รายงานระบุว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ กำลังหารือโครงการโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งอาจให้ GlobalFoundries เป็นผู้ดำเนินงาน โครงการมีมูลค่าประเมินราว 2–3 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.285–1.927 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะมุ่งผลิต ชิปตรรกะ (logic semiconductors)
อย่างไรก็ดี นี่ยังเป็นเพียงการเจรจาที่สื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ไม่ใช่การประกาศลงทุนอย่างเป็นทางการ ทั้งรัฐบาลของสองประเทศและ GlobalFoundries ยังไม่ได้ยืนยันต่อสาธารณะ
5
8
สิ่งที่รู้เกี่ยวกับโครงการ
รายงานที่อ้างอิง Nikkei ระบุว่าโรงงานจะตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และ GlobalFoundries จะเป็นผู้ดำเนินงาน โดยผลิตชิปตรรกะ ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ประมวลผลหรือควบคุมการทำงานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภท
5
8
แต่รายละเอียดสำคัญยังไม่ถูกเปิดเผย ได้แก่
- รัฐหรือเมืองที่จะตั้งโรงงาน
- กระบวนการผลิตและระดับเทคโนโลยีของชิป
- กำลังการผลิตและกำหนดเวลาก่อสร้าง
- ลูกค้าหรือสัญญารับซื้อชิป
- รูปแบบกรรมสิทธิ์และแหล่งเงินทุน
- การนำชิปไปใช้ปลายทาง
ดังนั้น จึงยังสรุปไม่ได้ว่าชิปจากโรงงานนี้จะมุ่งสู่ตลาดรถยนต์ อุปกรณ์ผู้บริโภค งานกลาโหม ระบบ AI หรือภาคส่วนใดเป็นพิเศษ สิ่งที่มีรายงานชัดเจนในตอนนี้มีเพียงประเภทผลิตภัณฑ์คือชิปตรรกะ
5
8
เชื่อมกับแพ็กเกจลงทุนญี่ปุ่น 5.5 แสนล้านดอลลาร์อย่างไร
โครงการนี้ถูกหารือภายใต้กรอบที่ญี่ปุ่นให้คำมั่นลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ตามรายงาน กรอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าทวิภาคีที่ญี่ปุ่นเสนอการสนับสนุนผ่านเงินลงทุนโดยตรง เงินกู้ และการค้ำประกัน แลกกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ลดลงสำหรับสินค้าส่งออกจากญี่ปุ่น
1
ข้อตกลงกำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 15% และมีเป้าหมายใช้กลไกการลงทุนนี้ผลักดันเงินทุนไปยังอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในสหรัฐฯ
7
กรอบดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านการค้าของญี่ปุ่น เคยระบุว่าเงินทุนอาจใช้สนับสนุนบริษัทไต้หวันที่สร้างโรงงานชิปในสหรัฐฯ ได้เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าการคัดเลือกโครงการอาจพิจารณาบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าสัญชาติของผู้ดำเนินการ
1
ยังอยู่ในขั้นเจรจาระดับปฏิบัติการ
รายงานเรียกแผน GlobalFoundries ว่าเป็นเรื่องของการหารือ ไม่ใช่ข้อตกลงที่ลงนามแล้ว โดยระบุว่าเป็นการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ และมีประเด็นที่กำลังพิจารณา รวมถึงวิธีการกู้คืนเงินลงทุน
9
การที่ยังไม่มีการยืนยันสถานที่หรือคำมั่นลงทุนต่อสาธารณะ หมายความว่าตัวเลข 2–3 ล้านล้านเยนควรถูกมองเป็นกรอบประมาณการในการวางแผน ไม่ใช่งบลงทุนสุดท้าย อีกทั้งยังไม่ชัดว่าโครงการจะเป็นโรงงานสร้างใหม่ การขยายโรงงานเดิม หรือรูปแบบการผลิตอื่น
AI และชิปกำลังเป็นวาระหลักของรอบถัดไป
เรียวเซ อาคาซาวะ รัฐมนตรีการค้าญี่ปุ่น กล่าวว่า AI และเซมิคอนดักเตอร์จะมี “น้ำหนักอย่างมาก” ในโครงการชุดต่อไปภายใต้แผน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่โครงการสองรอบแรกประกอบด้วยข้อตกลงด้านทรัพยากรและโรงไฟฟ้า
7
หากเกิดขึ้นจริง โรงงานที่ GlobalFoundries ดำเนินงานจึงอาจสะท้อนการขยับจุดเน้นของกรอบลงทุนนี้จากพลังงานและทรัพยากร ไปสู่ขีดความสามารถในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะยืนยันว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการชิปแรกที่ได้รับเงินทุนจากกรอบดังกล่าว หรือได้รับอนุมัติเงินทุนแล้ว
GlobalFoundries ได้แรงหนุนด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ อยู่แล้ว
แยกจากการเจรจาระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ GlobalFoundries ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชิปเชิงยุทธศาสตร์
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้สรุปรางวัลสนับสนุนสูงสุด 375 ล้านดอลลาร์ ให้แก่ GlobalFoundries ภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งโรงงานผลิตชิปควอนตัมภายในประเทศที่มีความมั่นคง รวมถึงงานด้านชุดออกแบบกระบวนการผลิต cryogenic CMOS, advanced packaging และ heterogeneous integration
17
นอกจากนี้ บริษัทได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงสำหรับรางวัลที่อาจมีมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ จากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อทำวิจัยและพัฒนาโฟโตนิกส์บนซิลิคอน (silicon photonics) ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัสดุเชิงแสง เทคโนโลยีเวเฟอร์ และบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงสำหรับระบบรับส่งข้อมูลในศูนย์ข้อมูล AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง อย่างไรก็ตาม หนังสือแสดงเจตจำนงนี้ยังต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติเพิ่มเติม จึงไม่ใช่รางวัลที่สรุปผลแล้ว
18
19
สรุป
ประเด็นสำคัญของข้อเสนอนี้อยู่ที่ขนาดเงินลงทุน และการเชื่อมโยงกับกรอบการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ข้อเท็จจริงที่รายงานในขณะนี้คือ มีการหารือถึงโรงงานชิปตรรกะในสหรัฐฯ ที่ GlobalFoundries อาจดำเนินงาน ด้วยมูลค่าประเมิน 2–3 ล้านล้านเยน
5
8
แต่ปัจจัยชี้ขาดต่อการเดินหน้าโครงการ—ตั้งแต่สถานที่ เทคโนโลยี ลูกค้า ระยะเวลา แหล่งเงินทุน ไปจนถึงการอนุมัติขั้นสุดท้าย—ยังไม่เปิดเผย จนกว่ารัฐบาลหรือ GlobalFoundries จะออกประกาศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้จึงควรถูกมองว่าเป็น การเจรจาที่มีรายงานออกมา ไม่ใช่การลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่ตกลงแล้ว.