กาตาร์ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือแรงกดดันทางการคลัง หลังขาดดุลงบประมาณครึ่งแรกปี 2026 ราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์ บอนด์อายุ 5 ปีและ 10 ปี ปิดการขายที่ส่วนต่างผลตอบแทนเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 55 และ 65 จุดพื้นฐานตามลำดับ โดยกว้างกว่าดีลอายุ 10 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Qatar responding to the budget deficit caused by the near-shutdown of LNG exports after the Strait of Hormuz crisis during the U.S.-I. Article summary: Qatar is using external borrowing to bridge a war-driven revenue shock while trying to preserve its longer-term LNG expansion and diversification agenda. The immediate constraint is that Hormuz disruption has reduced LNG. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
กาตาร์กำลังใช้การกู้เงินจากตลาดต่างประเทศเพื่อประคองผลกระทบทางการคลังจากการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่หยุดชะงัก พร้อมพยายามรักษาโครงการซ่อมแซมและขยายกำลังผลิตก๊าซซึ่งจำเป็นต่อรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี เงินกู้ช่วยเติมสภาพคล่องได้ชั่วคราว แต่ไม่อาจทดแทนรายได้ LNG ที่หายไป หรือแก้ความเสียหายระยะยาวที่ศูนย์ส่งออก Ras Laffan ได้
กาตาร์ระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 2 ชุดอายุ คือ 5 ปีและ 10 ปี นับเป็นการออกตราสารหนี้สาธารณะในตลาดต่างประเทศครั้งแรกนับจากดีลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 คำสั่งซื้อเคยแตะมากกว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์ ก่อนลดลงมาอยู่ที่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปิดการขาย สะท้อนว่านักลงทุนยังเปิดรับความเสี่ยงของรัฐบาลกาตาร์ แม้รายได้พลังงานถูกกระทบจากสงคราม1
ช่วงเริ่มทำตลาด กาตาร์เสนอกรอบราคาเบื้องต้นที่ส่วนต่างเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 85 จุดพื้นฐาน สำหรับรุ่นอายุ 5 ปี และ 95 จุดพื้นฐาน สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเพียงระดับชี้นำราคา ไม่ใช่ราคาสุดท้าย6 เมื่อปิดการขาย ส่วนต่างลดลงมาอยู่ที่ 55 จุดพื้นฐาน สำหรับบอนด์ 5 ปี และ 65 จุดพื้นฐาน สำหรับบอนด์ 10 ปี
7
ต้นทุนดังกล่าวยังสูงกว่าการระดมทุน 4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยซุกูกอายุ 10 ปีในดีลก่อนหน้ากำหนดส่วนต่างไว้เพียง 20 จุดพื้นฐาน เหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เทียบกับ 65 จุดพื้นฐานของบอนด์ 10 ปีรอบใหม่ จึงกว้างขึ้น 45 จุดพื้นฐาน ทั้งนี้ ดีลเก่ามีอีกชุดเป็นตราสารอายุ 3 ปี จึงไม่สามารถเทียบกับบอนด์ 5 ปีของรอบล่าสุดแบบตรงตัวได้
ไตรมาส 2 ปี 2026 กาตาร์ขาดดุลงบประมาณ 21.2 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือราว 5.8 พันล้านดอลลาร์ ต่อจากการขาดดุล 10.3 พันล้านริยัลกาตาร์ ในไตรมาสแรก รวมครึ่งปีแรกเป็นราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขขาดดุลทั้งปี 2026 ที่รัฐบาลตั้งสมมติฐานไว้ที่ 22 พันล้านริยัลกาตาร์แล้ว3
การขาดดุลไตรมาส 2 ถือว่าสูงที่สุดนับจากปลายปี 20164 ความเปราะบางของฐานะการคลังมาจากการที่ภาคไฮโดรคาร์บอนคิดเป็นประมาณ 80% ของรายได้ภาครัฐและการส่งออกสินค้า และพึ่งพาการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมาก
