เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC ระบุเมื่อ 16 กันยายนว่า การประมูลคลื่นความถี่ไร้สายของสหรัฐฯ หลายรอบในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าอาจสร้างรายได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ [2] แผนเริ่มจากการประมูลคลื่น Upper C Band ย่านกลาง 160 MHz ในปี 2027 ก่อนเดินหน้าประมูลเพิ่มอีก 3 รอบ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2028 [2] คาร์มองว่าคล...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did FCC Chairman Brendan Carr say on September 16, 2026, about the potential proceeds and schedule of upcoming U.S. wireless-spectrum a. Article summary: On September 16, FCC Chairman Brendan Carr said the planned U.S. spectrum-auction pipeline could produce more than $100 billion in proceeds over the next several years. He presented it as a way to add competitive wireles. Topic tags: general, government, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
สหรัฐฯ กำลังเตรียมเดินหน้าการประมูลสิทธิใช้คลื่นความถี่ไร้สายรอบใหม่ โดยเบรนแดน คาร์ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ประเมินว่า การประมูลหลายรายการในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าอาจสร้างรายได้รวม มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวคิดของคาร์คือ การนำคลื่นความถี่ออกมาให้เอกชนประมูลและนำไปใช้งานมากขึ้น จะเพิ่มความจุของเครือข่ายและการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ 2
จุดเริ่มต้นของแผนคือการประมูลคลื่นย่านกลาง หรือ mid-band ในกลุ่ม Upper C-Band ขนาด 160 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ในปี 2027 โดย FCC รับรองกติกาการประมูลในเดือนกรกฎาคม 2026 สำหรับคลื่นช่วง 3.98–4.14 กิกะเฮิรตซ์ และตั้งเป้าปิดการประมูลภายในเดือนกรกฎาคม 2027 6
9
คาร์เปิดเผยเมื่อ 16 กันยายนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งแผนอย่างเป็นทางการสำหรับการประมูลเพิ่มเติมอีก 3 รอบ หลังการขาย Upper C-Band โดยต้องการให้กระบวนการเหล่านั้นเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2028 2
สรุปกำหนดการที่มีการเปิดเผยคือ
อย่างไรก็ดี วันประมูลไม่ใช่วันที่ผู้ใช้จะได้รับบริการเร็วขึ้นทันที ผู้ชนะต้องผ่านขั้นตอนด้านใบอนุญาต จัดหาอุปกรณ์ ขออนุญาตติดตั้ง และปรับปรุงสถานีเครือข่ายก่อนนำคลื่นไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ 10
Upper C-Band อยู่ติดกับย่าน C-Band ที่ผู้ให้บริการมือถือใช้งานอยู่แล้ว หากนำคลื่น 160 MHz ชุดนี้มารวมกับคลื่นเดิม จะเกิดย่านคลื่นต่อเนื่องขนาด 440 MHz ในช่วง 3.70–4.14 GHz ซึ่ง FCC และผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมเรียกว่า “super band” ของคลื่นย่านกลาง 7
9
คลื่นย่านกลางเป็นทรัพยากรที่ผู้ให้บริการต้องการมาก เพราะให้สมดุลระหว่างระยะครอบคลุมสัญญาณกับปริมาณข้อมูลที่รองรับได้ ดีกว่าคลื่นความถี่สูงมากในด้านการครอบคลุม และรองรับข้อมูลได้มากกว่าคลื่นย่านต่ำ แผน FCC ยังเกินกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของสภาคองเกรส ที่ให้ประมูล Upper C-Band อย่างน้อย 100 MHz ภายในเดือนกรกฎาคม 2027 1
6
คาร์ระบุว่า การประมูลครั้งใหม่อาจดึงความสนใจจากผู้เล่นมากกว่าผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ 3 รายของสหรัฐฯ ได้แก่ AT&T, Verizon และ T-Mobile และอาจ “จุดประกายการแข่งขันครั้งใหม่” 2
เขาสรุปเหตุผลทางเศรษฐกิจไว้ว่า “การแข่งขันมากขึ้น ราคาสำหรับผู้บริโภคลดลง และสร้างรายได้ให้กระทรวงการคลัง” 2
แต่ทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์ที่คาร์คาดหวัง ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันได้ รายได้จากการประมูลขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้าประมูลและรายละเอียดของใบอนุญาต ส่วนราคาที่ผู้บริโภคจ่ายจริงย่อมขึ้นกับการลงทุนขยายโครงข่ายและระดับการแข่งขันในแต่ละตลาด อย่างน้อยที่สุด คลื่นที่มีเพิ่มขึ้นย่อมทำให้ผู้ให้บริการมีพื้นที่มากขึ้นในการขยายโครงข่ายและบริการ 2
