การส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% หลังการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ทำให้การผลิตปุ๋ยฟอสเฟตติดคอขวด แม้โรงงานและความต้องการซื้อยังมีอยู่ [1] อ่าวเปอร์เซียมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของกำมะถันที่ซื้อขายระหว่างประเทศทั่วโลก การขาดแคลนจึงบีบให้ Mosaic ลดการผลิต ขณะที่ Ma’aden ปรับลดเป้าหมายการผลิต DAP ปี 2026 [7][8] ตล...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the closure of the Strait of Hormuz for more than six months disrupted global fertilizer and agricultural supply chains in 2026, par. Article summary: The disruption has become a fertilizer-feedstock crisis rather than simply a shipping delay: the near-halt of Gulf flows removed a large share of traded sulfur, constraining phosphate fertilizer production even where pho. Topic tags: general, general web, user generated, education, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermark
การหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซในปี 2026 ไม่ใช่เพียงปัญหาเรือขนส่งสินค้าอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิกฤตวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปุ๋ย โดยเฉพาะ กำมะถันธาตุ ซึ่งเป็นจุดคอขวดของการผลิตปุ๋ยฟอสเฟต
ภาพตลาดจึงแยกออกเป็นสองทางชัดเจน: ปุ๋ยไนโตรเจนเริ่มคลายจากแรงกระแทกช่วงแรก ขณะที่ปุ๋ยฟอสเฟตยังถูกจำกัดด้วยการเข้าถึงและต้นทุนของกำมะถัน 1
19
สถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (IFPRI) ระบุว่า การส่งออกปุ๋ยจากอ่าวเปอร์เซียยังหยุดชะงักเป็นส่วนใหญ่ แม้ผ่านมากกว่า 6 เดือนนับจากเริ่มเกิดเหตุการณ์ โดยการส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% และผู้ส่งออกในอ่าวได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ 1
ความสำคัญของภูมิภาคนี้อยู่ที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งส่งออกหนึ่งในหลายแห่ง แต่ S&P Global Ratings ประเมินว่าอ่าวเปอร์เซียมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของอุปทานกำมะถันที่ซื้อขายระหว่างประเทศทั่วโลก 8
กำมะถันถูกนำไปผลิตเป็นกรดซัลฟิวริก ซึ่งจำเป็นต่อการแปรรูปหินฟอสเฟตเป็นกรดฟอสฟอริก ก่อนใช้ผลิตปุ๋ยอย่าง DAP และ MAP กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากกำมะถันขนส่งออกมาไม่ได้ หรือราคาแพงเกินกว่าที่โรงงานรับไหว โรงงานปุ๋ยฟอสเฟตอาจต้องลดหรือหยุดกำลังการผลิตได้ แม้ยังมีหินฟอสเฟต โรงงาน และผู้ซื้อรออยู่ก็ตาม 13
19
แรงกระแทกสะท้อนทั้งในราคาและการค้า ปลายเดือนพฤษภาคม ราคากำมะถันส่งถึงบราซิลขึ้นไปแตะราว 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังการส่งออกกำมะถันทางเรือราวครึ่งหนึ่งติดค้างอยู่หลังฮอร์มุซ 11 ข้อมูล IFPRI ยังชี้ว่า การส่งออกฟอสเฟตโลกในหน่วยเทียบเท่าฟอสฟอรัสช่วงมกราคม–มิถุนายน 2026 ลดลงมากกว่า 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
1
