DeepSeek V4.1 Flash ระบุว่า KV cache สำหรับ inference ใช้ HBM เหลือราว 1 ใน 4 และพื้นที่แคชถาวรบน SSD เหลือราว 1 ใน 8 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แรงกังวลเริ่มจากหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ในเกาหลีใต้ ก่อนลามไปยังหุ้นชิปในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ ประเด็นสำคัญคือ AI จะใช้เมมโมรีน้อยลงต่อหนึ่งคำขอ หรือความประห...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did DeepSeek’s V4.1 Flash model trigger a selloff in memory-chip and broader technology stocks, what architectural changes did it introd. Article summary: DeepSeek V4.1 Flash caused a sharp reassessment of AI-memory demand because it claimed to cut the KV-cache memory used in long-context inference to one-quarter of its predecessor’s level and persistent SSD use to one-eig. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
DeepSeek V4.1 Flash ทำให้นักลงทุนสะดุดกับสมมติฐานหลักของกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI นั่นคือ เมื่อ AI ถูกใช้งานมากขึ้น ความต้องการหน่วยความจำต่อเวิร์กโหลดก็ควรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่ DeepSeek อ้างว่าแก้ได้อย่างมีนัยสำคัญ คือการใช้หน่วยความจำสำหรับการทำ inference หรือช่วงที่โมเดลตอบคำถามและให้บริการผู้ใช้ โดยเฉพาะงานที่มีบริบทยาว ๆ อย่างแชตต่อเนื่องหรือ AI agent แต่ไม่ได้หมายความว่าการฝึกโมเดล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ จะใช้เมมโมรีลดลงในสัดส่วนเดียวกัน 9
10
KV cache คือพื้นที่เก็บสถานะ attention ของโทเคนก่อนหน้า เพื่อให้โมเดลไม่ต้องคำนวณบริบทเดิมซ้ำทุกครั้งที่สร้างคำตอบใหม่ ยิ่งบทสนทนายาวหรือ AI agent ทำงานหลายขั้น แคชส่วนนี้ก็ยิ่งสำคัญและใช้ทรัพยากรมาก
DeepSeek ระบุว่า V4.1 Flash ผสานการนำ KV cache ข้ามเลเยอร์กลับมาใช้ซ้ำใน Compressed Sparse Attention 2 กับการเก็บ KV cache แบบ FP4 ส่งผลให้ global KV cache ซึ่งอยู่ใน HBM มีขนาด 890 ไบต์ต่อโทเคน หรือประมาณ หนึ่งในสี่ ของ V4-Flash 9
บริษัทยังใช้เทคนิคการดีพลอยชื่อ SWA Bounded Replay สำหรับ attention แบบหน้าต่างสั้น แทนที่จะเก็บแคชนี้ไว้ถาวรบน SSD หรือหน่วยความจำของโฮสต์ ระบบจะใช้พูล DRAM ของโฮสต์แบบกระจายชั่วคราว และคำนวณบริบทกลับมาใหม่ในขอบเขตจำกัดเมื่อเกิด cache miss ตามข้อมูลของ DeepSeek วิธีนี้ลดขนาด KV cache ที่ต้องเก็บคงไว้เหลือราว หนึ่งในแปด ของรุ่นก่อน 1
9
หากเทียบเฉพาะหน้าที่ของ KV cache ตัวเลขดังกล่าวเทียบได้กับการใช้ HBM ลดลงประมาณ 75% และการใช้ SSD แบบถาวรลดลงประมาณ 87.5% จาก V4-Flash 9
10
