AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวาระใหญ่ในการพบทรัมป์–สี จิ้นผิง แต่ความขัดแย้งเรื่องความปลอดภัย ชิป และการลอกเลียนโมเดล ทำให้โอกาสบรรลุข้อตกลงใหญ่มีจำกัด แนวคิดที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือกำหนดเส้นแดงห้ามใช้ AI กับระบบบัญชาการนิวเคลียร์ คงมนุษย์ไว้ในวงจรตัดสินใจปฏิบัติการไซเบอร์สำคัญ และตั้งช่องทางฉุกเฉินสำหรับเหตุ AI อัตโนมัติ ข...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What AI-related issues and disputes are expected to shape U.S. President Donald Trump’s meeting with Chinese President Xi Jinping in Washing. Article summary: AI will be a central but highly contentious part of the Trump–Xi meeting: both sides see it as decisive for economic and military power, yet distrust over safety, technology access, alleged copying, and regulation makes . Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหัวใจของการพบกันที่วอชิงตันในสัปดาห์หน้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ทั้งสองประเทศมอง AI ว่าเป็นเทคโนโลยีชี้ขาดต่ออำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร แต่ยังขัดแย้งกันทั้งเรื่องความปลอดภัย การเข้าถึงฮาร์ดแวร์ประมวลผลขั้นสูง ข้อกล่าวหาว่าลอกเลียนโมเดล และแนวทางกำกับดูแล จึงแทบไม่มีพื้นที่สำหรับข้อตกลงที่ทำได้ง่าย 1
ประเด็นที่เดิมพันสูงที่สุดไม่ใช่แค่ฝ่ายใดจะสร้างโมเดลได้เก่งกว่า แต่คือ AI อาจสร้างความเข้าใจผิดว่ามีการโจมตีทางทหารหรือทางนิวเคลียร์เกิดขึ้น หรือเร่งความขัดแย้งทางไซเบอร์จนผู้นำมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการประเมินสถานการณ์ ผู้เชี่ยวชาญที่ Reuters อ้างถึงเตือนว่า การรบกวนเครือข่ายบัญชาการนิวเคลียร์ หรือปฏิบัติการไซเบอร์ทางทหารที่ AI ชี้นำ อาจบีบให้วอชิงตันและปักกิ่งต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ภายใต้เวลาจำกัดอย่างยิ่ง 1
มาตรการคุ้มกันที่ถูกพูดถึงจึงเป็นเครื่องมือจัดการวิกฤตเชิงปฏิบัติ มากกว่าจะเป็นข้อตกลงหยุดพัฒนา AI โดยรวม ได้แก่
ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยุติการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ เป้าหมายแคบกว่า คือ ลดโอกาสที่ระบบ AI ปฏิบัติการไซเบอร์ หรือข้อมูลผิดพลาดจะเปลี่ยนการแข่งขันให้กลายเป็นการเผชิญหน้าที่ไม่มีใครตั้งใจ
รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาบริษัทจีน 6 แห่งว่าคัดลอกผลิตภัณฑ์ AI ของสหรัฐฯ อย่างไม่เหมาะสมผ่านเทคนิคที่เรียกว่า model distillation หรือการกลั่นโมเดล ซึ่งเป็นการฝึกโมเดลขนาดเล็กโดยใช้คำตอบหรือผลลัพธ์จากโมเดลที่มีความสามารถสูงกว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นโดยที่รัฐบาลจีนรับรู้ ตามรายงานของ Reuters 1
จีนปฏิเสธข้อกล่าวหา กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ไม่มีมูลทั้งในเชิงข้อเท็จจริงและกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการกลั่นโมเดลเป็นวิธีฝึก AI ที่ใช้อย่างแพร่หลาย 3