Mosaic ลดการดำเนินงานด้านปุ๋ยฟอสเฟตในโรงงานบางแห่งของอเมริกาเหนือและบราซิล หลังสต็อกกำมะถันลดลงและการจัดหาวัตถุดิบตึงตัว 6 ก่อนหน้านั้น บริษัทได้หยุดการทำเหมืองหินฟอสเฟตและการดำเนินงานในกลุ่มโรงงานเคมีในบราซิลเป็นการชั่วคราว จากแรงบีบของกำมะถัน
11
แรงกดดันไม่ได้เกิดกับ Mosaic เพียงรายเดียว Ma’aden ปรับลดเป้าหมายการผลิต DAP ปี 2026 เหลือ 6.0–6.5 ล้านตัน หลังปริมาณผลิต DAP ไตรมาส 2 ลดลง 28% ขณะที่ Mosaic รายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐในธุรกิจฟอสเฟต 7
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นการส่งผ่านของวิกฤตตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่กำมะถันที่ขนส่งทางเรือ กรดซัลฟิวริก การแปรรูปฟอสเฟต ปริมาณปุ๋ยในตลาด ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อปุ๋ยของเกษตรกร
โดยปกติ หากเส้นทางเดินเรือสะดุด ตลาดยังอาจปรับตัวได้จากผู้ขายรายอื่นที่เพิ่มการส่งออก แต่ในปี 2026 การปรับสมดุลดังกล่าวถูกจำกัดด้วยนโยบายของหลายประเทศ
Kpler ระบุว่า การห้ามส่งออกกำมะถันอุตสาหกรรมของรัสเซีย และการห้ามส่งออกกรดซัลฟิวริกของจีน ได้ซ้ำเติมภาวะขาดแคลนจากอ่าวเปอร์เซีย 13 อินเดียก็ระงับการส่งออกกำมะถันในเดือนกรกฎาคม แม้รายงานตลาดประเมินว่าผลกระทบต่อปริมาณซื้อขายทันทีอาจไม่มากนัก เพราะการส่งออกชะลอลงอย่างมากอยู่แล้วหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มขึ้น
5
มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายรักษาวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมและปุ๋ยภายในประเทศ แต่เมื่อเกิดพร้อมกันก็ทำให้ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตปุ๋ยฟอสเฟตซึ่งพึ่งพาการนำเข้าจะหาได้ในตลาดโลกลดลง ข้อมูลที่มีไม่มากพอจะวัดผลกระทบแยกส่วนของรายงานเรื่องการระงับส่งออกกำมะถันของคาซัคสถานต่อภาวะขาดแคลนโลก จึงไม่ควรตีความเป็นสัดส่วนที่พิสูจน์ได้ในที่นี้
ปุ๋ยไนโตรเจนได้รับผลกระทบหนักในระยะแรก เพราะอ่าวเปอร์เซียเป็นแหล่งสำคัญของยูเรียและแอมโมเนีย ราคายูเรียพุ่งขึ้นรวดเร็วหลังเกิดเหตุ แต่ต่อมาลดลงเมื่ออุปทานจากนอกอ่าวเพิ่มขึ้นและอุปสงค์ปรับตัว 1
17
19
แต่ฟอสเฟตปรับตัวได้ยากกว่า เพราะการผลิตต้องพึ่งกำมะถันหรือกรดซัลฟิวริก ซึ่งยังตึงตัวทั้งจากข้อจำกัดด้านการขนส่งและการควบคุมการส่งออก Reuters รายงานในเดือนกันยายนว่า ราคาปุ๋ยฟอสเฟตยังไม่ลดลงเหมือนยูเรีย เนื่องจากกำมะถันซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักยังมีราคาแพง 19
ดังนั้น การที่ความตึงเครียดโดยรวมในตลาดปุ๋ยลดลง ไม่ได้หมายความว่าปุ๋ยฟอสเฟตจะกลับมาหาซื้อง่ายหรือมีราคาที่เกษตรกรรับได้แล้ว แม้การส่งออกไนโตรเจนและฟอสเฟตโลกในครึ่งแรกของปี 2026 จะลดลงในระดับใกล้เคียงกัน แต่สาเหตุและเส้นทางการฟื้นตัวของทั้งสองตลาดแตกต่างกัน 1
วิกฤตปุ๋ยมักส่งต่อไปยังราคาอาหารแบบมีระยะหน่วง เกษตรกรที่เผชิญปุ๋ยราคาแพงหรือส่งมอบไม่แน่นอน อาจเลื่อนซื้อ ลดอัตราใส่ปุ๋ย หรือปรับแผนธาตุอาหารพืช ซึ่งอาจกดผลผลิตในฤดูเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวถัดไป โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าและมีข้อจำกัดในการรองรับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น 1