ในทางทฤษฎี เป็นไปได้สำหรับระบบที่ติดคอขวดหลักตรงความจุ KV cache ที่ใช้งานอยู่ หากคำขอที่มีบริบทยาวแต่ละรายการใช้แคชเพียงหนึ่งในสี่ของเดิม HBM ชุดเดิมก็อาจเก็บแคชที่กำลังทำงานได้ราว 4 เท่า
อย่างไรก็ดี นี่เป็นข้อสรุปจากตัวเลขการใช้หน่วยความจำต่อโทเคน ไม่ใช่ผลทดสอบจำนวนผู้ใช้พร้อมกันแบบครบวงจรที่ได้รับการยืนยันอิสระ จำนวนผู้ใช้จริงยังขึ้นกับขนาดน้ำหนักโมเดล พลังประมวลผล เครือข่าย ความยาวคำขอ การจัดแบตช์ เป้าหมายด้านความหน่วง และซอฟต์แวร์สำหรับให้บริการโมเดล
ตลาดไม่ได้ตีความว่า DeepSeek ทำให้เมมโมรีหมดความจำเป็น แต่กำลังกังวลต่อ ความเข้มข้นของอุปสงค์ในอนาคต ผู้ผลิต HBM และ NAND/SSD สำหรับองค์กรได้รับแรงหนุนจากความเชื่อว่า AI ที่เก่งขึ้นจะต้องใช้เมมโมรีและสตอเรจมากขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพเช่นนี้จึงเปิดความเป็นไปได้ว่า inference หนึ่งงานอาจใช้บิตเมมโมรีและสตอเรจน้อยลง
เมื่อวันที่ 11 กันยายน หุ้น Samsung Electronics ลดลง 3.5% และ SK Hynix ลดลง 2.2% ในเกาหลีใต้หลังการประกาศของ DeepSeek ตามรายงานของ Bloomberg 17 รายงานในช่วงเดียวกันยังระบุว่า หุ้นทั้งสองบริษัทเคยอ่อนตัวเกิน 3% ในกรุงโซล ขณะที่ Micron และ SanDisk ในตลาดสหรัฐฯ ทรงตัวได้ดีกว่าในช่วงแรก
8
สำหรับนักลงทุน ความเสี่ยงจึงอยู่ที่มูลค่าหุ้น: หาก AI ใช้เมมโมรีต่อเวิร์กโหลดน้อยลง คาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์ อำนาจต่อรองราคา และแผนลงทุนเพิ่มกำลังผลิตของผู้ผลิตเมมโมรีอาจต้องถูกปรับลด
ต่อมา การปรับฐานขยายจากข้อกังวลเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพ inference ไปสู่การทบทวนภาพรวมการลงทุน AI หรือ AI capex มากขึ้น
หลังเกิดเสียงเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ระดับแนวหน้า หุ้นชิปอ่อนตัวในหลายตลาด: SK Hynix และ Samsung ลดลง 6.4% และ 4.1% ตามลำดับ ขณะที่ Kioxia ของญี่ปุ่นลดลง 6.4% หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยุโรป เช่น ASML, Infineon, ASM International, BE Semiconductor และ STMicroelectronics ก็ซื้อขายในแดนลบ 18 อีกรายงานระบุว่า SoftBank ลดลง 11%, Kioxia ลดลง 6.5% และ Taiwan Semiconductor Manufacturing ลดลง 1.2% ในการซื้อขายเอเชีย
19
ตลาดก่อนเปิดในสหรัฐฯ ก็อ่อนแอเช่นกัน โดย Marvell ลดลงเกือบ 8% ส่วน Intel, Micron และ SanDisk ถูกระบุว่าลดลงราว 6% 20
ไม่ควรสรุปว่าการเปิดตัวของ DeepSeek เพียงเหตุการณ์เดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของทุกการปรับลง เพราะหุ้นเทคโนโลยียังได้รับผลจากดอกเบี้ย มูลค่าหุ้น และความกังวลต่อการเติบโตของ AI พร้อมกัน แต่โมเดลนี้ทำให้ตลาดมีเหตุผลที่จับต้องได้ในการทดสอบสมมติฐานที่เปราะบางข้อหนึ่ง: การเติบโตของการใช้งาน AI ไม่ได้แปลเป็นความต้องการเมมโมรีต่อคำขอที่เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเสมอไป 17
