Apple ปิดตลาดวันพุธที่ 14 ตุลาคมด้วยราคาหุ้น 342.96 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.5% จากวันก่อนหน้า ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทอยู่ที่ 5.005 ล้านล้านดอลลาร์ นับเป็นบริษัทที่สองต่อจาก Nvidia ที่ปิดตลาดเหนือระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ได้
1
10
จุดสำคัญคือครั้งนี้ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นพุ่งผ่านระดับดังกล่าวชั่วคราวระหว่างวัน แต่ยังคงอยู่เหนือระดับนั้นเมื่อสิ้นสุดการซื้อขายด้วย อย่างไรก็ตาม ระยะห่างจากเส้นแบ่งดังกล่าวไม่ได้มากนัก จึงควรมองตัวเลขนี้เป็นหมุดหมายของตลาด มากกว่าจะเป็นเครื่องยืนยันว่ามูลค่าบริษัทจะอยู่ระดับนี้ต่อไปแน่นอน
ทำไมการปิดตลาดครั้งนี้จึงสำคัญ
Apple เคยแตะมูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์ระหว่างวันมาแล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และมีรายงานว่าหุ้นทะลุระดับนี้ระหว่างการซื้อขายอีก 6 ครั้งก่อนวันที่ 14 ตุลาคม
3
10 แต่ก่อนหน้านี้มูลค่าดังกล่าวยังไม่ยืนเหนือเกณฑ์ได้จนถึงเวลาปิดตลาด
อีกด้านหนึ่ง หมุดหมายนี้เกิดขึ้นในวันที่ตลาดโดยรวมไม่ได้สดใสนัก Reuters รายงานว่าตลาด Nasdaq ปิดลดลง หลังตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาดและกระตุ้นความกังวลว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่หุ้น Apple กลับปรับขึ้น 0.5%
1 ตัวเลขวันเดียวจึงบอกได้ว่าหุ้นของบริษัทแข็งแกร่งในวันนั้น แต่ยังไม่เพียงพอจะสรุปว่าความเชื่อมั่นจะต่อเนื่อง
HomeView เพิ่มสีสันให้เรื่องราว แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
วันก่อนหน้าหมุดหมายดังกล่าว Apple เปิดตัว HomeView จออัจฉริยะสำหรับควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน ราคาเริ่มต้น 299 ดอลลาร์ โดยวาง Siri ไว้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งาน
11
12 ผลิตภัณฑ์นี้ทำให้แผนบุกตลาดบ้านอัจฉริยะของ Apple เห็นภาพชัดขึ้น และต้องแข่งขันกับอุปกรณ์จาก Amazon และ Google
8
การเปิดตัวเกิดขึ้นใกล้กับวันที่หุ้นปิดเหนือ 5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าข่าว HomeView เป็นตัวขับเคลื่อนราคาหุ้นโดยตรง และการประกาศสินค้าใหม่ก็ยังไม่บอกว่าผู้บริโภคจะซื้อหรือใช้งานมากเพียงใด สิ่งที่ต้องจับตาคือ Siri จะช่วยให้ HomeView แตกต่างและทำให้ลูกค้าใช้งานผลิตภัณฑ์ในระบบนิเวศของ Apple มากขึ้นได้จริงหรือไม่
จะรักษาระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ได้หรือไม่
คำตอบยังไม่มีใครยืนยันได้ การปิดตลาดเหนือระดับนี้เป็นครั้งแรกถือเป็นหลักฐานว่าตลาดให้มูลค่า Apple สูงถึงจุดดังกล่าวในวันนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าราคาหุ้นจะไม่ผันผวน หรือแผนผลิตภัณฑ์และ AI ของบริษัทจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ
อีกประเด็นที่นักลงทุนอาจติดตามคือการเปลี่ยนผ่านผู้นำ John Ternus เข้ารับตำแหน่ง CEO ต่อจาก Tim Cook และมีรายงานว่าเขากำลังพิจารณาปรับองค์กรให้คล่องตัวขึ้น เน้นงานวิศวกรรม และออกผลิตภัณฑ์ให้ถี่ขึ้น
2 แนวทางเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ผ่านการลงมือทำและผลประกอบการ ไม่ใช่สิ่งที่หมุดหมายมูลค่าตลาดครั้งเดียวจะตอบได้
ท้ายที่สุด ตัวเลข 5.005 ล้านล้านดอลลาร์บอกว่า Apple ปิดตลาดเหนือเส้นแบ่งสำคัญได้แล้ว ส่วนจะยืนระยะได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ความต้องการสินค้า และความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีอย่าง Siri ให้กลายเป็นประโยชน์ที่ลูกค้าเห็นคุณค่าในระยะยาว