19
ความเปราะบางไม่ได้จำกัดอยู่ที่การค้าปุ๋ยโดยตรง ผู้ผลิตปุ๋ยในเอเชียใต้ รวมถึงอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ พึ่งพาก๊าซนำเข้าจากอ่าวเปอร์เซียอย่างมาก จึงเสี่ยงต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการจำกัดอุปทาน 13 ส่วนผู้ผลิตปุ๋ยไนโตรเจนในยุโรปมีต้นทุนอยู่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดโลก จึงเปราะบางเมื่อราคาก๊าซเพิ่มขึ้น
13
ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นประตูเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน เป็นความเสี่ยงแยกต่างหาก ไม่ใช่คำอธิบายที่ยืนยันแล้วสำหรับการขาดแคลนกำมะถันจากฮอร์มุซ แต่หากการเดินเรือบริเวณดังกล่าวถูกคุกคามต่อเนื่อง ก็จะสร้างปัญหาด้านโลจิสติกส์ซ้อนขึ้นอีกชั้น
ผลที่ตามมาคือเส้นทางอ้อมที่ยาวขึ้น เรือว่างตึงตัวขึ้น ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น เบี้ยประกันสูงขึ้น และค่าระวางแพงขึ้น สำหรับผู้ซื้อปุ๋ย ประเด็นสำคัญคือการหาสินค้าได้ยังไม่พอ สินค้านั้นต้องเดินทางถึงปลายทางด้วย หากฮอร์มุซและบับ เอล-มันเดบมีปัญหาพร้อมกัน ต้นทุนส่งมอบปุ๋ย ธัญพืช พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นจะสูงขึ้น พร้อมความไม่แน่นอนของกำหนดส่งมอบ
การตอบสนองที่รายงานชัดเจนที่สุดมุ่งรักษาวัตถุดิบไว้ใช้ภายในประเทศ เช่น การระงับส่งออกกำมะถันของอินเดีย แม้ผลต่อปริมาณซื้อขายในระยะทันทีอาจจำกัด 5 บราซิลเผชิญผลกระทบโดยตรงจากการลดกำลังผลิตของ Mosaic ในประเทศ
6
11
แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบยังไม่สนับสนุนว่ามีแพ็กเกจการเงินใหม่ระดับสหภาพยุโรป หรือโครงการเงินฉุกเฉินของรัฐบาลกลางบราซิลที่ระบุชัดว่าออกมาเพื่อวิกฤตนี้โดยเฉพาะ แต่ทิศทางด้านความมั่นคงของอุปทานที่มีน้ำหนักจากข้อมูลคือ
บทเรียนสำคัญคือ ความมั่นคงด้านปุ๋ยไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเข้าถึงวัตถุดิบวิกฤตจำนวนไม่กี่ชนิด เส้นทางที่ใช้ขนส่ง และการที่ประเทศผู้ส่งออกยังเปิดสินค้าเหล่านั้นให้ตลาดโลก ในปี 2026 กำมะถันคือจุดที่ความเปราะบางทั้งหมดมาบรรจบกัน 1
8
13
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% หลังการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ทำให้การผลิตปุ๋ยฟอสเฟตติดคอขวด แม้โรงงานและความต้องการซื้อยังมีอยู่ [1]
การส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% หลังการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ทำให้การผลิตปุ๋ยฟอสเฟตติดคอขวด แม้โรงงานและความต้องการซื้อยังมีอยู่ [1] อ่าวเปอร์เซียมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของกำมะถันที่ซื้อขายระหว่างประเทศทั่วโลก การขาดแคลนจึงบีบให้ Mosaic ลดการผลิต ขณะที่ Ma’aden ปรับลดเป้าหมายการผลิต DAP ปี 2026 [7][8]
ตลาดปุ๋ยไนโตรเจนเริ่มผ่อนคลายตามอุปทานนอกอ่าวที่เพิ่มขึ้น แต่ปุ๋ยฟอสเฟตยังแพงและตึงตัว เพราะกำมะถันและกรดซัลฟิวริกยังขาดแคลน [1][19]