แรงขายรุนแรงขึ้นหลัง Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic เรียกร้องให้บริษัท AI ชะลออัตราการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดลระดับแนวหน้า เขาเสนอกรอบการทำงานเพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด
ในมุมของนักลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ข้อเสนอนี้เพิ่มความกังวลอีกชั้นหนึ่งจากประเด็น DeepSeek:
ทั้งสองประเด็นมีเหตุผลทางเศรษฐกิจต่างกัน แต่ตลาดอาจมองว่าต่างท้าทายภาพการลงทุน AI ที่ตั้งราคาบนการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง รายงานต่าง ๆ เชื่อมโยงการอ่อนตัวของหุ้นชิปในวงกว้างกับความกังวลต่อการเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI โดยตรง 18
20
Michael Burry นักลงทุนที่เป็นที่รู้จักจาก The Big Short วิจารณ์แนวคิดชะลอ AI ว่าเป็นการสื่อสารที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอเอง เขาให้เหตุผลว่าผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำอาจได้ประโยชน์จากการบอกว่าเทคโนโลยีของตนกำลังก้าวหน้าเร็วและอันตรายเกินไป พร้อมเรียกกรอบคิดดังกล่าวว่า “IPO hype & puffery” 14
แก่นข้อโต้แย้งของ Burry คือ การชะลออาจเอื้อบริษัทเจ้าตลาดมากกว่าผู้ท้าชิงรายเล็ก อีกทั้งช่วยเสริมเรื่องเล่าด้านความขาดแคลน ความน่าเชื่อถือ และการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะในอนาคต อย่างไรก็ตาม นี่คือการตีความแรงจูงใจของบริษัทโดย Burry ไม่ใช่หลักฐานว่าความกังวลด้านความปลอดภัยนั้นไม่จริงหรือไม่มีมูล 14
ผลลัพธ์ของ DeepSeek มีนัยสำคัญ เพราะแนวคิดเบื้องหลังไม่ใช่สิ่งที่บริษัทเดียวทำได้ การใช้ความละเอียดต่ำลง การบีบอัดแคช การออกแบบ attention ใหม่ การใช้ข้อมูลซ้ำ และระบบให้บริการโมเดลที่ดีขึ้น เป็นแนวทางที่นักพัฒนาโมเดลรายอื่นนำไปต่อยอดได้ จึงเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสำหรับผู้ขายเมมโมรีที่คาดหวังว่า AI แต่ละคำขอจะใส่เมมโมรีมากขึ้นเรื่อย ๆ 9
แต่ข้ออ้างนี้มีขอบเขตสำคัญ
DeepSeek ไม่ได้ ระบุว่าโมเดลทั้งก้อนหรือดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดใช้ HBM ลดลง 75% และ SSD ลดลง 87.5% การเปรียบเทียบเจาะจงไปที่ KV cache ระหว่าง inference เทียบกับสถาปัตยกรรมรุ่นก่อนเท่านั้น ยังไม่รวมค่าน้ำหนักโมเดล หน่วยความจำส่วนอื่นของระบบ เครือข่าย และความต้องการสตอเรจด้านอื่น 10
ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้พิสูจน์ว่าปริมาณคอมพิวต์และเมมโมรีที่ใช้ฝึกโมเดลแนวหน้าลดลงในระดับเดียวกัน ดังนั้น การนำการเพิ่มประสิทธิภาพ KV cache ไปตีความว่าอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ AI ทั้งหมดกำลังพังทลาย จึงเกินกว่าที่หลักฐานนี้รองรับ 10