ความเห็นต่างนี้สำคัญ เพราะเปลี่ยนเทคนิคทางเทคนิคให้กลายเป็นฐานของการสอบสวน การคว่ำบาตร หรือข้อจำกัดทางการค้าเพิ่มเติม อีกทั้งทำให้ความร่วมมือด้านความปลอดภัยยากขึ้น เพราะแต่ละฝ่ายต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดการความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็ไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของอีกฝ่ายในตลาด AI
นับตั้งแต่ปี 2022 สหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงชิป AI ขั้นสูงและอุปกรณ์ผลิตชิปของจีน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเชื่อว่าชิปขั้นสูงบางส่วนอาจถูกลักลอบส่งเข้าไปในจีน แม้ขนาดของปัญหาจะยังไม่ชัดเจน วอชิงตันยังพิจารณาข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อบริษัทจีนที่ใช้ศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศซึ่งติดตั้งชิป Nvidia ขั้นสูง ซึ่งเป็นช่องทางเข้าถึงกำลังประมวลผลสูงโดยไม่ต้องนำเข้าฮาร์ดแวร์โดยตรง 1
นโยบายนี้ซับซ้อนขึ้นจากกรณี H200 ทรัมป์อนุญาตให้ Nvidia ขายชิป AI รุ่น H200 แก่จีนในช่วงปลายปีก่อน แม้ฝ่ายวิจารณ์ในสหรัฐฯ จะเห็นว่าการขายดังกล่าวอาจเสริมศักยภาพการพัฒนา AI ของจีน H200 ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุดของ Nvidia แต่ Reuters รายงานว่าต่อมาทางการสหรัฐฯ อนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่งซื้อได้ และ ณ เวลาที่รายงานนั้นเผยแพร่ ยังไม่มีการส่งมอบชิป 1
4
นี่คือความย้อนแย้งหลักที่การประชุมต้องเผชิญ: การควบคุมการส่งออกมีเป้าหมายปกป้องความได้เปรียบของสหรัฐฯ แต่การอนุญาตขายแบบจำกัดก็อาจช่วยรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และกำหนดว่าบริษัทจีนรายใดจะเข้าถึงกำลังประมวลผลขั้นสูงได้
ทั้งสองประเทศมีแนวทางต่อกฎระเบียบ AI ต่างกัน ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ มีเครื่องมือเพียงพออยู่แล้วในการกำกับดูแลและดำเนินคดีกับบริษัท AI โดยลดทอนความจำเป็นของมาตรการคุ้มกันระดับรัฐบาลกลางเพิ่มเติม 2
ส่วนจีนใช้แนวทางที่รัฐกำกับมากกว่า ครอบคลุมกฎเกี่ยวกับอัลกอริทึม AI และข้อมูลฝึก รวมถึงข้อกำหนดให้ติดป้ายระบุเนื้อหาที่สร้างโดย AI 1
ความต่างนี้ไม่ได้ปิดทางความร่วมมือเฉพาะเรื่อง ทั้งสองรัฐบาลยังหารือเรื่องรั้วป้องกันสำหรับการใช้ AI ในด้านทหารและไซเบอร์ได้ แต่ทำให้กรอบกำกับดูแล AI ร่วมกันอย่างครอบคลุมเกิดขึ้นได้ยาก เพราะทั้งสองระบบเห็นต่างกันว่ารัฐควรเข้าไปกำกับการพัฒนา AI เชิงพาณิชย์มากเพียงใด
ความเร่งด่วนเพิ่มขึ้นจากการประเมินว่า ระบบ AI ของจีนไม่ได้ตามหลังโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ มากนัก การประเมินของสหรัฐฯ ที่ Reuters อ้างถึงวัดช่องว่างเป็นระดับ “เดือน” ไม่ใช่ “ปี”: เดวิด แซกส์ ที่ปรึกษา AI ทำเนียบขาว ระบุในปี 2025 ว่าโมเดลจีนตามหลังราว 3–6 เดือน ขณะที่การประเมินของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เมื่อต้นปีนี้มองว่า DeepSeek V4 Pro ตามหลังระบบระดับแนวหน้าราว 8 เดือน 1
จีนยังถูกมองว่าแข็งแกร่งในโมเดลแบบ open-weight ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลด ตรวจสอบ และดัดแปลงองค์ประกอบของโมเดลได้ ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมบางส่วนเชื่อว่าจีนอาจก้าวขึ้นเป็นผู้นำในโมเดลระดับแนวหน้าได้ในไม่ช้า หากความก้าวหน้าปัจจุบันดำเนินต่อไป แต่สิ่งนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อสรุปที่เกิดขึ้นแล้ว 1