11
ดังนั้น การออกบอนด์จึงเป็น “สะพาน” เชื่อมช่วงรายได้สะดุด มากกว่าจะเป็นทางออกของปัญหา เพราะช่วยกระจายภาระงบประมาณและรักษาสภาพคล่องได้ แต่ไม่สร้างรายได้ LNG ที่สูญเสียไปกลับคืนมา
QatarEnergy ระงับการส่งออก LNG และประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) สำหรับสัญญาจัดส่งระยะยาวบางส่วน หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ต่อมายังขยายการใช้เหตุสุดวิสัยกับผู้ซื้อในเอเชียบางราย และให้เช่าเรือบรรทุก LNG บางส่วนออกไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการหยุดชะงักอาจไม่จบลงโดยเร็ว19
ปัญหาหนักกว่าคอขวดด้านการเดินเรือ เพราะการโจมตีของอิหร่านสร้างความเสียหายแก่หน่วยผลิต LNG 2 จาก 14 หน่วย และโรงงานแปรสภาพก๊าซเป็นของเหลว 1 แห่ง หน่วยผลิต LNG ทั้งสองมีกำลังการผลิตรวม 12.8 ล้านตันต่อปี หรือราว 17% ของกำลังส่งออก LNG ของกาตาร์ QatarEnergy ระบุว่าการซ่อมอาจใช้เวลา 3-5 ปี และประเมินรายได้ที่หายไปต่อปีไว้ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์
แนวโน้มการฟื้นตัวจึงมีสองระดับ ผู้บริหาร QatarEnergy ระบุว่า หากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิด หน่วยผลิตที่ไม่เสียหายอาจกลับสู่การดำเนินงานตามปกติได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ต้องหักกำลังผลิต 17% ที่หายไปจากความเสียหายของโรงงานออกไป ส่วนหน่วยที่ได้รับความเสียหายยังเป็นข้อจำกัดต่อเนื่องหลายปี
มีรายงานว่า QatarEnergy กำลังเจรจากับผู้ผลิตในสหรัฐฯ เพื่อทำสัญญาจัดหา LNG ระยะหลายปีไปจนถึง ปี 2031 เพื่อชดเชยปริมาณที่หายไปจาก Ras Laffan18 แนวทางนี้อาจช่วยให้บริษัทส่งมอบก๊าซแก่ลูกค้าได้ต่อเนื่องระหว่างการซ่อมแซม แต่ไม่ได้ทำให้กำลังการผลิตในประเทศกลับคืนมา
บริษัทยังคงคาดว่าหน่วยผลิตแรกของโครงการขยาย North Field East จะเริ่มผลิตได้ใน ครึ่งแรกของปี 2027 อย่างไรก็ตาม หน่วยผลิตเพิ่มเติมและงานขยายโครงการอื่นอาจล่าช้า หากอุปกรณ์สำคัญยังไม่สามารถเดินทางเข้ากาตาร์ได้จากวิกฤตการขนส่งทางเรือ17
นัยสำคัญคือ การซ่อมแซมและการขยายกำลังผลิต LNG มีแนวโน้มเป็นลำดับความสำคัญด้านการลงทุนก่อน ขณะที่การใช้จ่ายประเภทอื่นอาจต้องปรับจังหวะให้เข้ากับกระแสเงินสดและข้อจำกัดโลจิสติกส์ ข้อมูลที่มีสนับสนุนว่ากาตาร์ยังเดินหน้า North Field แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันโครงการใหม่ที่ระบุงบประมาณชัดเจนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจโรงแรมในช่วงวิกฤตนี้
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 Fitch ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกตราสารระยะยาวของกาตาร์ที่ AA และอันดับระยะสั้นที่ F1+ รวมถึงยืนยันเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ AA+ รายงานเกี่ยวกับการออกบอนด์ยังระบุว่ากาตาร์ได้รับอันดับ AA จาก S&P Global Ratings
อย่างไรก็ดี เอกสารที่ให้มาไม่สามารถยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (outlook) ล่าสุดของสถาบันจัดอันดับรายใหญ่ทุกแห่ง รวมถึง Moody’s ได้อย่างน่าเชื่อถือ จึงยังสรุปภาพรวม outlook ของทุกค่ายไม่ได้
แรงกดดันของกาตาร์เป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศอ่าวอาหรับทั้งหมด ผลสำรวจของ Reuters เมื่อเดือนกรกฎาคมคาดว่ากาตาร์และคูเวตจะมีเศรษฐกิจหดตัวประเทศละ 8.1% ในปี 2026 ซึ่งเป็นการปรับลดคาดการณ์ที่รุนแรงที่สุดในกลุ่มประเทศที่สำรวจ ขณะที่ฮอร์มุซยังแทบปิดไม่ให้เดินเรือ
