ทองคำร่วงราว 1.7% ในวันพุธที่ 23 ก.ย. ก่อนอ่อนตัวต่อในการซื้อขายช่วงต้นของสหรัฐฯ วันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาเงินลดลงด้วย[1][5] ดัชนี PMI รวมของสหรัฐฯ เดือนกันยายนเพิ่มเป็น 58.4 สูงกว่าที่คาด ส่วนการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีที่มีความต้องการซื้ออ่อนแอซ้ำเติมแรงกดดันต่อผลตอบแทนพันธบัตร[8][10] แม้น้ำมันแพงและความตึงเครีย...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Solรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did stronger-than-expected US economic data, surging Treasury yields, a stronger dollar, hawkish Federal Reserve commentary, and oil-dri. Article summary: The main mechanism was a repricing toward higher US interest rates: strong economic data and renewed energy inflation fears reinforced hawkish Fed signals, lifting yields and the dollar enough to outweigh gold’s safe-hav. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ราคาทองคำไม่ได้ร่วงเพราะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หายไป แต่เพราะตลาดหันไปให้น้ำหนักกับผลของความเสี่ยงนั้นต่อ เงินเฟ้อและดอกเบี้ยสหรัฐฯ มากกว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้การคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกแรงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับสูงขึ้นจึงกดดันทองคำ ซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ย1
5
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ทองคำลดลงราว 1.7% มาอยู่แถว 4,290 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ต่อมาในการซื้อขายช่วงต้นของสหรัฐฯ วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ทองคำอยู่ใกล้ 4,265 ดอลลาร์ ส่วนราคาเงินอยู่ราว 63.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.34% ในวันนั้น1
5 รายงานราคาอีกช่วงเวลาหนึ่งระบุว่า วันพุธราคาเงินลดลง 3.92% และแพลทินัมลดลง 3.97% ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพตลาดคนละเวลา จึงไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์มาเทียบกันโดยตรง
13
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคเอกชนสหรัฐฯ หรือ PMI รวม เบื้องต้นของ S&P Global เดือนกันยายน เพิ่มเป็น 58.4 จาก 56.0 ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 55.2 โดยทั้งภาคบริการและภาคการผลิตปรับดีขึ้น ข้อมูลนี้ทำให้ตลาดมีเหตุผลน้อยลงที่จะคาดหวังนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย8
ขณะเดียวกัน การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี วงเงิน 70,000 ล้านดอลลาร์ ได้รับความต้องการซื้ออ่อนแอ รายงานตลาดฉบับหนึ่งระบุว่าผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 15.3 เบสิสพอยต์ มาอยู่ที่ 5.11% ส่วนอายุ 5 ปีอยู่ที่ 5.03%10 เมื่อพันธบัตรให้ผลตอบแทนสูงขึ้น การถือทองคำซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ยย่อมมีต้นทุนค่าเสียโอกาสมากขึ้น และเมื่อดอลลาร์แข็งค่า ทองคำที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์ก็แพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
1
3
ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่ส่งสัญญาณเข้มงวดกับเงินเฟ้อ ยิ่งหนุนการคาดการณ์เรื่องขึ้นดอกเบี้ย รายงานหนึ่งประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมไว้ที่ 69.7% ขณะที่อีกรายงานระบุว่าราคาสัญญาสวอปสะท้อนการคาดการณ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยสามครั้งภายในเดือนเมษายน ทั้งหมดนี้เป็น ความคาดหวังของตลาด ไม่ใช่คำยืนยันว่าเฟดจะตัดสินใจเช่นนั้น9
1
ด้านน้ำมัน รายงานตลาดระบุว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน10 ปกติความเสี่ยงเช่นนี้อาจกระตุ้นให้คนซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็เพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และอาจทำให้ตลาดคาดว่าเฟดต้องคงท่าทีเข้มงวดหรือขึ้นดอกเบี้ยอีก ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี แรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อทองคำเพื่อหลบความเสี่ยงจากความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน
5
ดังนั้น การร่วงพร้อมกันของทองคำและโลหะมีค่าอื่น ๆ อธิบายได้ด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่เกิดขึ้นร่วมกัน แต่ข้อมูลที่มีไม่สามารถแยกได้แน่ชัดว่าแต่ละปัจจัยกดราคาไปเท่าไร และไม่ได้หมายความว่าทองคำหมดบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยถาวร เพียงแต่ในสองวันดังกล่าว ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยมีอิทธิพลเหนือกว่า5
10
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ทองคำร่วงราว 1.7% ในวันพุธที่ 23 ก.ย. ก่อนอ่อนตัวต่อในการซื้อขายช่วงต้นของสหรัฐฯ วันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาเงินลดลงด้วย[1][5]
ทองคำร่วงราว 1.7% ในวันพุธที่ 23 ก.ย. ก่อนอ่อนตัวต่อในการซื้อขายช่วงต้นของสหรัฐฯ วันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาเงินลดลงด้วย[1][5] ดัชนี PMI รวมของสหรัฐฯ เดือนกันยายนเพิ่มเป็น 58.4 สูงกว่าที่คาด ส่วนการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีที่มีความต้องการซื้ออ่อนแอซ้ำเติมแรงกดดันต่อผลตอบแทนพันธบัตร[8][10]
แม้น้ำมันแพงและความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านอาจหนุนความต้องการทองคำ แต่ในช่วงดังกล่าว ตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า[5][10]