ข้อตกลง AI ขนาดใหญ่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะระดับความไม่ไว้วางใจและผลประโยชน์ทางธุรกิจมีสูง 1 ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือกว่าคือคำมั่นแบบจำกัดในการเปิดช่องทางสื่อสารสำหรับเหตุ AI ความเสี่ยงสูง สำรวจขอบเขตการใช้ AI กับระบบนิวเคลียร์และไซเบอร์ และเดินหน้าการหารือระดับเจ้าหน้าที่ต่อไป แม้ข้อพิพาทเรื่องข้อจำกัดชิปและข้อกล่าวหาการลอกเลียนโมเดลจะยังค้างคา
สิ่งนี้ไม่อาจยุติการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนได้ แต่สามารถสร้างกติกาขั้นต่ำเพื่อรับมือความล้มเหลวที่อันตรายที่สุด นั่นคือความเข้าใจผิดที่มี AI เป็นตัวเร่ง และเคลื่อนเร็วเกินกว่าการทูตจะตามทัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวาระใหญ่ในการพบทรัมป์–สี จิ้นผิง แต่ความขัดแย้งเรื่องความปลอดภัย ชิป และการลอกเลียนโมเดล ทำให้โอกาสบรรลุข้อตกลงใหญ่มีจำกัด
AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวาระใหญ่ในการพบทรัมป์–สี จิ้นผิง แต่ความขัดแย้งเรื่องความปลอดภัย ชิป และการลอกเลียนโมเดล ทำให้โอกาสบรรลุข้อตกลงใหญ่มีจำกัด แนวคิดที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือกำหนดเส้นแดงห้ามใช้ AI กับระบบบัญชาการนิวเคลียร์ คงมนุษย์ไว้ในวงจรตัดสินใจปฏิบัติการไซเบอร์สำคัญ และตั้งช่องทางฉุกเฉินสำหรับเหตุ AI อัตโนมัติ
ข้อจำกัดการส่งออกชิปและการอนุญาตจำหน่าย Nvidia H200 สะท้อนความย้อนแย้งของสหรัฐฯ: ต้องการจำกัดกำลังประมวลผลของจีน แต่ยังเปิดทางให้มีการขายชิปบางส่วน
AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวาระใหญ่ในการพบทรัมป์–สี จิ้นผิง แต่ความขัดแย้งเรื่องความปลอดภัย ชิป และการลอกเลียนโมเดล ทำให้โอกาสบรรลุข้อตกลงใหญ่มีจำกัด แนวคิดที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือกำหนดเส้นแดงห้ามใช้ AI กับระบบบัญชาการนิวเคลียร์ คงมนุษย์ไว้ในวงจรตัดสินใจปฏิบัติการไซเบอร์สำคัญ และตั้งช่องทางฉุกเฉินสำหรับเหตุ AI อัตโนมัติ ข...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What AI-related issues and disputes are expected to shape U.S. President Donald Trump’s meeting with Chinese President Xi Jinping in Washing. Article summary: AI will be a central but highly contentious part of the Trump–Xi meeting: both sides see it as decisive for economic and military power, yet distrust over safety, technology access, alleged copying, and regulation makes . Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหัวใจของการพบกันที่วอชิงตันในสัปดาห์หน้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ทั้งสองประเทศมอง AI ว่าเป็นเทคโนโลยีชี้ขาดต่ออำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร แต่ยังขัดแย้งกันทั้งเรื่องความปลอดภัย การเข้าถึงฮาร์ดแวร์ประมวลผลขั้นสูง ข้อกล่าวหาว่าลอกเลียนโมเดล และแนวทางกำกับดูแล จึงแทบไม่มีพื้นที่สำหรับข้อตกลงที่ทำได้ง่าย 1
