รายได้ Alphabet ไตรมาส 2/2026 เพิ่ม 24% เป็น 119.8 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud โต 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าดีมานด์ AI เริ่มแปลงเป็นรายได้อย่างมีนัยสำคัญ Search และโฆษณา YouTube ยังเติบโต ขณะที่กำไรจาก Google Cloud และอัตรากำไรขยายตัวมาก ช่วยหนุนมุมมองว่า AI ยังไม่ได้บั่นทอนธุรกิจโฆษณาหลักในระยะสั้น...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Alphabet’s second-quarter 2026 results, reported in July and followed by analyst upgrades on September 17, reveal about the company. Article summary: Alphabet’s Q2 results showed an unusually strong combination of core-advertising resilience, rapid cloud/AI monetization, and expanding profitability—but also a major near-term cash-flow sacrifice and continuing regulato. Topic tags: general, general web, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
Alphabet รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ทำให้ภาพการลงทุนชัดขึ้นมากขึ้น ธุรกิจโฆษณาหลักยังขยายตัว Google Cloud เร่งโตจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชัน AI และความสามารถทำกำไรของ Cloud ดีขึ้นอย่างเด่นชัด
แต่อีกด้านหนึ่งคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรองรับการเติบโตนี้ Alphabet กำลังทุ่มเงินจำนวนมากขึ้นไปกับเซิร์ฟเวอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่าย ดังนั้นคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงว่า AI มีดีมานด์หรือไม่ แต่คือเงินลงทุนขนาดใหญ่นี้จะสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดที่ยั่งยืนได้หรือไม่
Alphabet มีรายได้รวม 119.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานรวมเพิ่ม 30% เป็นราว 40.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานประมาณ 34% และเป็นไตรมาสที่ 12 ติดต่อกันที่รายได้เติบโตเป็นเลขสองหลัก
ธุรกิจ Google Services ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักยังทำผลงานได้ดี รายได้จาก Google Search & other เพิ่ม 17% เป็น 63.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้โฆษณา YouTube เพิ่ม 13% มาอยู่ที่ราว 11.1 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า การนำฟีเจอร์ AI มาใช้ยังไม่ได้ขัดขวางการเติบโตของธุรกิจโฆษณาซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนหลักสำหรับการลงทุนของบริษัท
อย่างไรก็ดี พระเอกของไตรมาสคือ Google Cloud: รายได้เพิ่ม 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และโซลูชัน AI กำไรจากการดำเนินงานของ Cloud เพิ่มเป็น 8.8 พันล้านดอลลาร์ จาก 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยับจาก 20.7% เป็น 35.6% และยอด backlog ของธุรกิจอยู่ที่ 514 พันล้านดอลลาร์
Backlog คือมูลค่าความต้องการตามสัญญาที่รอส่งมอบในอนาคต ไม่ใช่รายได้ที่รับรู้แล้วในไตรมาสนี้ สิ่งที่ Alphabet ต้องพิสูจน์ต่อไปคือสามารถเพิ่มกำลังการให้บริการได้ทัน และเปลี่ยน backlog ดังกล่าวให้เป็นรายได้โดยรักษาอัตรากำไรที่น่าสนใจไว้ได้หรือไม่
ผลงานของ Cloud เป็นหลักฐานเชิงธุรกิจว่า ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และบริการที่เกี่ยวข้องจากลูกค้าองค์กร กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญขึ้น ฝ่ายบริหารระบุว่าการเติบโตของ Cloud มาจากโครงสร้างพื้นฐาน AI โซลูชัน AI และความต้องการ Google Cloud Platform
ความแข็งแกร่งของ Search ก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่น วันที่ 17 กันยายน Evercore ISI ปรับราคาเป้าหมาย Alphabet ขึ้นเป็น 450 ดอลลาร์ จาก 420 ดอลลาร์ และคงคำแนะนำ Outperform โดยผลสำรวจของบริษัทพบว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก Google เป็นเสิร์ชเอนจินหลัก อีกทั้งสถานะดังกล่าวแข็งแกร่งขึ้นในช่วง 4 ไตรมาสก่อนหน้า 9
14
Tigress Financial ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 485 ดอลลาร์เช่นกัน แม้รายงานที่เผยแพร่จะให้ข้อมูลไม่ตรงกันเรื่องราคาเป้าหมายเดิมและคำแนะนำเดิม แต่ประเด็นที่สอดคล้องกันคือ ทั้งสองสำนักมองว่าความทนทานของ Search และสถานะด้าน AI ของ Alphabet เป็นเหตุผลให้มุมมองเชิงบวกมากขึ้น 5
7
8
