สหภาพต้องการระบบแบ่งกำไรระยะยาวที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจัดสรรกำไรจากการดำเนินงานทั่วโลกของไมครอน 15% ให้พนักงาน ไม่ใช่พึ่งโบนัสที่บริษัทกำหนดเป็นครั้ง ๆ ไป [1][4] ไมครอนประกาศผลตอบแทนปีงบประมาณ 2026 สำหรับพนักงานในไต้หวัน คิดเป็น 35–68 เดือนของเงินเดือน และมีค่าตอบแทนเงินสดขั้นต่ำ 1.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน แต่สหภาพเ...
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why are Micron’s unions in Taiwan demanding a permanent, transparent profit sharing system allocating 15 per cent of global operating profit. Article summary: Micron’s Taiwan unions say a generous fiscal 2026 payout does not settle their central demand: a lasting, transparent rule that gives employees 15% of the company’s operating profit, rather than leaving future bonuses to. Topic tags: general web, ai, workflow, manufacturing, finance. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
สหภาพแรงงานของไมครอนในไต้หวันไม่ได้มองว่าโบนัสก้อนใหญ่สำหรับปีงบประมาณ 2026 จะยุติข้อพิพาทได้ เพราะข้อเรียกร้องหลักคือการวางกติกาถาวรและตรวจสอบได้ ให้พนักงานได้รับส่วนแบ่ง 15% ของกำไรจากการดำเนินงานทั่วโลกของบริษัท แทนการรอรับโบนัสที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี 1
4
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อบริษัทมากกว่าการต่อรองค่าตอบแทนทั่วไป: ไต้หวันเป็นฐานการผลิตสำคัญของไมครอนสำหรับชิปหน่วยความจำ DRAM และ HBM หรือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง ซึ่งใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI 1
ไมครอนประกาศว่าพนักงานในไต้หวันจะได้รับผลตอบแทนสำหรับปีงบประมาณ 2026 คิดเป็นมูลค่าเทียบเท่าเงินเดือน 35–68 เดือน โดยมีค่าตอบแทนเงินสดขั้นต่ำ 1.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน 3 อย่างไรก็ตาม สหภาพต้องการมากกว่าแพ็กเกจที่จ่ายในปีนี้ นั่นคือระบบที่กำหนดล่วงหน้าว่าจะแบ่งกำไรอย่างไร และเปิดเผยหลักเกณฑ์ให้ตรวจสอบได้
3
4
กล่าวอีกอย่างคือ ข้อเรียกร้องไม่ได้มีแค่เรื่อง “ได้เท่าไร” แต่รวมถึง “คำนวณอย่างไร และจะใช้กติกาเดียวกันต่อไปหรือไม่” สหภาพต้องการให้การแบ่งผลประกอบการเป็นหลักเกณฑ์ที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่รางวัลครั้งเดียวที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัท 1
4
ก่อนการเจรจา สหภาพระบุว่าจะขอข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการไกล่เกลี่ยวันที่ 18 และ 21 กันยายน หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ก็อาจถือว่าการเจรจาถึงทางตันและเดินหน้าสู่การลงคะแนนเรื่องการนัดหยุดงาน 4
หลังการไกล่เกลี่ยรอบวันที่ 21 กันยายนไม่สามารถหาข้อตกลงได้ สหภาพโรงงานเถาหยวนประกาศว่าจะเดินหน้าสู่การลงคะแนนดังกล่าว 12 แต่การลงคะแนนยังไม่ใช่การนัดหยุดงาน และข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุว่ามีการหยุดงานหรือการผลิตหยุดชะงักแล้ว
1
12
ไมครอนระบุว่าการประชุมไกล่เกลี่ยวันที่ 18 กันยายนหารือเรื่องค่าตอบแทนและโบนัส ข้อกำหนด “no-free-rider” ซึ่งเกี่ยวกับการไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้ร่วมสนับสนุนได้รับประโยชน์โดยไม่มีส่วนร่วม และการคุ้มครองพนักงานจากการตอบโต้ 7 บริษัทระบุว่าจะเข้าร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยต่อไป แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้แสดงว่าบริษัทยอมรับข้อเสนอแบ่งกำไร 15% แล้ว
3
7
โรงงานในไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของฐานผลิต DRAM และ HBM ของไมครอน หากข้อพิพาทนำไปสู่การหยุดงานและกระทบการผลิต ก็อาจเพิ่มความกังวลเรื่องอุปทานหน่วยความจำในตลาดที่ตึงตัวอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี นี่เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ไม่ใช่ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว—รายงานที่มีไม่ได้ระบุว่ามีการนัดหยุดงานหรือกระทบการผลิต 1
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สหภาพต้องการระบบแบ่งกำไรระยะยาวที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจัดสรรกำไรจากการดำเนินงานทั่วโลกของไมครอน 15% ให้พนักงาน ไม่ใช่พึ่งโบนัสที่บริษัทกำหนดเป็นครั้ง ๆ ไป [1][4]
สหภาพต้องการระบบแบ่งกำไรระยะยาวที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจัดสรรกำไรจากการดำเนินงานทั่วโลกของไมครอน 15% ให้พนักงาน ไม่ใช่พึ่งโบนัสที่บริษัทกำหนดเป็นครั้ง ๆ ไป [1][4] ไมครอนประกาศผลตอบแทนปีงบประมาณ 2026 สำหรับพนักงานในไต้หวัน คิดเป็น 35–68 เดือนของเงินเดือน และมีค่าตอบแทนเงินสดขั้นต่ำ 1.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน แต่สหภาพเห็นว่านั่นยังไม่ตอบโจทย์เรื่องกติกาในระยะยาว [3][4]
หลังการไกล่เกลี่ยวันที่ 21 กันยายนไม่บรรลุข้อตกลง สหภาพโรงงานเถาหยวนเดินหน้าเตรียมลงคะแนนเรื่องการนัดหยุดงาน แต่การลงคะแนนยังไม่เท่ากับการหยุดงานจริง [4][12]