มีจุดสำคัญที่ควรแยกให้ชัดก่อน: รายงานล่าสุดพูดถึง Nvidia RTX PRO 5500 ไม่ใช่ RTX Pro 6000D โดยระบุว่ารัฐบาลจีนส่งสัญญาณว่าอาจอนุญาตให้บริษัทในประเทศบางแห่ง เช่น ByteDance และ Alibaba ซื้อชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ระดับมืออาชีพได้
4
17
ตามรายงาน กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนขอให้บริษัทบางแห่งแจ้งแผนการจัดซื้อ และมีการบอกว่ารัฐบาลตั้งใจจะอนุมัติการซื้อ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ไม่ใช่การยืนยันว่าบริษัทเหล่านั้นได้รับอนุญาตแล้วทั้งหมด โดย Reuters ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้โดยอิสระ
4
ต่างจากคำสั่งระงับในปี 2025 อย่างไร
ในเดือนกันยายน 2025 มีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของจีนสั่งบริษัท รวมถึง ByteDance และ Alibaba ให้หยุดทดสอบและยกเลิกคำสั่งซื้อ RTX Pro 6000D ซึ่งเป็นชิปเวิร์กสเตชันที่สามารถนำไปใช้กับงาน AI ได้
2
11 ดังนั้นข่าวล่าสุดอาจสะท้อนท่าทีที่เปิดรับการซื้อชิป Nvidia บางรุ่นมากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าคำสั่งเดิมเกี่ยวกับ RTX Pro 6000D ถูกยกเลิกแล้ว หรือมีการเปลี่ยนนโยบายต่อชิปทุกชนิด
การอนุมัติจากจีนไม่ใช่ไฟเขียวจากสหรัฐฯ
การอนุญาตให้นำเข้าจากฝั่งจีนกับการอนุญาตส่งออกจากฝั่งสหรัฐฯ เป็นคนละขั้นตอนกัน ต่อให้จีนอนุมัติการซื้อ ก็ไม่ได้ลบล้างข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ โดยรายงานเกี่ยวกับ Nvidia H200 ระบุว่าการขายให้ ByteDance ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดด้วย
H200 และการใช้คอมพิวเตอร์จากต่างประเทศเป็นอีกเรื่อง
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ByteDance และ Tencent ได้รับชิป H200 รายละประมาณ 10,000 ตัว ซึ่งเป็นการส่งมอบเป็นชุดเล็ก ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจีนจะซื้อชิป Nvidia ได้อย่างเสรี
18 H200 ยังเป็นคนละรุ่นและอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต่างจากข่าว RTX PRO 5500
ส่วนการเช่าหรือเข้าถึงกำลังประมวลผล Nvidia ผ่านศูนย์ข้อมูลนอกจีน ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ไม่ใช่การนำเข้าชิปเข้าประเทศ มีรายงานเกี่ยวกับร่างกฎของสหรัฐฯ ที่อาจจำกัดการเข้าถึงจากระยะไกล แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานว่ากฎนั้นมีผลบังคับใช้แล้ว หรือว่าข่าวการซื้อ RTX PRO 5500 เปลี่ยนเงื่อนไขนี้
จีนยังผลักดันการพัฒนาชิปภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็มีรายงานถึงการพิจารณาอนุญาตให้บริษัทบางแห่งซื้อชิปต่างชาติเป็นกรณี ๆ ไป
9
16 ภาพรวมจึงยังไม่ชัดว่าเป็นเพียงการอนุมัติแบบจำกัดสำหรับบางบริษัทและบางรุ่น หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการผ่อนคลายที่กว้างกว่านั้น หลักฐานที่มีตอนนี้ยังไม่พอจะสรุปว่าจีนหรือสหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบายโดยรวมแล้ว