เบรนต์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% [8] ช่วงต้นการซื้อขายในเอเชีย เบรนต์เคยลดลง 1.37 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์ จากความคาดหวังว่าจะมีอุปทานจากรัสเซียเพิ่มขึ้น [5] การโจมตีซาอุดีอาระเบียและเรือบรรทุกน้ำมันทำให้ตลาดกังวลเรื่องความต่อเน...
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why did oil prices rise on Monday, October 12, despite President Donald Trump’s proposed Russia–Ukraine “energy ceasefire” and Russian diese. Article summary: Oil rose on Monday, October 12, 2026 because fears of Middle Eastern supply disruption outweighed the prospect of additional Russian diesel and Trump’s announced Russia–Ukraine “energy ceasefire.” The market initially we. Topic tags: general web, security, benchmarks, growth, manufacturing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, waterm
ราคาน้ำมันวันที่ 12 ตุลาคม 2026 เริ่มต้นด้วยแรงกดดันจากความหวังว่าอุปทานจะเพิ่มขึ้น แต่พลิกกลับมาปิดสูงขึ้นเมื่อความเสี่ยงจากการโจมตีในตะวันออกกลางกลายเป็นประเด็นหลักของตลาด ข่าวเรื่องดีเซลรัสเซียและการหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครนช่วยกดราคาในช่วงแรก ทว่าความกังวลว่าเหตุโจมตีอาจกระทบอุปทานและการขนส่งน้ำมันมีน้ำหนักมากกว่าในเวลาต่อมา 2
5
8
ช่วงต้นการซื้อขายในเอเชีย เบรนต์ลดลง 1.37 ดอลลาร์ หรือ 1.31% มาอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ลดลง 1.30 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 90.55 ดอลลาร์ นักลงทุนนำความเป็นไปได้ที่จะมีน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเพิ่มขึ้น และคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรื่องการหยุดโจมตีสถานที่ด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน มาประเมินเป็นปัจจัยบวกต่ออุปทาน 5
แต่เมื่อถึงราคาปิด เบรนต์กลับขึ้น 1.8% สู่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% 8 ตัวเลขที่ดูสวนทางกันจึงสะท้อนราคาคนละช่วงเวลา—ราคาที่ลดลงในช่วงต้นวันไม่ได้ขัดกับการปิดตลาดในแดนบวก
รายงานระบุว่ากลุ่มฮูตีเพิ่มการโจมตีซาอุดีอาระเบีย และมีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำถูกโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าน้ำมันจากภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบ 2 รายงานข่าวยังเชื่อมโยงการขึ้นของราคาเบรนต์กับการโจมตีสนามบินในกรุงริยาดและเรือบรรทุกน้ำมัน
8
สำหรับตลาดน้ำมัน ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไม่แน่นอนในการขนส่งด้วย เมื่อมีเหตุโจมตีเกิดขึ้น ตลาดจึงอาจให้น้ำหนักกับโอกาสที่อุปทานจะสะดุด มากกว่าผลบวกจากน้ำมันดีเซลที่อาจเข้าสู่ตลาดเพิ่ม
ทรัมป์กล่าวว่ารัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีสถานที่ด้านพลังงานของอีกฝ่าย หลังมีข้อตกลงเรื่องการส่งดีเซลจากรัสเซีย ข่าวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวในช่วงต้นวัน เพราะนักลงทุนคาดว่าจะมีอุปทานเพิ่มขึ้นและความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานลดลง 5 อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ยืนยันว่าทรัมป์เป็นผู้กล่าวถึงข้อตกลง ไม่ได้ยืนยันโดยอิสระว่าการหยุดโจมตีเกิดขึ้นจริงแล้ว
รายละเอียดเรื่องปริมาณดีเซลที่รัสเซียจะส่งมีการรายงานหลายแบบ: แหล่งหนึ่งกล่าวถึง 500,000 ตัน ขณะที่อีกแหล่งระบุว่ามีมากกว่า 300,000 ตันในทันที และอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน 14
16 แม้ตัวเลขและช่วงเวลาจะแตกต่างกัน แต่ภาพรวมคือความคาดหวังว่าจะมีดีเซลเพิ่ม ซึ่งช่วยผ่อนแรงกังวลด้านอุปทานได้เพียงบางส่วน
โกลด์แมน แซคส์ปรับคาดการณ์ราคาเบรนต์เดือนธันวาคมจาก 85 เป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยให้เหตุผลว่าความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงอยู่ 11 ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น และยังต่ำกว่าราคาปิดเบรนต์ในวันที่ 12 ตุลาคมที่ 106.65 ดอลลาร์
8
11
สรุปแล้ว ราคาที่กลับขึ้นไม่ได้หมายความว่าข่าวดีจากรัสเซียไม่มีผล แต่ในวันนั้นตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากการโจมตีและความเป็นไปได้ที่อุปทานจากตะวันออกกลางจะสะดุดมากกว่า ขณะที่ข่าวดีเซลและการหยุดโจมตีช่วยจำกัดความกังวลได้เพียงระดับหนึ่ง 2
5
8
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เบรนต์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% [8]
เบรนต์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% [8] ช่วงต้นการซื้อขายในเอเชีย เบรนต์เคยลดลง 1.37 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์ จากความคาดหวังว่าจะมีอุปทานจากรัสเซียเพิ่มขึ้น [5]
การโจมตีซาอุดีอาระเบียและเรือบรรทุกน้ำมันทำให้ตลาดกังวลเรื่องความต่อเนื่องของอุปทานจากตะวันออกกลางมากกว่าความหวังเรื่องดีเซลรัสเซีย [2][8]
เบรนต์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% [8] ช่วงต้นการซื้อขายในเอเชีย เบรนต์เคยลดลง 1.37 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์ จากความคาดหวังว่าจะมีอุปทานจากรัสเซียเพิ่มขึ้น [5] การโจมตีซาอุดีอาระเบียและเรือบรรทุกน้ำมันทำให้ตลาดกังวลเรื่องความต่อเน...