inference ที่ถูกลงและใช้เมมโมรีน้อยลง อาจลดการใช้เมมโมรี ต่อคำขอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็อาจทำให้ผู้ช่วย AI ที่รับบริบทยาว เวิร์กโฟลว์แบบ agent และการติดตั้งใช้งานเองคุ้มค่าขึ้นในหลายกรณี หากจำนวนผู้ใช้และแอปพลิเคชันขยายมากพอ ความต้องการเมมโมรีรวมอาจยังแข็งแกร่งหรือเติบโตได้ แม้แต่ละเวิร์กโหลดจะใช้ทรัพยากรน้อยลง
DeepSeek V4.1 Flash เผยจุดอ่อนของเรื่องเล่าขาขึ้นในหุ้นเมมโมรี: ความต้องการเมมโมรีต่อหนึ่งงาน inference สามารถลดลงอย่างมากได้ เมื่อสถาปัตยกรรมโมเดลและซอฟต์แวร์ให้บริการดีขึ้น ตัวเลข global KV cache ที่ 890 ไบต์ต่อโทเคน และขนาดแคชถาวรที่เหลือหนึ่งในแปด ช่วยอธิบายว่าทำไมนักลงทุนจึงรีบประเมินสมมติฐาน HBM และ SSD ใหม่ 9
แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นแรงกระแทกต่ออุปสงค์อุตสาหกรรมชิปในทันที เพราะการลดลงที่ประกาศครอบคลุม KV cache ใน inference ไม่ใช่การฝึกโมเดลหรือโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด ผลระยะยาวจึงขึ้นอยู่กับแรงสองด้านที่แข่งกัน: การใช้เมมโมรีต่อภารกิจ AI ที่ลดลง กับการขยายตัวของการใช้ AI ที่อาจเกิดจากต้นทุนที่ต่ำลง
สำหรับนักลงทุนหุ้นเมมโมรี คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะเติบโตหรือไม่ แต่คือจำนวนเวิร์กโหลดรวมจะเติบโตเร็วพอที่จะชดเชยความเร็วที่ระบบ AI เรียนรู้จะใช้เมมโมรีอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
DeepSeek V4.1 Flash ระบุว่า KV cache สำหรับ inference ใช้ HBM เหลือราว 1 ใน 4 และพื้นที่แคชถาวรบน SSD เหลือราว 1 ใน 8 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
DeepSeek V4.1 Flash ระบุว่า KV cache สำหรับ inference ใช้ HBM เหลือราว 1 ใน 4 และพื้นที่แคชถาวรบน SSD เหลือราว 1 ใน 8 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แรงกังวลเริ่มจากหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ในเกาหลีใต้ ก่อนลามไปยังหุ้นชิปในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญคือ AI จะใช้เมมโมรีน้อยลงต่อหนึ่งคำขอ หรือความประหยัดนั้นจะทำให้เกิดการใช้งานใหม่มากพอจนดีมานด์รวมยังเติบโต
DeepSeek V4.1 Flash ระบุว่า KV cache สำหรับ inference ใช้ HBM เหลือราว 1 ใน 4 และพื้นที่แคชถาวรบน SSD เหลือราว 1 ใน 8 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แรงกังวลเริ่มจากหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ในเกาหลีใต้ ก่อนลามไปยังหุ้นชิปในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ ประเด็นสำคัญคือ AI จะใช้เมมโมรีน้อยลงต่อหนึ่งคำขอ หรือความประห...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did DeepSeek’s V4.1 Flash model trigger a selloff in memory-chip and broader technology stocks, what architectural changes did it introd. Article summary: DeepSeek V4.1 Flash caused a sharp reassessment of AI-memory demand because it claimed to cut the KV-cache memory used in long-context inference to one-quarter of its predecessor’s level and persistent SSD use to one-eig. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