การส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% หลังการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ทำให้การผลิตปุ๋ยฟอสเฟตติดคอขวด แม้โรงงานและความต้องการซื้อยังมีอยู่ [1] อ่าวเปอร์เซียมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของกำมะถันที่ซื้อขายระหว่างประเทศทั่วโลก การขาดแคลนจึงบีบให้ Mosaic ลดการผลิต ขณะที่ Ma’aden ปรับลดเป้าหมายการผลิต DAP ปี 2026 [7][8] ตล...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the closure of the Strait of Hormuz for more than six months disrupted global fertilizer and agricultural supply chains in 2026, par. Article summary: The disruption has become a fertilizer-feedstock crisis rather than simply a shipping delay: the near-halt of Gulf flows removed a large share of traded sulfur, constraining phosphate fertilizer production even where pho. Topic tags: general, general web, user generated, education, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermark
การหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซในปี 2026 ไม่ใช่เพียงปัญหาเรือขนส่งสินค้าอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิกฤตวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปุ๋ย โดยเฉพาะ กำมะถันธาตุ ซึ่งเป็นจุดคอขวดของการผลิตปุ๋ยฟอสเฟต
ภาพตลาดจึงแยกออกเป็นสองทางชัดเจน: ปุ๋ยไนโตรเจนเริ่มคลายจากแรงกระแทกช่วงแรก ขณะที่ปุ๋ยฟอสเฟตยังถูกจำกัดด้วยการเข้าถึงและต้นทุนของกำมะถัน 1
19
สถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (IFPRI) ระบุว่า การส่งออกปุ๋ยจากอ่าวเปอร์เซียยังหยุดชะงักเป็นส่วนใหญ่ แม้ผ่านมากกว่า 6 เดือนนับจากเริ่มเกิดเหตุการณ์ โดยการส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% และผู้ส่งออกในอ่าวได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ 1
ความสำคัญของภูมิภาคนี้อยู่ที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งส่งออกหนึ่งในหลายแห่ง แต่ S&P Global Ratings ประเมินว่าอ่าวเปอร์เซียมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของอุปทานกำมะถันที่ซื้อขายระหว่างประเทศทั่วโลก 8
กำมะถันถูกนำไปผลิตเป็นกรดซัลฟิวริก ซึ่งจำเป็นต่อการแปรรูปหินฟอสเฟตเป็นกรดฟอสฟอริก ก่อนใช้ผลิตปุ๋ยอย่าง DAP และ MAP กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากกำมะถันขนส่งออกมาไม่ได้ หรือราคาแพงเกินกว่าที่โรงงานรับไหว โรงงานปุ๋ยฟอสเฟตอาจต้องลดหรือหยุดกำลังการผลิตได้ แม้ยังมีหินฟอสเฟต โรงงาน และผู้ซื้อรออยู่ก็ตาม 13
19
แรงกระแทกสะท้อนทั้งในราคาและการค้า ปลายเดือนพฤษภาคม ราคากำมะถันส่งถึงบราซิลขึ้นไปแตะราว 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังการส่งออกกำมะถันทางเรือราวครึ่งหนึ่งติดค้างอยู่หลังฮอร์มุซ 11 ข้อมูล IFPRI ยังชี้ว่า การส่งออกฟอสเฟตโลกในหน่วยเทียบเท่าฟอสฟอรัสช่วงมกราคม–มิถุนายน 2026 ลดลงมากกว่า 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
1