แต่แต่ละประเทศได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน DBRS Morningstar ระบุว่ากาตาร์ คูเวต และบาห์เรนได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และโอมานรับมือได้ดีกว่าในเชิงเปรียบเทียบ ส่วนหนึ่งเพราะพึ่งพาการส่งออกผ่านช่องแคบนี้น้อยกว่า
สำหรับกาตาร์ การขายบอนด์ 3 พันล้านดอลลาร์แสดงให้เห็นว่าประตูสู่ตลาดทุนโลกยังเปิดอยู่ แต่ทิศทางฟื้นตัวของฐานะการคลังจะขึ้นกับการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซและการซ่อม Ras Laffan มากกว่าความสามารถในการกู้เงินเพียงอย่างเดียว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กาตาร์ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือแรงกดดันทางการคลัง หลังขาดดุลงบประมาณครึ่งแรกปี 2026 ราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์
กาตาร์ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือแรงกดดันทางการคลัง หลังขาดดุลงบประมาณครึ่งแรกปี 2026 ราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์ บอนด์อายุ 5 ปีและ 10 ปี ปิดการขายที่ส่วนต่างผลตอบแทนเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 55 และ 65 จุดพื้นฐานตามลำดับ โดยกว้างกว่าดีลอายุ 10 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 อยู่ 45 จุดพื้นฐาน[7][37]
QatarEnergy เจรจาจัดหา LNG จากสหรัฐฯ จนถึงปี 2031 และยังตั้งเป้าให้โครงการ North Field East ขบวนผลิตแรกเริ่มเดินเครื่องในครึ่งแรกของปี 2027 แต่โครงการส่วนต่อไปขึ้นอยู่กับการเข้าถึงอุปกรณ์และการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ[17][18]
กาตาร์ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือแรงกดดันทางการคลัง หลังขาดดุลงบประมาณครึ่งแรกปี 2026 ราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์ บอนด์อายุ 5 ปีและ 10 ปี ปิดการขายที่ส่วนต่างผลตอบแทนเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 55 และ 65 จุดพื้นฐานตามลำดับ โดยกว้างกว่าดีลอายุ 10 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Qatar responding to the budget deficit caused by the near-shutdown of LNG exports after the Strait of Hormuz crisis during the U.S.-I. Article summary: Qatar is using external borrowing to bridge a war-driven revenue shock while trying to preserve its longer-term LNG expansion and diversification agenda. The immediate constraint is that Hormuz disruption has reduced LNG. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
กาตาร์กำลังใช้การกู้เงินจากตลาดต่างประเทศเพื่อประคองผลกระทบทางการคลังจากการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่หยุดชะงัก พร้อมพยายามรักษาโครงการซ่อมแซมและขยายกำลังผลิตก๊าซซึ่งจำเป็นต่อรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ดี เงินกู้ช่วยเติมสภาพคล่องได้ชั่วคราว แต่ไม่อาจทดแทนรายได้ LNG ที่หายไป หรือแก้ความเสียหายระยะยาวที่ศูนย์ส่งออก Ras Laffan ได้
กาตาร์ระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 2 ชุดอายุ คือ 5 ปีและ 10 ปี นับเป็นการออกตราสารหนี้สาธารณะในตลาดต่างประเทศครั้งแรกนับจากดีลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 คำสั่งซื้อเคยแตะมากกว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์ ก่อนลดลงมาอยู่ที่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปิดการขาย สะท้อนว่านักลงทุนยังเปิดรับความเสี่ยงของรัฐบาลกาตาร์ แม้รายได้พลังงานถูกกระทบจากสงคราม1