Alphabet ปรับเพิ่มกรอบรายจ่ายฝ่ายทุน หรือ Capex สำหรับปี 2026 เป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 180–190 พันล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นการเร่งส่งมอบกำลังการผลิตเพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบระยะสั้นเห็นได้ชัด บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 39.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ แต่ใช้จ่าย Capex 44.9 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ 5.9 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดอิสระในช่วง 12 เดือนย้อนหลังยังเป็นบวกที่ 53.3 พันล้านดอลลาร์
Alphabet ระบุว่าเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคในไตรมาสนี้ราว 60% ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ และอีก 40% ใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการขยายขีดความสามารถด้าน AI
กระแสเงินสดอิสระที่ติดลบเพียงไตรมาสเดียวไม่ได้หมายความว่าบริษัทกำลังมีปัญหาทางการเงิน แต่เป็นการยกระดับเกณฑ์วัดความสำเร็จของแผนลงทุน Alphabet จำเป็นต้องทำให้รายได้ Cloud การเปลี่ยน backlog เป็นรายได้ และการสร้างรายได้จาก AI เติบโตจนกลายเป็นฐานกระแสเงินสดที่ใหญ่และยั่งยืนกว่าเดิม
แม้ Cloud จะมีบทบาทมากขึ้น แต่โฆษณายังเป็นหัวใจของเศรษฐศาสตร์ Alphabet รายได้จาก Search & other และโฆษณา YouTube รวมกันเกิน 74 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว โดยยังไม่รวมรายได้โฆษณาหมวดอื่น
สัดส่วนดังกล่าวทำให้คดีต่อต้านการผูกขาดในธุรกิจเทคโนโลยีโฆษณา หรือ ad tech มีความสำคัญ ในเดือนกันยายน ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐปฏิเสธคำขอของรัฐบาลที่ต้องการให้ Google ขาย AdX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมูลแลกเปลี่ยนโฆษณาออนไลน์ แต่มีคำสั่งให้ Google ผ่อนคลายกฎบางส่วนเกี่ยวกับการประมูลโฆษณาออนไลน์ และแต่งตั้งผู้กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันภายในบริษัท โดย Google ระบุว่าจะอุทธรณ์บางส่วนของคำตัดสิน 17
การหลีกเลี่ยงการถูกบังคับขายกิจการช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ แต่เงื่อนไขด้านพฤติกรรมและการดำเนินคดีที่ยังต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อวิธีดำเนินธุรกิจแอดเทคของ Google ได้
ผลประกอบการไตรมาสนี้สนับสนุนมุมมองเชิงบวกว่า Alphabet ไม่ได้ลงทุน AI เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น บริษัทแสดงให้เห็นทั้งการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Cloud การเพิ่มขึ้นของกำไร Cloud การเติบโตต่อเนื่องของ Search และ backlog ขนาดใหญ่ที่สะท้อนดีมานด์ในอนาคต
แต่การแลกเปลี่ยนก็เด่นชัดขึ้นเช่นกัน Alphabet กำลังเปลี่ยนกระแสเงินสดส่วนใหญ่ในปัจจุบันไปเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบในธุรกิจที่รายได้โฆษณายังมีความสำคัญมาก สัญญาณสำคัญในไตรมาสต่อไป ได้แก่
สรุปแล้ว ผลประกอบการไตรมาส 2 ทำให้ข้อโต้แย้งว่า AI กำลังสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่อ Google Cloud มีน้ำหนักขึ้น ขณะเดียวกัน Search ยังแสดงความยืดหยุ่นได้ดี ระยะถัดไปคือการพิสูจน์ว่าเงินลงทุนมหาศาลเพื่อรองรับดีมานด์นี้ จะให้ผลตอบแทนสมเหตุสมผลกับขนาดของการเดิมพันหรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายได้ Alphabet ไตรมาส 2/2026 เพิ่ม 24% เป็น 119.8 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud โต 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าดีมานด์ AI เริ่มแปลงเป็นรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
รายได้ Alphabet ไตรมาส 2/2026 เพิ่ม 24% เป็น 119.8 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud โต 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าดีมานด์ AI เริ่มแปลงเป็นรายได้อย่างมีนัยสำคัญ Search และโฆษณา YouTube ยังเติบโต ขณะที่กำไรจาก Google Cloud และอัตรากำไรขยายตัวมาก ช่วยหนุนมุมมองว่า AI ยังไม่ได้บั่นทอนธุรกิจโฆษณาหลักในระยะสั้น
Alphabet เพิ่มกรอบ Capex ปี 2026 เป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระไตรมาสเดียวติดลบ 5.9 พันล้านดอลลาร์ และยกระดับความคาดหวังต่อผลตอบแทนจากโครงสร้างพื้นฐาน AI