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why did oil prices rise on Monday, October 12, despite President Donald Trump’s proposed Russia–Ukraine “energy ceasefire” and Russian diese. Article summary: Oil rose on Monday, October 12, 2026 because fears of Middle Eastern supply disruption outweighed the prospect of additional Russian diesel and Trump’s announced Russia–Ukraine “energy ceasefire.” The market initially we. Topic tags: general web, security, benchmarks, growth, manufacturing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, waterm
ราคาน้ำมันวันที่ 12 ตุลาคม 2026 เริ่มต้นด้วยแรงกดดันจากความหวังว่าอุปทานจะเพิ่มขึ้น แต่พลิกกลับมาปิดสูงขึ้นเมื่อความเสี่ยงจากการโจมตีในตะวันออกกลางกลายเป็นประเด็นหลักของตลาด ข่าวเรื่องดีเซลรัสเซียและการหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครนช่วยกดราคาในช่วงแรก ทว่าความกังวลว่าเหตุโจมตีอาจกระทบอุปทานและการขนส่งน้ำมันมีน้ำหนักมากกว่าในเวลาต่อมา 2
5
8
ช่วงต้นการซื้อขายในเอเชีย เบรนต์ลดลง 1.37 ดอลลาร์ หรือ 1.31% มาอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ลดลง 1.30 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 90.55 ดอลลาร์ นักลงทุนนำความเป็นไปได้ที่จะมีน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเพิ่มขึ้น และคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรื่องการหยุดโจมตีสถานที่ด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน มาประเมินเป็นปัจจัยบวกต่ออุปทาน 5
แต่เมื่อถึงราคาปิด เบรนต์กลับขึ้น 1.8% สู่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% 8 ตัวเลขที่ดูสวนทางกันจึงสะท้อนราคาคนละช่วงเวลา—ราคาที่ลดลงในช่วงต้นวันไม่ได้ขัดกับการปิดตลาดในแดนบวก
รายงานระบุว่ากลุ่มฮูตีเพิ่มการโจมตีซาอุดีอาระเบีย และมีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำถูกโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าน้ำมันจากภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบ 2 รายงานข่าวยังเชื่อมโยงการขึ้นของราคาเบรนต์กับการโจมตีสนามบินในกรุงริยาดและเรือบรรทุกน้ำมัน
8
สำหรับตลาดน้ำมัน ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไม่แน่นอนในการขนส่งด้วย เมื่อมีเหตุโจมตีเกิดขึ้น ตลาดจึงอาจให้น้ำหนักกับโอกาสที่อุปทานจะสะดุด มากกว่าผลบวกจากน้ำมันดีเซลที่อาจเข้าสู่ตลาดเพิ่ม
ทรัมป์กล่าวว่ารัสเซียและยูเครนตกลงหยุดโจมตีสถานที่ด้านพลังงานของอีกฝ่าย หลังมีข้อตกลงเรื่องการส่งดีเซลจากรัสเซีย ข่าวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวในช่วงต้นวัน เพราะนักลงทุนคาดว่าจะมีอุปทานเพิ่มขึ้นและความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานลดลง 5 อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ยืนยันว่าทรัมป์เป็นผู้กล่าวถึงข้อตกลง ไม่ได้ยืนยันโดยอิสระว่าการหยุดโจมตีเกิดขึ้นจริงแล้ว
รายละเอียดเรื่องปริมาณดีเซลที่รัสเซียจะส่งมีการรายงานหลายแบบ: แหล่งหนึ่งกล่าวถึง 500,000 ตัน ขณะที่อีกแหล่งระบุว่ามีมากกว่า 300,000 ตันในทันที และอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน 14
16 แม้ตัวเลขและช่วงเวลาจะแตกต่างกัน แต่ภาพรวมคือความคาดหวังว่าจะมีดีเซลเพิ่ม ซึ่งช่วยผ่อนแรงกังวลด้านอุปทานได้เพียงบางส่วน
โกลด์แมน แซคส์ปรับคาดการณ์ราคาเบรนต์เดือนธันวาคมจาก 85 เป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยให้เหตุผลว่าความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงอยู่ 11 ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น และยังต่ำกว่าราคาปิดเบรนต์ในวันที่ 12 ตุลาคมที่ 106.65 ดอลลาร์
8
11
สรุปแล้ว ราคาที่กลับขึ้นไม่ได้หมายความว่าข่าวดีจากรัสเซียไม่มีผล แต่ในวันนั้นตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากการโจมตีและความเป็นไปได้ที่อุปทานจากตะวันออกกลางจะสะดุดมากกว่า ขณะที่ข่าวดีเซลและการหยุดโจมตีช่วยจำกัดความกังวลได้เพียงระดับหนึ่ง 2
5
8
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เบรนต์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% [8]
เบรนต์ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วน WTI ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ หรือ 2% [8] ช่วงต้นการซื้อขายในเอเชีย เบรนต์เคยลดลง 1.37 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์ จากความคาดหวังว่าจะมีอุปทานจากรัสเซียเพิ่มขึ้น [5]
การโจมตีซาอุดีอาระเบียและเรือบรรทุกน้ำมันทำให้ตลาดกังวลเรื่องความต่อเนื่องของอุปทานจากตะวันออกกลางมากกว่าความหวังเรื่องดีเซลรัสเซีย [2][8]