ช่วงเริ่มทำตลาด กาตาร์เสนอกรอบราคาเบื้องต้นที่ส่วนต่างเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 85 จุดพื้นฐาน สำหรับรุ่นอายุ 5 ปี และ 95 จุดพื้นฐาน สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเพียงระดับชี้นำราคา ไม่ใช่ราคาสุดท้าย6 เมื่อปิดการขาย ส่วนต่างลดลงมาอยู่ที่ 55 จุดพื้นฐาน สำหรับบอนด์ 5 ปี และ 65 จุดพื้นฐาน สำหรับบอนด์ 10 ปี
7
ต้นทุนดังกล่าวยังสูงกว่าการระดมทุน 4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยซุกูกอายุ 10 ปีในดีลก่อนหน้ากำหนดส่วนต่างไว้เพียง 20 จุดพื้นฐาน เหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เทียบกับ 65 จุดพื้นฐานของบอนด์ 10 ปีรอบใหม่ จึงกว้างขึ้น 45 จุดพื้นฐาน ทั้งนี้ ดีลเก่ามีอีกชุดเป็นตราสารอายุ 3 ปี จึงไม่สามารถเทียบกับบอนด์ 5 ปีของรอบล่าสุดแบบตรงตัวได้
ไตรมาส 2 ปี 2026 กาตาร์ขาดดุลงบประมาณ 21.2 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือราว 5.8 พันล้านดอลลาร์ ต่อจากการขาดดุล 10.3 พันล้านริยัลกาตาร์ ในไตรมาสแรก รวมครึ่งปีแรกเป็นราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขขาดดุลทั้งปี 2026 ที่รัฐบาลตั้งสมมติฐานไว้ที่ 22 พันล้านริยัลกาตาร์แล้ว3
การขาดดุลไตรมาส 2 ถือว่าสูงที่สุดนับจากปลายปี 20164 ความเปราะบางของฐานะการคลังมาจากการที่ภาคไฮโดรคาร์บอนคิดเป็นประมาณ 80% ของรายได้ภาครัฐและการส่งออกสินค้า และพึ่งพาการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมาก
11
ดังนั้น การออกบอนด์จึงเป็น “สะพาน” เชื่อมช่วงรายได้สะดุด มากกว่าจะเป็นทางออกของปัญหา เพราะช่วยกระจายภาระงบประมาณและรักษาสภาพคล่องได้ แต่ไม่สร้างรายได้ LNG ที่สูญเสียไปกลับคืนมา
QatarEnergy ระงับการส่งออก LNG และประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) สำหรับสัญญาจัดส่งระยะยาวบางส่วน หลังการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ต่อมายังขยายการใช้เหตุสุดวิสัยกับผู้ซื้อในเอเชียบางราย และให้เช่าเรือบรรทุก LNG บางส่วนออกไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการหยุดชะงักอาจไม่จบลงโดยเร็ว19
ปัญหาหนักกว่าคอขวดด้านการเดินเรือ เพราะการโจมตีของอิหร่านสร้างความเสียหายแก่หน่วยผลิต LNG 2 จาก 14 หน่วย และโรงงานแปรสภาพก๊าซเป็นของเหลว 1 แห่ง หน่วยผลิต LNG ทั้งสองมีกำลังการผลิตรวม 12.8 ล้านตันต่อปี หรือราว 17% ของกำลังส่งออก LNG ของกาตาร์ QatarEnergy ระบุว่าการซ่อมอาจใช้เวลา 3-5 ปี และประเมินรายได้ที่หายไปต่อปีไว้ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์
แนวโน้มการฟื้นตัวจึงมีสองระดับ ผู้บริหาร QatarEnergy ระบุว่า หากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิด หน่วยผลิตที่ไม่เสียหายอาจกลับสู่การดำเนินงานตามปกติได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ต้องหักกำลังผลิต 17% ที่หายไปจากความเสียหายของโรงงานออกไป ส่วนหน่วยที่ได้รับความเสียหายยังเป็นข้อจำกัดต่อเนื่องหลายปี
มีรายงานว่า QatarEnergy กำลังเจรจากับผู้ผลิตในสหรัฐฯ เพื่อทำสัญญาจัดหา LNG ระยะหลายปีไปจนถึง ปี 2031 เพื่อชดเชยปริมาณที่หายไปจาก Ras Laffan18 แนวทางนี้อาจช่วยให้บริษัทส่งมอบก๊าซแก่ลูกค้าได้ต่อเนื่องระหว่างการซ่อมแซม แต่ไม่ได้ทำให้กำลังการผลิตในประเทศกลับคืนมา
