หวงมองว่าการประเมินโอกาสเกิดหายนะจาก AI ราว 10–20% ของฮินตันยังไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่พิสูจน์ได้ด้วยงานวิจัย [2][5] เขายกคำเตือนของฮินตันในปี 2559 เรื่องแพทย์รังสีวิทยา เพื่อชี้ว่าการใช้ AI ทำงานบางอย่างแทน ไม่ได้แปลว่าอาชีพนั้นจะหายไป [2][14] ตัวอย่างนี้ชวนให้ระวังคำทำนายเรื่องงาน แต่ไม่อาจใช้พิสูจน์ว่าความเสี่ยงหาย...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Solรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why did Nvidia CEO Jensen Huang call Geoffrey Hinton’s warnings about a 10–20% chance of AI destroying humanity “irresponsible” and “hurtful. Article summary: Huang called Hinton’s warning “irresponsible” because he saw the 10–20% figure as a frightening forecast without a demonstrated scientific basis, not as a measured probability. He also considered such forecasts “hurtful”. Topic tags: general, news, general web, user generated, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermark
เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia เรียกคำเตือนของเจฟฟรีย์ ฮินตันว่า “ไร้ความรับผิดชอบ” เพราะเขาเห็นว่าตัวเลขความเสี่ยงที่ฟังดูแม่นยำอาจทำให้ผู้คนตัดสินใจเรื่องอนาคตบนฐานของสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ในบทสัมภาษณ์รายการ The Ezra Klein Show เมื่อ 23 กันยายน 2569 หวงโต้การประเมินของฮินตันที่ว่า AI มีโอกาสราว 10–20% จะก่อผลเสียระดับหายนะ โดยกล่าวว่าตัวเลข 10% นั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรืองานวิจัย และคำทำนายลักษณะนี้อาจ “สร้างความเสียหาย” ได้ 2
5
ประเด็นของหวงคือ ความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ไม่เท่ากับค่าความน่าจะเป็นที่วัดได้ เพียงเพราะผู้พูดเป็นผู้เชี่ยวชาญ ตัวเลขก็ไม่ได้กลายเป็นข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์โดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน Axios รายงานว่าฮินตันเองเคยเรียกการประเมินทำนองนี้ว่าเป็นการคาดเดาอย่างหยาบ ๆ 2
5
ในปี 2559 ฮินตันเคยแนะนำให้เลิกฝึกคนเป็นแพทย์รังสีวิทยา โดยคาดว่า AI จะอ่านภาพทางการแพทย์ได้ดีกว่ามนุษย์ภายในห้าปี หวงชี้ว่า แม้ AI จะเข้ามาช่วยงานด้านนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเป็นที่ต้องการ สำหรับเขา นี่คือตัวอย่างของการก้าวจากข้อคาดการณ์ว่า AI จะทำ งานบางขั้นตอน ได้ ไปสู่ข้อสรุปว่า ทั้งอาชีพ จะหมดความจำเป็น 2
14
คำว่า “สร้างความเสียหาย” จึงหมายถึงผลที่คำทำนายอาจมีต่อคนจริง ๆ เช่น ผู้ที่กำลังเลือกเรียนต่ออาจเลี่ยงเส้นทางอาชีพที่ยังไปต่อได้ อย่างไรก็ดี การคาดการณ์เรื่องอาชีพหนึ่งที่ไม่เป็นไปตามคำเตือน ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำเตือนอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับหายนะจาก AI ผิดไปด้วย 2
14
หวงมองความปลอดภัยของ AI เป็นความรับผิดชอบด้านวิศวกรรม: บริษัทไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ที่ยังควบคุมไม่ได้ออกสู่ตลาด เขาไม่สนับสนุนกฎใหม่ที่เจาะจง AI แต่ก็ระบุว่าบริษัท AI ไม่ควรได้รับข้อยกเว้นจากกฎหมายเดิม เช่น กฎหมายป้องกันการผูกขาดและกฎหมายความรับผิด ส่วนคำเตือนของฮินตันให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ระบบ AI ซึ่งมีความสามารถสูงขึ้นอาจก่อความเสียหายร้ายแรง 1
7
14
สำหรับคนที่กำลังคิดเรื่องอนาคตการทำงาน กรณีรังสีวิทยาเป็นเหตุผลให้ถามให้ชัดว่า AI จะเปลี่ยน หน้าที่ใด และส่งผลต่อ อาชีพโดยรวม อย่างไร ไม่ใช่ข้อรับประกันว่าทุกสายงานจะปรับตัวได้เหมือนกัน และไม่ใช่คำตอบว่าความเสี่ยงหายนะจาก AI มีมากน้อยเพียงใด 2
3
14
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หวงมองว่าการประเมินโอกาสเกิดหายนะจาก AI ราว 10–20% ของฮินตันยังไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่พิสูจน์ได้ด้วยงานวิจัย [2][5]
หวงมองว่าการประเมินโอกาสเกิดหายนะจาก AI ราว 10–20% ของฮินตันยังไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่พิสูจน์ได้ด้วยงานวิจัย [2][5] เขายกคำเตือนของฮินตันในปี 2559 เรื่องแพทย์รังสีวิทยา เพื่อชี้ว่าการใช้ AI ทำงานบางอย่างแทน ไม่ได้แปลว่าอาชีพนั้นจะหายไป [2][14]
ตัวอย่างนี้ชวนให้ระวังคำทำนายเรื่องงาน แต่ไม่อาจใช้พิสูจน์ว่าความเสี่ยงหายนะจาก AI ไม่มีอยู่จริง