คาร์ยังเชื่อมรายได้จากการประมูลคลื่นเข้ากับประเด็นความมั่นคงของชาติ โดยกล่าวว่า รายได้จากการประมูลในอดีตเคยช่วยสนับสนุนการถอดและเปลี่ยนอุปกรณ์สื่อสารจากจีนในเครือข่ายสหรัฐฯ ที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านความมั่นคง 2
ดังนั้น ในมุมของเขา การเร่งตารางประมูลมีเป้าหมายคู่กัน คือสร้างคลื่นเชิงพาณิชย์สำหรับเพิ่มศักยภาพของเครือข่ายภายในประเทศ และมีเงินสนับสนุนวาระด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลาง 2
คาร์ยกธุรกรรมคลื่นความถี่ล่าสุดเป็นสัญญาณว่า ความต้องการไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ให้บริการมือถือแบบดั้งเดิมอีกต่อไป ตัวอย่างที่กล่าวถึงคือ FCC อนุมัติธุรกรรมคลื่นความถี่มูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ของ EchoStar ที่เกี่ยวข้องกับ SpaceX และ AT&T รวมถึงการที่ Verizon ซื้อสินทรัพย์คลื่นความถี่จาก U.S. Cellular ราว 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 2
ความสนใจของ SpaceX ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับบริการ Starlink แบบเชื่อมต่อตรงสู่อุปกรณ์ หรือ direct-to-device ซึ่งสะท้อนว่าผู้ให้บริการดาวเทียมกำลังมองหาคลื่นเพื่อเสริมการเชื่อมต่อภาคพื้นดิน 2
แรงผลักดันเชิงนโยบายยังมาจากความคาดหวังต่อการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) รถยนต์ไร้คนขับ เซ็นเซอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม และเครือข่ายมือถือยุคถัดไป คาร์มองว่าคลื่นความถี่จะกลายเป็นข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญขึ้น เมื่ออุปกรณ์และบริการจำนวนมากต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อไร้สายความหน่วงต่ำ 2
สมาคมอุตสาหกรรม CTIA รายงานว่า ชาวอเมริกันใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายในปี 2025 รวม 159.3 ล้านล้านเมกะไบต์ เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2024
CTIA คาดการณ์ว่า ทราฟฟิกไร้สายที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจเติบโตเร็วกว่าทราฟฟิกไร้สายโดยรวมถึง 3 เท่า และคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของทราฟฟิกบรอดแบนด์ภายในปี 2034 ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์จากภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่ข้อยืนยัน แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมผู้ให้บริการมือถือ บริษัทดาวเทียม และผู้กำหนดนโยบายจึงให้ความสำคัญกับคลื่นย่านกลางที่มีใบอนุญาตใช้งานมากขึ้น
หมุดหมายสำคัญที่สุดในระยะใกล้คือการประมูล Upper C-Band ในปี 2027 จำนวนผู้เข้าร่วมประมูลและมูลค่าที่ได้จริงจะเป็นสัญญาณแรกว่าเป้าหมายรายได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ของคาร์มีโอกาสเกิดขึ้นเพียงใด 2
จากนั้น การประมูลอีก 3 รอบที่ตั้งเป้าจบภายในสิ้นปี 2028 จะมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถูกวางให้เพิ่มความจุทั้งสำหรับโครงข่ายมือถือทั่วไป และการใช้งานใหม่ เช่น บริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม และการเปลี่ยนผ่านสู่ 6G ในอนาคต 2
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC ระบุเมื่อ 16 กันยายนว่า การประมูลคลื่นความถี่ไร้สายของสหรัฐฯ หลายรอบในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าอาจสร้างรายได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ [2]
เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC ระบุเมื่อ 16 กันยายนว่า การประมูลคลื่นความถี่ไร้สายของสหรัฐฯ หลายรอบในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าอาจสร้างรายได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ [2] แผนเริ่มจากการประมูลคลื่น Upper C Band ย่านกลาง 160 MHz ในปี 2027 ก่อนเดินหน้าประมูลเพิ่มอีก 3 รอบ โดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2028 [2]
คาร์มองว่าคลื่นเพิ่มจะช่วยให้เกิดการแข่งขันและความจุเครือข่ายมากขึ้น แต่ผลต่อค่าบริการผู้บริโภคและรายได้จากการประมูลยังไม่ใช่สิ่งที่รับประกันได้