บริษัทยังคงคาดว่าหน่วยผลิตแรกของโครงการขยาย North Field East จะเริ่มผลิตได้ใน ครึ่งแรกของปี 2027 อย่างไรก็ตาม หน่วยผลิตเพิ่มเติมและงานขยายโครงการอื่นอาจล่าช้า หากอุปกรณ์สำคัญยังไม่สามารถเดินทางเข้ากาตาร์ได้จากวิกฤตการขนส่งทางเรือ17
นัยสำคัญคือ การซ่อมแซมและการขยายกำลังผลิต LNG มีแนวโน้มเป็นลำดับความสำคัญด้านการลงทุนก่อน ขณะที่การใช้จ่ายประเภทอื่นอาจต้องปรับจังหวะให้เข้ากับกระแสเงินสดและข้อจำกัดโลจิสติกส์ ข้อมูลที่มีสนับสนุนว่ากาตาร์ยังเดินหน้า North Field แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันโครงการใหม่ที่ระบุงบประมาณชัดเจนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจโรงแรมในช่วงวิกฤตนี้
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 Fitch ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกตราสารระยะยาวของกาตาร์ที่ AA และอันดับระยะสั้นที่ F1+ รวมถึงยืนยันเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ AA+ รายงานเกี่ยวกับการออกบอนด์ยังระบุว่ากาตาร์ได้รับอันดับ AA จาก S&P Global Ratings
อย่างไรก็ดี เอกสารที่ให้มาไม่สามารถยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (outlook) ล่าสุดของสถาบันจัดอันดับรายใหญ่ทุกแห่ง รวมถึง Moody’s ได้อย่างน่าเชื่อถือ จึงยังสรุปภาพรวม outlook ของทุกค่ายไม่ได้
แรงกดดันของกาตาร์เป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศอ่าวอาหรับทั้งหมด ผลสำรวจของ Reuters เมื่อเดือนกรกฎาคมคาดว่ากาตาร์และคูเวตจะมีเศรษฐกิจหดตัวประเทศละ 8.1% ในปี 2026 ซึ่งเป็นการปรับลดคาดการณ์ที่รุนแรงที่สุดในกลุ่มประเทศที่สำรวจ ขณะที่ฮอร์มุซยังแทบปิดไม่ให้เดินเรือ
แต่แต่ละประเทศได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน DBRS Morningstar ระบุว่ากาตาร์ คูเวต และบาห์เรนได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และโอมานรับมือได้ดีกว่าในเชิงเปรียบเทียบ ส่วนหนึ่งเพราะพึ่งพาการส่งออกผ่านช่องแคบนี้น้อยกว่า
สำหรับกาตาร์ การขายบอนด์ 3 พันล้านดอลลาร์แสดงให้เห็นว่าประตูสู่ตลาดทุนโลกยังเปิดอยู่ แต่ทิศทางฟื้นตัวของฐานะการคลังจะขึ้นกับการเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซและการซ่อม Ras Laffan มากกว่าความสามารถในการกู้เงินเพียงอย่างเดียว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กาตาร์ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือแรงกดดันทางการคลัง หลังขาดดุลงบประมาณครึ่งแรกปี 2026 ราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์
กาตาร์ออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์ 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือแรงกดดันทางการคลัง หลังขาดดุลงบประมาณครึ่งแรกปี 2026 ราว 31.5 พันล้านริยัลกาตาร์ หรือ 8.6 พันล้านดอลลาร์ บอนด์อายุ 5 ปีและ 10 ปี ปิดการขายที่ส่วนต่างผลตอบแทนเหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 55 และ 65 จุดพื้นฐานตามลำดับ โดยกว้างกว่าดีลอายุ 10 ปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 อยู่ 45 จุดพื้นฐาน[7][37]
QatarEnergy เจรจาจัดหา LNG จากสหรัฐฯ จนถึงปี 2031 และยังตั้งเป้าให้โครงการ North Field East ขบวนผลิตแรกเริ่มเดินเครื่องในครึ่งแรกของปี 2027 แต่โครงการส่วนต่อไปขึ้นอยู่กับการเข้าถึงอุปกรณ์และการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ[17][18]