Mosaic ลดการดำเนินงานด้านปุ๋ยฟอสเฟตในโรงงานบางแห่งของอเมริกาเหนือและบราซิล หลังสต็อกกำมะถันลดลงและการจัดหาวัตถุดิบตึงตัว 6 ก่อนหน้านั้น บริษัทได้หยุดการทำเหมืองหินฟอสเฟตและการดำเนินงานในกลุ่มโรงงานเคมีในบราซิลเป็นการชั่วคราว จากแรงบีบของกำมะถัน
11
แรงกดดันไม่ได้เกิดกับ Mosaic เพียงรายเดียว Ma’aden ปรับลดเป้าหมายการผลิต DAP ปี 2026 เหลือ 6.0–6.5 ล้านตัน หลังปริมาณผลิต DAP ไตรมาส 2 ลดลง 28% ขณะที่ Mosaic รายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐในธุรกิจฟอสเฟต 7
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นการส่งผ่านของวิกฤตตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่กำมะถันที่ขนส่งทางเรือ กรดซัลฟิวริก การแปรรูปฟอสเฟต ปริมาณปุ๋ยในตลาด ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อปุ๋ยของเกษตรกร
โดยปกติ หากเส้นทางเดินเรือสะดุด ตลาดยังอาจปรับตัวได้จากผู้ขายรายอื่นที่เพิ่มการส่งออก แต่ในปี 2026 การปรับสมดุลดังกล่าวถูกจำกัดด้วยนโยบายของหลายประเทศ
Kpler ระบุว่า การห้ามส่งออกกำมะถันอุตสาหกรรมของรัสเซีย และการห้ามส่งออกกรดซัลฟิวริกของจีน ได้ซ้ำเติมภาวะขาดแคลนจากอ่าวเปอร์เซีย 13 อินเดียก็ระงับการส่งออกกำมะถันในเดือนกรกฎาคม แม้รายงานตลาดประเมินว่าผลกระทบต่อปริมาณซื้อขายทันทีอาจไม่มากนัก เพราะการส่งออกชะลอลงอย่างมากอยู่แล้วหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มขึ้น
5
มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายรักษาวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมและปุ๋ยภายในประเทศ แต่เมื่อเกิดพร้อมกันก็ทำให้ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตปุ๋ยฟอสเฟตซึ่งพึ่งพาการนำเข้าจะหาได้ในตลาดโลกลดลง ข้อมูลที่มีไม่มากพอจะวัดผลกระทบแยกส่วนของรายงานเรื่องการระงับส่งออกกำมะถันของคาซัคสถานต่อภาวะขาดแคลนโลก จึงไม่ควรตีความเป็นสัดส่วนที่พิสูจน์ได้ในที่นี้
ปุ๋ยไนโตรเจนได้รับผลกระทบหนักในระยะแรก เพราะอ่าวเปอร์เซียเป็นแหล่งสำคัญของยูเรียและแอมโมเนีย ราคายูเรียพุ่งขึ้นรวดเร็วหลังเกิดเหตุ แต่ต่อมาลดลงเมื่ออุปทานจากนอกอ่าวเพิ่มขึ้นและอุปสงค์ปรับตัว 1
17
19
แต่ฟอสเฟตปรับตัวได้ยากกว่า เพราะการผลิตต้องพึ่งกำมะถันหรือกรดซัลฟิวริก ซึ่งยังตึงตัวทั้งจากข้อจำกัดด้านการขนส่งและการควบคุมการส่งออก Reuters รายงานในเดือนกันยายนว่า ราคาปุ๋ยฟอสเฟตยังไม่ลดลงเหมือนยูเรีย เนื่องจากกำมะถันซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักยังมีราคาแพง 19
ดังนั้น การที่ความตึงเครียดโดยรวมในตลาดปุ๋ยลดลง ไม่ได้หมายความว่าปุ๋ยฟอสเฟตจะกลับมาหาซื้อง่ายหรือมีราคาที่เกษตรกรรับได้แล้ว แม้การส่งออกไนโตรเจนและฟอสเฟตโลกในครึ่งแรกของปี 2026 จะลดลงในระดับใกล้เคียงกัน แต่สาเหตุและเส้นทางการฟื้นตัวของทั้งสองตลาดแตกต่างกัน 1
วิกฤตปุ๋ยมักส่งต่อไปยังราคาอาหารแบบมีระยะหน่วง เกษตรกรที่เผชิญปุ๋ยราคาแพงหรือส่งมอบไม่แน่นอน อาจเลื่อนซื้อ ลดอัตราใส่ปุ๋ย หรือปรับแผนธาตุอาหารพืช ซึ่งอาจกดผลผลิตในฤดูเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวถัดไป โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าและมีข้อจำกัดในการรองรับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น 1
