ปาทริก บรังโก รูอิโว ผู้อำนวยการทั่วไปของ SETE บริษัทที่ดูแลการดำเนินงานหอไอเฟล เตรียมพ้นตำแหน่งช่วงปลายปี 2026 หลังเกิดกระแสวิจารณ์เรื่องพนักงานหญิงถูกกันออกจากงานระหว่างการเยือนของคณะ BAPS เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผลสอบสวนของบริษัทระบุว่าความบกพร่องในการจัดการเยือนทำให้พนักงานหญิงถูกกีดกัน และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ “ยอมรับไม่ได้”
1
6
8
เกิดอะไรขึ้นระหว่างการเยือนของ BAPS?
พนักงานหญิงเล่าว่าได้รับคำสั่งให้ออกจากจุดทำงาน ย้ายไปยังพื้นที่อื่น หรือไม่ปรากฏตัวให้คณะผู้มาเยือนเห็น มีรายงานว่าพนักงานชายเข้ามาทำงานแทนผู้หญิงบางตำแหน่ง
3
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พนักงานประท้วงและหอไอเฟลต้องปิดให้บริการชั่วคราว ตัวแทนสหภาพแรงงานระบุว่าพนักงานหญิงรู้สึกอับอายจากคำสั่งที่ได้รับ
9
ผลสอบสวนระบุอะไร?
SETE ระบุว่าการสอบสวนโดยบริษัทอิสระพบข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานและการวางแผนจัดการเยือน พร้อมย้ำว่าการกันพนักงานหญิงออกจากงานเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
6
8
อย่างไรก็ตาม ผลสอบดังกล่าวชี้ถึงความบกพร่องในการจัดการ แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าใครเป็นผู้ริเริ่มคำสั่งเฉพาะเรื่องการจัดพนักงาน ก่อนหน้านี้ SETE ระบุว่ามีการขอให้จัดการเยือนโดยจำกัดการติดต่อกับผู้หญิง และยอมรับว่าไม่ควรตอบรับเงื่อนไขเช่นนั้น
ด้าน BAPS ปฏิเสธว่าไม่ได้ขอให้ย้ายหรือซ่อนพนักงานหญิง และกล่าวขอโทษต่อความเจ็บปวดหรือความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากการเยือน ดังนั้นข้อมูลที่มีจึงแยกระหว่างรายงานเรื่องการจัดการเพื่อลดการติดต่อกับผู้หญิง กับคำปฏิเสธของ BAPS ว่าไม่ได้เรียกร้องให้ย้ายพนักงานหญิงออกจากงาน
พนักงานและเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสตอบสนองอย่างไร?
พนักงานออกมาประท้วง และทางการกรุงปารีสเริ่มสอบสวนสถานการณ์ที่นำไปสู่การย้ายพนักงานหญิงออกจากจุดทำงาน เหตุการณ์นี้ยังได้รับเสียงวิจารณ์จากนักการเมืองฝรั่งเศส
หลังการสอบสวน SETE ประกาศว่าบรังโก รูอิโวจะพ้นตำแหน่งช่วงปลายปี 2026 รายงานที่มีระบุว่าการจากไปของเขาเกิดขึ้นท่ามกลางการสอบสวนและกระแสวิจารณ์ แต่ไม่ได้ระบุว่าเขาถูกไล่ออก
1
6
8
ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และประเด็นที่ยังโต้แย้งกัน
ข้อสรุปที่ SETE เปิดเผยคือ ความบกพร่องในการจัดการเยือนทำให้พนักงานหญิงถูกกันออกจากงาน ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ ขณะที่คำบอกเล่าของพนักงานระบุว่าผู้หญิงถูกย้ายออกจากตำแหน่ง และมีพนักงานชายเข้ามาแทน
3
6
8
แต่ BAPS ปฏิเสธว่าไม่ได้ร้องขอให้ย้ายพนักงานหญิงออกไป และข้อมูลจากแหล่งข่าวที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าใครเป็นผู้ริเริ่มคำสั่งจัดพนักงานดังกล่าว จึงไม่ควรสรุปว่าคณะผู้มาเยือนเป็นฝ่ายเรียกร้องให้กีดกันผู้หญิง