ประเด็นที่เดิมพันสูงที่สุดไม่ใช่แค่ฝ่ายใดจะสร้างโมเดลได้เก่งกว่า แต่คือ AI อาจสร้างความเข้าใจผิดว่ามีการโจมตีทางทหารหรือทางนิวเคลียร์เกิดขึ้น หรือเร่งความขัดแย้งทางไซเบอร์จนผู้นำมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการประเมินสถานการณ์ ผู้เชี่ยวชาญที่ Reuters อ้างถึงเตือนว่า การรบกวนเครือข่ายบัญชาการนิวเคลียร์ หรือปฏิบัติการไซเบอร์ทางทหารที่ AI ชี้นำ อาจบีบให้วอชิงตันและปักกิ่งต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ภายใต้เวลาจำกัดอย่างยิ่ง 1
มาตรการคุ้มกันที่ถูกพูดถึงจึงเป็นเครื่องมือจัดการวิกฤตเชิงปฏิบัติ มากกว่าจะเป็นข้อตกลงหยุดพัฒนา AI โดยรวม ได้แก่
ข้อเสนอนี้ไม่ได้ยุติการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ เป้าหมายแคบกว่า คือ ลดโอกาสที่ระบบ AI ปฏิบัติการไซเบอร์ หรือข้อมูลผิดพลาดจะเปลี่ยนการแข่งขันให้กลายเป็นการเผชิญหน้าที่ไม่มีใครตั้งใจ
รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาบริษัทจีน 6 แห่งว่าคัดลอกผลิตภัณฑ์ AI ของสหรัฐฯ อย่างไม่เหมาะสมผ่านเทคนิคที่เรียกว่า model distillation หรือการกลั่นโมเดล ซึ่งเป็นการฝึกโมเดลขนาดเล็กโดยใช้คำตอบหรือผลลัพธ์จากโมเดลที่มีความสามารถสูงกว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นโดยที่รัฐบาลจีนรับรู้ ตามรายงานของ Reuters 1
จีนปฏิเสธข้อกล่าวหา กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ไม่มีมูลทั้งในเชิงข้อเท็จจริงและกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการกลั่นโมเดลเป็นวิธีฝึก AI ที่ใช้อย่างแพร่หลาย 3
ความเห็นต่างนี้สำคัญ เพราะเปลี่ยนเทคนิคทางเทคนิคให้กลายเป็นฐานของการสอบสวน การคว่ำบาตร หรือข้อจำกัดทางการค้าเพิ่มเติม อีกทั้งทำให้ความร่วมมือด้านความปลอดภัยยากขึ้น เพราะแต่ละฝ่ายต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดการความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็ไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของอีกฝ่ายในตลาด AI
นับตั้งแต่ปี 2022 สหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงชิป AI ขั้นสูงและอุปกรณ์ผลิตชิปของจีน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเชื่อว่าชิปขั้นสูงบางส่วนอาจถูกลักลอบส่งเข้าไปในจีน แม้ขนาดของปัญหาจะยังไม่ชัดเจน วอชิงตันยังพิจารณาข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อบริษัทจีนที่ใช้ศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศซึ่งติดตั้งชิป Nvidia ขั้นสูง ซึ่งเป็นช่องทางเข้าถึงกำลังประมวลผลสูงโดยไม่ต้องนำเข้าฮาร์ดแวร์โดยตรง 1
นโยบายนี้ซับซ้อนขึ้นจากกรณี H200 ทรัมป์อนุญาตให้ Nvidia ขายชิป AI รุ่น H200 แก่จีนในช่วงปลายปีก่อน แม้ฝ่ายวิจารณ์ในสหรัฐฯ จะเห็นว่าการขายดังกล่าวอาจเสริมศักยภาพการพัฒนา AI ของจีน H200 ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุดของ Nvidia แต่ Reuters รายงานว่าต่อมาทางการสหรัฐฯ อนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่งซื้อได้ และ ณ เวลาที่รายงานนั้นเผยแพร่ ยังไม่มีการส่งมอบชิป 1
4
นี่คือความย้อนแย้งหลักที่การประชุมต้องเผชิญ: การควบคุมการส่งออกมีเป้าหมายปกป้องความได้เปรียบของสหรัฐฯ แต่การอนุญาตขายแบบจำกัดก็อาจช่วยรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และกำหนดว่าบริษัทจีนรายใดจะเข้าถึงกำลังประมวลผลขั้นสูงได้