รายได้ Alphabet ไตรมาส 2/2026 เพิ่ม 24% เป็น 119.8 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud โต 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าดีมานด์ AI เริ่มแปลงเป็นรายได้อย่างมีนัยสำคัญ Search และโฆษณา YouTube ยังเติบโต ขณะที่กำไรจาก Google Cloud และอัตรากำไรขยายตัวมาก ช่วยหนุนมุมมองว่า AI ยังไม่ได้บั่นทอนธุรกิจโฆษณาหลักในระยะสั้น...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Alphabet’s second-quarter 2026 results, reported in July and followed by analyst upgrades on September 17, reveal about the company. Article summary: Alphabet’s Q2 results showed an unusually strong combination of core-advertising resilience, rapid cloud/AI monetization, and expanding profitability—but also a major near-term cash-flow sacrifice and continuing regulato. Topic tags: general, general web, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
Alphabet รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ทำให้ภาพการลงทุนชัดขึ้นมากขึ้น ธุรกิจโฆษณาหลักยังขยายตัว Google Cloud เร่งโตจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชัน AI และความสามารถทำกำไรของ Cloud ดีขึ้นอย่างเด่นชัด
แต่อีกด้านหนึ่งคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรองรับการเติบโตนี้ Alphabet กำลังทุ่มเงินจำนวนมากขึ้นไปกับเซิร์ฟเวอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่าย ดังนั้นคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงว่า AI มีดีมานด์หรือไม่ แต่คือเงินลงทุนขนาดใหญ่นี้จะสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดที่ยั่งยืนได้หรือไม่
Alphabet มีรายได้รวม 119.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานรวมเพิ่ม 30% เป็นราว 40.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานประมาณ 34% และเป็นไตรมาสที่ 12 ติดต่อกันที่รายได้เติบโตเป็นเลขสองหลัก
ธุรกิจ Google Services ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักยังทำผลงานได้ดี รายได้จาก Google Search & other เพิ่ม 17% เป็น 63.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้โฆษณา YouTube เพิ่ม 13% มาอยู่ที่ราว 11.1 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า การนำฟีเจอร์ AI มาใช้ยังไม่ได้ขัดขวางการเติบโตของธุรกิจโฆษณาซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนหลักสำหรับการลงทุนของบริษัท
อย่างไรก็ดี พระเอกของไตรมาสคือ Google Cloud: รายได้เพิ่ม 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และโซลูชัน AI กำไรจากการดำเนินงานของ Cloud เพิ่มเป็น 8.8 พันล้านดอลลาร์ จาก 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน อัตรากำไรจากการดำเนินงานขยับจาก 20.7% เป็น 35.6% และยอด backlog ของธุรกิจอยู่ที่ 514 พันล้านดอลลาร์
Backlog คือมูลค่าความต้องการตามสัญญาที่รอส่งมอบในอนาคต ไม่ใช่รายได้ที่รับรู้แล้วในไตรมาสนี้ สิ่งที่ Alphabet ต้องพิสูจน์ต่อไปคือสามารถเพิ่มกำลังการให้บริการได้ทัน และเปลี่ยน backlog ดังกล่าวให้เป็นรายได้โดยรักษาอัตรากำไรที่น่าสนใจไว้ได้หรือไม่
ผลงานของ Cloud เป็นหลักฐานเชิงธุรกิจว่า ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และบริการที่เกี่ยวข้องจากลูกค้าองค์กร กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญขึ้น ฝ่ายบริหารระบุว่าการเติบโตของ Cloud มาจากโครงสร้างพื้นฐาน AI โซลูชัน AI และความต้องการ Google Cloud Platform
ความแข็งแกร่งของ Search ก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่น วันที่ 17 กันยายน Evercore ISI ปรับราคาเป้าหมาย Alphabet ขึ้นเป็น 450 ดอลลาร์ จาก 420 ดอลลาร์ และคงคำแนะนำ Outperform โดยผลสำรวจของบริษัทพบว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก Google เป็นเสิร์ชเอนจินหลัก อีกทั้งสถานะดังกล่าวแข็งแกร่งขึ้นในช่วง 4 ไตรมาสก่อนหน้า 9
14
Tigress Financial ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 485 ดอลลาร์เช่นกัน แม้รายงานที่เผยแพร่จะให้ข้อมูลไม่ตรงกันเรื่องราคาเป้าหมายเดิมและคำแนะนำเดิม แต่ประเด็นที่สอดคล้องกันคือ ทั้งสองสำนักมองว่าความทนทานของ Search และสถานะด้าน AI ของ Alphabet เป็นเหตุผลให้มุมมองเชิงบวกมากขึ้น 5
7
8