19
ความเปราะบางไม่ได้จำกัดอยู่ที่การค้าปุ๋ยโดยตรง ผู้ผลิตปุ๋ยในเอเชียใต้ รวมถึงอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ พึ่งพาก๊าซนำเข้าจากอ่าวเปอร์เซียอย่างมาก จึงเสี่ยงต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการจำกัดอุปทาน 13 ส่วนผู้ผลิตปุ๋ยไนโตรเจนในยุโรปมีต้นทุนอยู่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดโลก จึงเปราะบางเมื่อราคาก๊าซเพิ่มขึ้น
13
ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นประตูเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน เป็นความเสี่ยงแยกต่างหาก ไม่ใช่คำอธิบายที่ยืนยันแล้วสำหรับการขาดแคลนกำมะถันจากฮอร์มุซ แต่หากการเดินเรือบริเวณดังกล่าวถูกคุกคามต่อเนื่อง ก็จะสร้างปัญหาด้านโลจิสติกส์ซ้อนขึ้นอีกชั้น
ผลที่ตามมาคือเส้นทางอ้อมที่ยาวขึ้น เรือว่างตึงตัวขึ้น ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น เบี้ยประกันสูงขึ้น และค่าระวางแพงขึ้น สำหรับผู้ซื้อปุ๋ย ประเด็นสำคัญคือการหาสินค้าได้ยังไม่พอ สินค้านั้นต้องเดินทางถึงปลายทางด้วย หากฮอร์มุซและบับ เอล-มันเดบมีปัญหาพร้อมกัน ต้นทุนส่งมอบปุ๋ย ธัญพืช พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นจะสูงขึ้น พร้อมความไม่แน่นอนของกำหนดส่งมอบ
การตอบสนองที่รายงานชัดเจนที่สุดมุ่งรักษาวัตถุดิบไว้ใช้ภายในประเทศ เช่น การระงับส่งออกกำมะถันของอินเดีย แม้ผลต่อปริมาณซื้อขายในระยะทันทีอาจจำกัด 5 บราซิลเผชิญผลกระทบโดยตรงจากการลดกำลังผลิตของ Mosaic ในประเทศ
6
11
แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบยังไม่สนับสนุนว่ามีแพ็กเกจการเงินใหม่ระดับสหภาพยุโรป หรือโครงการเงินฉุกเฉินของรัฐบาลกลางบราซิลที่ระบุชัดว่าออกมาเพื่อวิกฤตนี้โดยเฉพาะ แต่ทิศทางด้านความมั่นคงของอุปทานที่มีน้ำหนักจากข้อมูลคือ
บทเรียนสำคัญคือ ความมั่นคงด้านปุ๋ยไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเข้าถึงวัตถุดิบวิกฤตจำนวนไม่กี่ชนิด เส้นทางที่ใช้ขนส่ง และการที่ประเทศผู้ส่งออกยังเปิดสินค้าเหล่านั้นให้ตลาดโลก ในปี 2026 กำมะถันคือจุดที่ความเปราะบางทั้งหมดมาบรรจบกัน 1
8
13
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% หลังการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ทำให้การผลิตปุ๋ยฟอสเฟตติดคอขวด แม้โรงงานและความต้องการซื้อยังมีอยู่ [1]
การส่งออกกำมะถันธาตุลดลงราว 33% หลังการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ทำให้การผลิตปุ๋ยฟอสเฟตติดคอขวด แม้โรงงานและความต้องการซื้อยังมีอยู่ [1] อ่าวเปอร์เซียมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของกำมะถันที่ซื้อขายระหว่างประเทศทั่วโลก การขาดแคลนจึงบีบให้ Mosaic ลดการผลิต ขณะที่ Ma’aden ปรับลดเป้าหมายการผลิต DAP ปี 2026 [7][8]
ตลาดปุ๋ยไนโตรเจนเริ่มผ่อนคลายตามอุปทานนอกอ่าวที่เพิ่มขึ้น แต่ปุ๋ยฟอสเฟตยังแพงและตึงตัว เพราะกำมะถันและกรดซัลฟิวริกยังขาดแคลน [1][19]