ทั้งสองประเทศมีแนวทางต่อกฎระเบียบ AI ต่างกัน ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ มีเครื่องมือเพียงพออยู่แล้วในการกำกับดูแลและดำเนินคดีกับบริษัท AI โดยลดทอนความจำเป็นของมาตรการคุ้มกันระดับรัฐบาลกลางเพิ่มเติม 2
ส่วนจีนใช้แนวทางที่รัฐกำกับมากกว่า ครอบคลุมกฎเกี่ยวกับอัลกอริทึม AI และข้อมูลฝึก รวมถึงข้อกำหนดให้ติดป้ายระบุเนื้อหาที่สร้างโดย AI 1
ความต่างนี้ไม่ได้ปิดทางความร่วมมือเฉพาะเรื่อง ทั้งสองรัฐบาลยังหารือเรื่องรั้วป้องกันสำหรับการใช้ AI ในด้านทหารและไซเบอร์ได้ แต่ทำให้กรอบกำกับดูแล AI ร่วมกันอย่างครอบคลุมเกิดขึ้นได้ยาก เพราะทั้งสองระบบเห็นต่างกันว่ารัฐควรเข้าไปกำกับการพัฒนา AI เชิงพาณิชย์มากเพียงใด
ความเร่งด่วนเพิ่มขึ้นจากการประเมินว่า ระบบ AI ของจีนไม่ได้ตามหลังโมเดลชั้นนำของสหรัฐฯ มากนัก การประเมินของสหรัฐฯ ที่ Reuters อ้างถึงวัดช่องว่างเป็นระดับ “เดือน” ไม่ใช่ “ปี”: เดวิด แซกส์ ที่ปรึกษา AI ทำเนียบขาว ระบุในปี 2025 ว่าโมเดลจีนตามหลังราว 3–6 เดือน ขณะที่การประเมินของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เมื่อต้นปีนี้มองว่า DeepSeek V4 Pro ตามหลังระบบระดับแนวหน้าราว 8 เดือน 1
จีนยังถูกมองว่าแข็งแกร่งในโมเดลแบบ open-weight ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลด ตรวจสอบ และดัดแปลงองค์ประกอบของโมเดลได้ ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมบางส่วนเชื่อว่าจีนอาจก้าวขึ้นเป็นผู้นำในโมเดลระดับแนวหน้าได้ในไม่ช้า หากความก้าวหน้าปัจจุบันดำเนินต่อไป แต่สิ่งนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อสรุปที่เกิดขึ้นแล้ว 1
ข้อตกลง AI ขนาดใหญ่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะระดับความไม่ไว้วางใจและผลประโยชน์ทางธุรกิจมีสูง 1 ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือกว่าคือคำมั่นแบบจำกัดในการเปิดช่องทางสื่อสารสำหรับเหตุ AI ความเสี่ยงสูง สำรวจขอบเขตการใช้ AI กับระบบนิวเคลียร์และไซเบอร์ และเดินหน้าการหารือระดับเจ้าหน้าที่ต่อไป แม้ข้อพิพาทเรื่องข้อจำกัดชิปและข้อกล่าวหาการลอกเลียนโมเดลจะยังค้างคา
สิ่งนี้ไม่อาจยุติการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนได้ แต่สามารถสร้างกติกาขั้นต่ำเพื่อรับมือความล้มเหลวที่อันตรายที่สุด นั่นคือความเข้าใจผิดที่มี AI เป็นตัวเร่ง และเคลื่อนเร็วเกินกว่าการทูตจะตามทัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวาระใหญ่ในการพบทรัมป์–สี จิ้นผิง แต่ความขัดแย้งเรื่องความปลอดภัย ชิป และการลอกเลียนโมเดล ทำให้โอกาสบรรลุข้อตกลงใหญ่มีจำกัด
AI ถูกคาดหมายว่าจะเป็นวาระใหญ่ในการพบทรัมป์–สี จิ้นผิง แต่ความขัดแย้งเรื่องความปลอดภัย ชิป และการลอกเลียนโมเดล ทำให้โอกาสบรรลุข้อตกลงใหญ่มีจำกัด แนวคิดที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือกำหนดเส้นแดงห้ามใช้ AI กับระบบบัญชาการนิวเคลียร์ คงมนุษย์ไว้ในวงจรตัดสินใจปฏิบัติการไซเบอร์สำคัญ และตั้งช่องทางฉุกเฉินสำหรับเหตุ AI อัตโนมัติ
ข้อจำกัดการส่งออกชิปและการอนุญาตจำหน่าย Nvidia H200 สะท้อนความย้อนแย้งของสหรัฐฯ: ต้องการจำกัดกำลังประมวลผลของจีน แต่ยังเปิดทางให้มีการขายชิปบางส่วน