โป๊ปเลโอที่ 14 ไม่ได้ต้องการหยุด AI แต่ต้องการให้มีกติกาและการกำกับดูแล เพื่อให้เทคโนโลยีรับใช้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประโยชน์ส่วนรวม พระองค์เตือนว่า AI อาจขยายข่าวบิดเบือนและความแตกแยก ขณะที่อาวุธอัตโนมัติอาจทำให้มนุษย์ควบคุมการตัดสินใจเป็นตายได้ยากขึ้น วาติกันมองว่าความเสี่ยงเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างป...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why has Pope Leo made the potentially catastrophic risks of artificial intelligence a central concern of his papacy, what benefits and dange. Article summary: Pope Leo XIV has made AI a central concern because he sees it as a powerful tool whose rapid development could outpace human judgment and safeguards. His aim is not to reject it, but to keep it at the service of human di. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ไม่ได้เรียกร้องให้โลกปฏิเสธปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ทรงย้ำว่าเทคโนโลยีที่ทรงพลังเช่นนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบจริยธรรมและการกำกับดูแลจากสาธารณะ พระองค์เตือนถึงความเสี่ยงตั้งแต่ข่าวบิดเบือนและความแตกแยกในสังคม ไปจนถึงการใช้ AI ในสงคราม และเห็นว่าไม่ควรปล่อยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งหรือบริษัทเทคโนโลยีจัดการปัญหาเหล่านี้เพียงลำพัง.4
5
9
พระสันตะปาปาเลโอไม่ได้เสนอให้ชะลอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทุกด้าน เป้าหมายที่พระองค์กล่าวถึงคือการทำให้เทคโนโลยีรับใช้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประโยชน์ส่วนรวม สมณสาส์นฉบับแรกของพระองค์ Magnifica Humanitas ยังให้ความสำคัญกับความจริง ศักดิ์ศรีของแรงงาน ความยุติธรรมทางสังคม และสันติภาพ.12
16
แต่พระองค์เตือนว่าผลดีเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ในเอกสารสำคัญฉบับแรกที่กล่าวถึง AI พระองค์เตือนว่าระบบเหล่านี้อาจแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนและให้ความสำคัญกับความขัดแย้ง นอกจากนี้ AI ยังอาจขยายความเหลื่อมล้ำและบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน หากไม่มีหลักจริยธรรมและการกำกับดูแลที่เหมาะสม.4
9
ผลกระทบต่อสังคมจึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวเทคโนโลยี พระองค์เรียกร้องให้พัฒนาระบบ AI ที่ไม่เร่งเร้าความแตกแยก แต่ช่วยส่งเสริมสันติภาพและสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน.2
คำเตือนที่หนักแน่นที่สุดของพระสันตะปาปาเลโอเกี่ยวข้องกับการใช้ AI ในสงคราม พระองค์ทรงชี้ว่าอาวุธอัตโนมัติอาจลดบทบาทมนุษย์ในการตัดสินใจเรื่องเป็นและตาย รายงานเกี่ยวกับเอกสารสำคัญฉบับแรกของพระองค์ระบุว่า พระองค์เตือนว่าระบบอาวุธบางชนิดพัฒนาไปไกลจนแทบอยู่เหนือขอบเขตที่มนุษย์จะควบคุมได้.4 BBC รายงานด้วยว่าพระองค์กังวลว่า เมื่อมนุษย์ควบคุมอาวุธได้น้อยลง การพิจารณาว่าสงครามนั้นชอบธรรมหรือไม่ก็ยิ่งทำได้ยาก และทรงเตือนไม่ให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธ AI.
6
ความเสี่ยงจึงไม่ได้มีเพียงกรณีอาวุธทำงานผิดพลาด แต่ยังรวมถึงการที่ AI อาจทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น และทำให้การระบุผู้รับผิดชอบยากกว่าเดิม พระองค์เตือนว่า AI อาจพาโลกไปสู่เส้นทางของสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด.2
4
พระสันตะปาปาเลโอเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่เข้มแข็ง และให้ผู้พัฒนา AI คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ยึดผลกำไรเป็นเป้าหมายเพียงอย่างเดียว.5 จุดยืนนี้สอดคล้องกับแนวทางของวาติกันที่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ผ่านกฎหมายที่เหมาะสม.
8
ความกังวลของวาติกันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นจากคำเตือนของบริษัทเทคโนโลยีในช่วงหลัง Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่วาติกันพูดถึงความเสี่ยงจากหายนะที่อาจขับเคลื่อนโดย AI มาหลายปีก่อนที่บริษัท AI รายใหญ่ของสหรัฐฯ จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายน 2026.1 แนวคิดของพระสันตะปาปายังต่อเนื่องจากการที่พระองค์กล่าวในปี 2025 ว่าคริสตจักรต้องตอบสนองต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่และการพัฒนา AI.
พระคาร์ดินัลปิเอโตร ปาโรลิน เลขาธิการรัฐแห่งวาติกัน เตือนว่าประเทศต่าง ๆ ไม่ควร “เดินหน้าไปตามลำพัง” ในเรื่อง AI พระองค์เรียกร้องให้พิจารณาผลกระทบของเทคโนโลยีอย่างจริงจัง และกล่าวถึงเสียงเรียกร้องเรื่องกฎระเบียบจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่. สำหรับวาติกัน ความท้าทายที่มีร่วมกันควรนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศ มากกว่าต่างฝ่ายต่างกำหนดแนวทางของตนเอง.
อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจไม่อาจใช้แทนกติกาสาธารณะได้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงในวงกว้างว่าใครควรกำกับดูแลและอย่างไร ในเดือนกันยายน บิชอปสหรัฐฯ ราว 30 คนพบหารือเป็นการส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ AI 7 คนจากบริษัทเทคโนโลยี 4 แห่ง ขณะที่สภาบิชอปคาทอลิกสหรัฐฯ ก็ตั้งคณะทำงานด้าน AI ด้วย.
โดยรวมแล้ว จุดยืนของพระสันตะปาปาเลโอคือการวางกติกาก่อนที่การใช้ AI ในสังคมและความขัดแย้งจะก้าวไกลเกินกว่าการตัดสินใจของมนุษย์ พระองค์ทรงเห็นศักยภาพของเทคโนโลยี แต่ย้ำว่าการคุ้มครองผู้คน การรักษาสันติภาพ และการสร้างหลักประกันที่มีความหมายต้องมาก่อน.2
5
12
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โป๊ปเลโอที่ 14 ไม่ได้ต้องการหยุด AI แต่ต้องการให้มีกติกาและการกำกับดูแล เพื่อให้เทคโนโลยีรับใช้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประโยชน์ส่วนรวม
โป๊ปเลโอที่ 14 ไม่ได้ต้องการหยุด AI แต่ต้องการให้มีกติกาและการกำกับดูแล เพื่อให้เทคโนโลยีรับใช้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประโยชน์ส่วนรวม พระองค์เตือนว่า AI อาจขยายข่าวบิดเบือนและความแตกแยก ขณะที่อาวุธอัตโนมัติอาจทำให้มนุษย์ควบคุมการตัดสินใจเป็นตายได้ยากขึ้น
วาติกันมองว่าความเสี่ยงเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีทั้งเสียงเรียกร้องจากบริษัทเทคโนโลยีและการหารือของบรรดาบิชอปสหรัฐฯ กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม