บทสัมภาษณ์ในรายการ Meet the Press ของเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 เผยให้เห็นความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับยูเครนอย่างชัดเจน ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีกล่าวว่าเขาเชื่อว่ามีสัญญาณจากวอชิงตันให้จำกัดการใช้บริการ Starshield ของยูเครน ส่วนสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เรียกข้อกล่าวหานี้ว่า “ประมาทอย่างยิ่ง”
6
อย่างไรก็ตาม รายงานของรอยเตอร์ที่อ้างเจ้าหน้าที่ระบุว่าคำสั่งให้จำกัดบริการมีต้นทางจากภายในทำเนียบขาว แต่แหล่งข่าวไม่ได้เปิดเผยว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจหรือใครรับผิดชอบดำเนินการ
ข้อจำกัดความเร็ว Starshield ที่ 161 กม./ชม.
เซเลนสกีกล่าวว่าบริการของยูเครนยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ และระบุว่าระบบมีเพดานความเร็ว 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือประมาณ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง Starshield เป็นบริการดาวเทียมสำหรับภาครัฐและการทหาร ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่าย Starlink ของ SpaceX
3
8
รายงานระบุว่าข้อจำกัดดังกล่าวทำให้กองทัพยูเครนประสบปัญหาในการใช้ระบบสกัดกั้นโดรนรัสเซีย แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันผลกระทบเฉพาะต่อโดรนสกัดกั้นที่ไล่ตามโดรน Shahed รุ่นใช้เครื่องยนต์ไอพ่น
เบสเซนต์ปฏิเสธคำกล่าวของเซเลนสกี โดยอ้างว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีใครในรัฐบาลสั่งให้จำกัดบริการดังกล่าว พร้อมเตือนเซเลนสกีให้ระมัดระวังการกล่าวหา
6
7
แต่รายงานของรอยเตอร์ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคนและเจ้าหน้าที่ชาติตะวันตกหนึ่งคน ระบุว่าคำสั่งดังกล่าวมาจากภายในทำเนียบขาว และมีการส่งต่อไปยังผู้บริหารกระทรวงกลาโหม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุชื่อผู้ตัดสินใจหรือผู้ดำเนินการตามคำสั่ง
อีลอน มัสก์กล่าวว่าข้อจำกัดของ Starshield เป็นเรื่องที่กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจ และท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับประธานาธิบดี ขณะที่ทรัมป์กล่าวภายหลังว่าเขาไม่คิดว่าตนเองหรือมัสก์เป็นผู้รับผิดชอบ คำกล่าวทั้งสองขัดแย้งกัน และยังไม่ยืนยันสายการตัดสินใจที่ชัดเจน
ข่าวกรองกลับมาแล้ว แต่คำถามเรื่องพันธมิตรยังค้างอยู่
เซเลนสกีกล่าวว่ายูเครนไม่ได้รับข่าวกรองจากสหรัฐฯ ซึ่งใช้เตือนการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซียเป็นเวลาราวสามวัน ก่อนการแบ่งปันข้อมูลจะกลับมาเป็นปกติ เขากล่าวว่าขณะให้สัมภาษณ์ ระบบกลับมาทำงานแล้ว
21 เมื่อถูกถามถึงการหยุดชะงัก เบสเซนต์เตือนเซเลนสกีไม่ให้กล่าวสิ่งที่ไม่เป็นความจริง
19
เบสเซนต์ถูกถามถึงสามครั้งว่าสหรัฐฯ มองยูเครนเป็นพันธมิตรหรือไม่ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา เขาชี้ว่าสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือยูเครน และกล่าวว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พันธมิตร พร้อมเปรียบเทียบว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือแบบเดียวกันแก่รัสเซีย
11
เบสเซนต์ยังเรียกกรอบคำถามว่ายูเครนต้องชนะหรือไม่ว่าเป็น “ทางเลือกที่บังคับให้เลือก” และปกป้องแนวทางของรัฐบาลต่อรัสเซียและการให้ความช่วยเหลือยูเครน
1 ด้านเซเลนสกีกล่าวว่ายูเครน “จะไม่สามารถมีชัย” หากสหรัฐฯ เข้าข้างรัสเซีย และระบุว่าเขาหวังว่าทรัมป์จะยังเป็นพันธมิตรของยูเครน
13
ข้อตกลงน้ำมันดีเซลและท่าทีต่อรัสเซีย
ประเด็นนโยบายพลังงานและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย เบสเซนต์กล่าวว่ารัฐบาลกำลังใช้เวลา 60 วันทบทวนสถานการณ์ และสิ่งเดียวที่ยกเลิกคือมาตรการห้ามนำเข้าน้ำมันดีเซล
1 เซเลนสกีเรียกข้อตกลงดีเซลนี้ว่า “อันตรายมาก” และแย้งว่าจะไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันในสหรัฐฯ
8
ในการสัมภาษณ์อีกรายการหนึ่งของ Meet the Press วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ธอม ทิลลิส วิจารณ์ว่าข้อตกลงของทรัมป์กับรัสเซียอาจผิดกฎหมายและทำให้ชีวิตชาวอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยง ตามข้อมูลรายการของเอ็นบีซี เซเลนสกีเตือนด้วยว่า หากสหรัฐฯ สนับสนุนวลาดิเมียร์ ปูตินอย่างเป็นทางการ นั่นจะเป็น “ความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์”
13
ภาพรวมจากบทสัมภาษณ์จึงยังมีประเด็นที่ขัดแย้งกัน: เบสเซนต์ยืนยันว่ารัฐบาลสนับสนุนยูเครน แต่ปฏิเสธว่ารัฐบาลเป็นผู้สั่งจำกัด Starshield ขณะที่รายงานของรอยเตอร์ระบุว่าคำสั่งมีต้นทางจากภายในทำเนียบขาว โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจหรือผู้ดำเนินการ
1