ลองนึกถึงการคุยงานกับคนที่สวมสมาร์ตวอตช์ หรือยืนอยู่ข้างคนที่ใส่แว่นอัจฉริยะ เจ้าของอุปกรณ์อาจตั้งใจใช้ฟีเจอร์ช่วยจำหรือบันทึกภาพ แต่คนในบทสนทนาหรือคนที่เดินผ่านไม่ได้เป็นผู้เลือกเปิดฟีเจอร์นั้นด้วย คำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ว่าอุปกรณ์ เก็บไฟล์เสียงหรือไม่ แต่รวมถึงคำพูดและภาพของคนอื่นถูกนำไปประมวลผลอย่างไร
Apple Watch ไม่เก็บเสียง แต่ข้อความอาจถูกเก็บไว้
บน Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 ฟีเจอร์ Live Rewind แสดงคำพูด 15 วินาทีก่อนหน้า เป็นข้อความสั้น ๆ เมื่อผู้สวมกด Digital Crown สองครั้ง และไม่ถอดเสียงต่อเนื่องหลังจากนั้น ส่วน Siri Recap ใช้การรับฟังเสียงรอบตัวเพื่อสรุปประเด็นสำคัญจากบทสนทนา
17
19
22
Apple ระบุว่า Audio Intelligence ไม่สร้างหรือเก็บไฟล์เสียง และเสียงดิบที่ใช้ประมวลผลไม่สามารถเข้าถึงได้โดย Apple แอป หรือระบบปฏิบัติการ เมื่อเปิด Live Rewind ยังมีเสียงเตือนและสัญลักษณ์ไมโครโฟนบนหน้าจอ แต่การไม่มีไฟล์เสียง ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิ่งใดเหลือเป็นบันทึก เพราะผู้สวมสามารถเลือกบันทึกข้อความที่แสดงได้
23
18
17
Meta ตัดกล้องออกจากแว่นรุ่นหนึ่ง แต่คำถามเรื่องเสียงยังอยู่
แว่น Ray-Ban Meta รุ่นมีกล้องมีไฟกะพริบเพื่อแจ้งขณะถ่ายวิดีโอ Meta ระบุด้วยว่ากล้องจะใช้งานไม่ได้หากไฟดังกล่าวถูกปิดบังหรือดัดแปลง มาตรการนี้ช่วยให้การแอบถ่ายทำได้ยากขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนที่อยู่ใกล้จะสังเกตเห็นไฟ
2
15
สำหรับ Ray-Ban Meta Audio รุ่นไม่มีกล้อง ความเสี่ยงเรื่องการถ่ายภาพและวิดีโอถูกตัดออกไป แต่แว่นยังมีไมโครโฟนและฟังก์ชันเสียง สำนักข่าว Reuters รายงานว่าคนรอบข้างไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนให้รู้เมื่อมีการบันทึกเสียง
1
2 ดังนั้น การไม่มีกล้องจึงไม่ได้ตอบคำถามว่าบทสนทนาของคนใกล้ตัวจะได้รับการคุ้มครองอย่างไร
กติกาในที่ทำงานต้องมองให้พ้นตัวผู้สวม
การที่ผู้สวมยินยอมเปิดฟีเจอร์ ไม่ได้เท่ากับเพื่อนร่วมงานหรือผู้มาติดต่อยินยอมให้ประมวลผลข้อมูลของตน ในแอฟริกาใต้ ข้อวิเคราะห์ทางกฎหมายแยกการใช้เพื่อกิจกรรมส่วนตัวหรือในครัวเรือน ซึ่งโดยทั่วไปได้รับข้อยกเว้นจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล POPIA ออกจากการใช้ในองค์กร สำหรับสถานที่ทำงาน นายจ้างต้องพิจารณาว่าจะแจ้งผู้เกี่ยวข้องอย่างไร มีฐานทางกฎหมายรองรับการประมวลผลหรือไม่ และจะรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างไร รวมถึงอาจจำกัดการใช้อุปกรณ์ในห้องที่มีข้อมูลอ่อนไหว
ในยุโรป หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของฝรั่งเศส หรือ CNIL เรียกร้องให้ระวังความเสี่ยงจากกล้อง ไมโครโฟน และ AI ในแว่นอัจฉริยะ ขณะที่หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของนครฮัมบูร์กในเยอรมนีประเมินว่า โดยทั่วไปการบันทึกภาพหรือเสียงบุคคลที่อยู่นอกกลุ่มครอบครัวและเพื่อนสนิทจะทำไม่ได้หากไม่มีความยินยอมหลังได้รับข้อมูลครบถ้วน เว้นแต่บางกรณีที่หาได้ยากซึ่งอาจอ้างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายได้ นี่เป็นการประเมิน วิธีใช้อุปกรณ์ ไม่ใช่คำสั่งห้ามสวมแว่นอัจฉริยะทั่วทั้งยุโรป
เส้นแบ่งที่ควรจับตาจึงไม่ใช่เพียงใครสวมนาฬิกาหรือแว่น แต่คือเมื่อใดที่อุปกรณ์เริ่มรับและประมวลผลข้อมูลของคนอื่น การประมวลผลบนอุปกรณ์ ไฟแจ้งการถ่าย และฮาร์ดแวร์ที่ไม่มีกล้องต่างช่วยลดความเสี่ยงคนละด้าน แต่สถานที่ทำงานยังต้องมีกติกาชัดเจนว่าอนุญาตให้รับข้อมูลเมื่อใด และจะแจ้งผู้ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างไร