
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คาร์ปกล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศสำคัญในสนาม AI โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” แต่ยุโรปยังเดินหน้าสร้างขีดความสามารถและหาทางเลือกด้านเทคโนโลยีของตนเอง
คาร์ปกล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศสำคัญในสนาม AI โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” แต่ยุโรปยังเดินหน้าสร้างขีดความสามารถและหาทางเลือกด้านเทคโนโลยีของตนเอง ฝรั่งเศสเลือก ChapsVision มาแทน Palantir ในหน่วยข่าวกรองภายในประเทศ แต่การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่การตัดระบบทันที: มีรายงานว่ายังใช้ซอฟต์แวร์ Palantir ระหว่างพัฒนาระบบทดแทน
รายได้ Palantir ไตรมาสสองที่มีรายงานว่าโต 93% เป็นตัวเลขรวมของบริษัท และไม่ได้บอกว่าธุรกิจในยุโรปได้รับผลจากการตัดสินใจของฝรั่งเศสอย่างไร
คาร์ปกล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศสำคัญในสนาม AI โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” แต่ยุโรปยังเดินหน้าสร้างขีดความสามารถและหาทางเลือกด้านเทคโนโลยีของตนเอง ฝรั่งเศสเลือก ChapsVision มาแทน Palantir ในหน่วยข่าวกรองภายในประเทศ แต่การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่การตัดระบบทันที: มีรายงานว่ายังใช้ซอฟต์แวร์ Palantir ระหว่างพัฒนา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Palantir CEO Alex Karp say about Europe abandoning the AI race in his October 23 conversation with Citigroup’s Leon Kalvara about l. Article summary: Karp’s reported message was that Europe had effectively opted out of an AI contest dominated by the United States and China, with Israel a “minor exception.” [8][34] But Europe’s efforts to build domestic technology and . Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
คำประเมินของอเล็กซ์ คาร์ป ซีอีโอ Palantir ตรงไปตรงมา: ในการแข่งขัน AI มีเพียงสหรัฐฯ กับจีนที่เป็นผู้เล่นสำคัญ โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” อย่างไรก็ตาม ความพยายามของยุโรปที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของตัวเอง และแผนของฝรั่งเศสที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการโดยยังไม่ปิดระบบ Palantir ทันที ทำให้ข้อสรุปว่ายุโรปยอมแพ้ไปแล้วดูง่ายเกินจริง 2
16
วิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมมีช่วงที่คาร์ปวิจารณ์สถานะของยุโรปในการแข่งขัน AI ข้อความที่เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดียระบุว่าเขาพูดว่า “นอกจากอิสราเอลซึ่งเป็นข้อยกเว้นเล็กน้อยแล้ว มีเพียงจีนกับสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศสำคัญ” และบอกว่าเขา “เดือดดาล” กับเรื่องยุโรป แต่หลักฐานที่มีเป็นคลิปหรือข้อความบางช่วง ไม่ใช่บทถอดเสียงฉบับเต็มจากแหล่งต้นฉบับ 2
16
รายการสัมภาษณ์ระบุว่าผู้สัมภาษณ์จาก Citi คือ ลีออน คัลวาเรีย และบทสนทนาครอบคลุมเรื่องภาวะผู้นำ AI แบบอธิปไตย การควบคุมข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญา การเมือง และภาษีความมั่งคั่ง วันที่ 23 ตุลาคมเป็นวันเผยแพร่วิดีโอ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นวันที่บันทึกการสนทนา ส่วนข้อมูลที่มีไม่เพียงพอให้เรียบเรียงเหตุผลโดยละเอียดของคาร์ปเกี่ยวกับภาษีความมั่งคั่งหรือ AI แบบอธิปไตยได้อย่างน่าเชื่อถือ 1
ท่าทีวิจารณ์แนวทาง AI ของยุโรปสอดคล้องกับคำพูดที่มีรายงานจากการปรากฏตัวในรายการ Fox Business เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยคาร์ปเรียกแนวทางกำกับดูแล AI ของยุโรปว่าเป็น “ต้นแบบที่ล้มเหลว” และเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ควรทำตาม
ส่วนคำพูดของเขาเมื่อวันที่ 17 กันยายนเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกันโดยตรง นั่นคือความรับผิดชอบของบริษัท AI ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC คาร์ปกล่าวว่าผู้พัฒนาควรรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และมองความรับผิดทางกฎหมายเป็นด่านป้องกันแรก แทนการพึ่งกฎระเบียบใหม่จากรัฐบาล มุมมองนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเขาจึงให้น้ำหนักกับความรับผิดชอบมากกว่าการกำกับดูแล แต่รายงานที่มีไม่ได้ยืนยันว่าเขาเปรียบเทียบประเด็นนี้กับคำวิจารณ์ยุโรปโดยตรง 17
19
การที่ฝรั่งเศสเลือก ChapsVision มาแทน Palantir ใน DGSI ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองภายในประเทศของฝรั่งเศส เป็นตัวอย่างชัดเจนของความพยายามลดการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าซอฟต์แวร์ของ Palantir ถูกถอดออกไปแล้ว มีรายงานว่า Palantir ได้รับการต่อสัญญา และการเปลี่ยนผ่านจะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน 4
7
AFP รายงานว่า DGSI จะยังใช้ซอฟต์แวร์ของ Palantir ต่อไปในระหว่างที่ ChapsVision พัฒนาระบบทดแทนให้เสร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ขณะที่รายงานอีกชิ้นระบุว่า Palantir ยืนยันว่าสัญญาของบริษัทยังมีผลอยู่ 10
11
ประเด็นสำคัญคือ การเลือกผู้ให้บริการรายใหม่สำหรับอนาคตไม่เท่ากับการย้ายระบบเสร็จสิ้นแล้ว หลักฐานที่มีชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การยุติบทบาทของ Palantir ในทันที 4
10
11
รายงานหนึ่งระบุว่ารายได้ Palantir ในไตรมาสสองอยู่ที่ 1.935 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนการเติบโตของบริษัทโดยรวม แต่ไม่ได้วัดผลทางการเงินจากการตัดสินใจของฝรั่งเศส หรือบอกว่าธุรกิจของ Palantir ในยุโรปเป็นอย่างไร 6
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึงไม่ได้แสดงรายได้เฉพาะภูมิภาคยุโรป หรือคำนวณผลกระทบทางการเงินจากการเปลี่ยนระบบของ DGSI การเติบโตของรายได้ทั้งบริษัทและการที่สัญญายังมีผลระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน จึงยังใช้สรุปไม่ได้ว่า Palantir กำลังได้หรือเสียธุรกิจในยุโรป 6
10
11
เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอชุดมาตรการด้านอธิปไตยทางเทคโนโลยี ครอบคลุมเซมิคอนดักเตอร์ AI คลาวด์ และโอเพนซอร์ส โดยนิยามอธิปไตยทางเทคโนโลยีว่าเป็นความสามารถในการพัฒนาและควบคุมเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลสำคัญ พร้อมลดการพึ่งพาผู้ให้บริการนอกสหภาพยุโรป ข้อเสนอเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายุโรปกำลังพยายามสร้างขีดความสามารถ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าจะทำได้สำเร็จ
อาร์เธอร์ เมนช์ ซีอีโอ Mistral เคยเสนอว่ายุโรปควรสร้าง AI ระดับแนวหน้าและแพลตฟอร์มของตนเอง แทนการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากที่อื่น เขาประเมินว่าบริษัทในยุโรปใช้จ่ายกับบริการคลาวด์และซอฟต์แวร์จากสหรัฐฯ มากกว่า 260,000 ล้านยูโรต่อปี ตัวเลขนี้เป็นค่าประเมินที่เขากล่าวไว้ ไม่ใช่ยอดรวมที่แหล่งข้อมูลที่มีตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นอิสระ
กรณี DGSI แสดงให้เห็นโจทย์ในทางปฏิบัติ: รัฐบาลอาจยังต้องใช้ระบบที่มีอยู่ ขณะพัฒนาทางเลือกในประเทศไปพร้อมกัน นี่เป็นหลักฐานทั้งของการพึ่งพาที่มีอยู่และความพยายามจะเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่หลักฐานว่ายุโรปเลิกสนใจ AI แล้ว 10
คำพูดของคาร์ปสะท้อนข้อถกเถียงจริงว่าใครเป็นผู้สร้างและควบคุม AI แต่หลักฐานที่มีชวนให้สรุปอย่างระมัดระวังกว่าแค่ “ยุโรปออกจากการแข่งขันแล้ว”: ยุโรปกำลังพยายามลดการพึ่งพาทางเทคโนโลยีและสร้างทางเลือกของตัวเอง และยังเร็วเกินไปที่จะใช้ตัวเลขธุรกิจที่อ้างถึงตัดสินว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อรายได้ของ Palantir ในยุโรปอย่างไร
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คาร์ปกล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศสำคัญในสนาม AI โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” แต่ยุโรปยังเดินหน้าสร้างขีดความสามารถและหาทางเลือกด้านเทคโนโลยีของตนเอง
คาร์ปกล่าวว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศสำคัญในสนาม AI โดยมีอิสราเอลเป็น “ข้อยกเว้นเล็กน้อย” แต่ยุโรปยังเดินหน้าสร้างขีดความสามารถและหาทางเลือกด้านเทคโนโลยีของตนเอง ฝรั่งเศสเลือก ChapsVision มาแทน Palantir ในหน่วยข่าวกรองภายในประเทศ แต่การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่การตัดระบบทันที: มีรายงานว่ายังใช้ซอฟต์แวร์ Palantir ระหว่างพัฒนาระบบทดแทน
รายได้ Palantir ไตรมาสสองที่มีรายงานว่าโต 93% เป็นตัวเลขรวมของบริษัท และไม่ได้บอกว่าธุรกิจในยุโรปได้รับผลจากการตัดสินใจของฝรั่งเศสอย่างไร