Alphabet ปรับเพิ่มกรอบรายจ่ายฝ่ายทุน หรือ Capex สำหรับปี 2026 เป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 180–190 พันล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าเป็นการเร่งส่งมอบกำลังการผลิตเพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบระยะสั้นเห็นได้ชัด บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 39.1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ แต่ใช้จ่าย Capex 44.9 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ 5.9 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดอิสระในช่วง 12 เดือนย้อนหลังยังเป็นบวกที่ 53.3 พันล้านดอลลาร์
Alphabet ระบุว่าเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคในไตรมาสนี้ราว 60% ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ และอีก 40% ใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการขยายขีดความสามารถด้าน AI
กระแสเงินสดอิสระที่ติดลบเพียงไตรมาสเดียวไม่ได้หมายความว่าบริษัทกำลังมีปัญหาทางการเงิน แต่เป็นการยกระดับเกณฑ์วัดความสำเร็จของแผนลงทุน Alphabet จำเป็นต้องทำให้รายได้ Cloud การเปลี่ยน backlog เป็นรายได้ และการสร้างรายได้จาก AI เติบโตจนกลายเป็นฐานกระแสเงินสดที่ใหญ่และยั่งยืนกว่าเดิม
แม้ Cloud จะมีบทบาทมากขึ้น แต่โฆษณายังเป็นหัวใจของเศรษฐศาสตร์ Alphabet รายได้จาก Search & other และโฆษณา YouTube รวมกันเกิน 74 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว โดยยังไม่รวมรายได้โฆษณาหมวดอื่น
สัดส่วนดังกล่าวทำให้คดีต่อต้านการผูกขาดในธุรกิจเทคโนโลยีโฆษณา หรือ ad tech มีความสำคัญ ในเดือนกันยายน ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐปฏิเสธคำขอของรัฐบาลที่ต้องการให้ Google ขาย AdX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมูลแลกเปลี่ยนโฆษณาออนไลน์ แต่มีคำสั่งให้ Google ผ่อนคลายกฎบางส่วนเกี่ยวกับการประมูลโฆษณาออนไลน์ และแต่งตั้งผู้กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันภายในบริษัท โดย Google ระบุว่าจะอุทธรณ์บางส่วนของคำตัดสิน 17
การหลีกเลี่ยงการถูกบังคับขายกิจการช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ แต่เงื่อนไขด้านพฤติกรรมและการดำเนินคดีที่ยังต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อวิธีดำเนินธุรกิจแอดเทคของ Google ได้
ผลประกอบการไตรมาสนี้สนับสนุนมุมมองเชิงบวกว่า Alphabet ไม่ได้ลงทุน AI เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น บริษัทแสดงให้เห็นทั้งการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Cloud การเพิ่มขึ้นของกำไร Cloud การเติบโตต่อเนื่องของ Search และ backlog ขนาดใหญ่ที่สะท้อนดีมานด์ในอนาคต
แต่การแลกเปลี่ยนก็เด่นชัดขึ้นเช่นกัน Alphabet กำลังเปลี่ยนกระแสเงินสดส่วนใหญ่ในปัจจุบันไปเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบในธุรกิจที่รายได้โฆษณายังมีความสำคัญมาก สัญญาณสำคัญในไตรมาสต่อไป ได้แก่
สรุปแล้ว ผลประกอบการไตรมาส 2 ทำให้ข้อโต้แย้งว่า AI กำลังสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่อ Google Cloud มีน้ำหนักขึ้น ขณะเดียวกัน Search ยังแสดงความยืดหยุ่นได้ดี ระยะถัดไปคือการพิสูจน์ว่าเงินลงทุนมหาศาลเพื่อรองรับดีมานด์นี้ จะให้ผลตอบแทนสมเหตุสมผลกับขนาดของการเดิมพันหรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายได้ Alphabet ไตรมาส 2/2026 เพิ่ม 24% เป็น 119.8 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud โต 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าดีมานด์ AI เริ่มแปลงเป็นรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
รายได้ Alphabet ไตรมาส 2/2026 เพิ่ม 24% เป็น 119.8 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud โต 82% เป็น 24.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าดีมานด์ AI เริ่มแปลงเป็นรายได้อย่างมีนัยสำคัญ Search และโฆษณา YouTube ยังเติบโต ขณะที่กำไรจาก Google Cloud และอัตรากำไรขยายตัวมาก ช่วยหนุนมุมมองว่า AI ยังไม่ได้บั่นทอนธุรกิจโฆษณาหลักในระยะสั้น
Alphabet เพิ่มกรอบ Capex ปี 2026 เป็น 195–205 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระไตรมาสเดียวติดลบ 5.9 พันล้านดอลลาร์ และยกระดับความคาดหวังต่อผลตอบแทนจากโครงสร้างพื้นฐาน AI