DeepSeek V4.1 Flash ทำให้นักลงทุนสะดุดกับสมมติฐานหลักของกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI นั่นคือ เมื่อ AI ถูกใช้งานมากขึ้น ความต้องการหน่วยความจำต่อเวิร์กโหลดก็ควรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่ DeepSeek อ้างว่าแก้ได้อย่างมีนัยสำคัญ คือการใช้หน่วยความจำสำหรับการทำ inference หรือช่วงที่โมเดลตอบคำถามและให้บริการผู้ใช้ โดยเฉพาะงานที่มีบริบทยาว ๆ อย่างแชตต่อเนื่องหรือ AI agent แต่ไม่ได้หมายความว่าการฝึกโมเดล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ จะใช้เมมโมรีลดลงในสัดส่วนเดียวกัน 9
10
KV cache คือพื้นที่เก็บสถานะ attention ของโทเคนก่อนหน้า เพื่อให้โมเดลไม่ต้องคำนวณบริบทเดิมซ้ำทุกครั้งที่สร้างคำตอบใหม่ ยิ่งบทสนทนายาวหรือ AI agent ทำงานหลายขั้น แคชส่วนนี้ก็ยิ่งสำคัญและใช้ทรัพยากรมาก
DeepSeek ระบุว่า V4.1 Flash ผสานการนำ KV cache ข้ามเลเยอร์กลับมาใช้ซ้ำใน Compressed Sparse Attention 2 กับการเก็บ KV cache แบบ FP4 ส่งผลให้ global KV cache ซึ่งอยู่ใน HBM มีขนาด 890 ไบต์ต่อโทเคน หรือประมาณ หนึ่งในสี่ ของ V4-Flash 9
บริษัทยังใช้เทคนิคการดีพลอยชื่อ SWA Bounded Replay สำหรับ attention แบบหน้าต่างสั้น แทนที่จะเก็บแคชนี้ไว้ถาวรบน SSD หรือหน่วยความจำของโฮสต์ ระบบจะใช้พูล DRAM ของโฮสต์แบบกระจายชั่วคราว และคำนวณบริบทกลับมาใหม่ในขอบเขตจำกัดเมื่อเกิด cache miss ตามข้อมูลของ DeepSeek วิธีนี้ลดขนาด KV cache ที่ต้องเก็บคงไว้เหลือราว หนึ่งในแปด ของรุ่นก่อน 1
9
หากเทียบเฉพาะหน้าที่ของ KV cache ตัวเลขดังกล่าวเทียบได้กับการใช้ HBM ลดลงประมาณ 75% และการใช้ SSD แบบถาวรลดลงประมาณ 87.5% จาก V4-Flash 9
10
ในทางทฤษฎี เป็นไปได้สำหรับระบบที่ติดคอขวดหลักตรงความจุ KV cache ที่ใช้งานอยู่ หากคำขอที่มีบริบทยาวแต่ละรายการใช้แคชเพียงหนึ่งในสี่ของเดิม HBM ชุดเดิมก็อาจเก็บแคชที่กำลังทำงานได้ราว 4 เท่า
อย่างไรก็ดี นี่เป็นข้อสรุปจากตัวเลขการใช้หน่วยความจำต่อโทเคน ไม่ใช่ผลทดสอบจำนวนผู้ใช้พร้อมกันแบบครบวงจรที่ได้รับการยืนยันอิสระ จำนวนผู้ใช้จริงยังขึ้นกับขนาดน้ำหนักโมเดล พลังประมวลผล เครือข่าย ความยาวคำขอ การจัดแบตช์ เป้าหมายด้านความหน่วง และซอฟต์แวร์สำหรับให้บริการโมเดล
ตลาดไม่ได้ตีความว่า DeepSeek ทำให้เมมโมรีหมดความจำเป็น แต่กำลังกังวลต่อ ความเข้มข้นของอุปสงค์ในอนาคต ผู้ผลิต HBM และ NAND/SSD สำหรับองค์กรได้รับแรงหนุนจากความเชื่อว่า AI ที่เก่งขึ้นจะต้องใช้เมมโมรีและสตอเรจมากขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพเช่นนี้จึงเปิดความเป็นไปได้ว่า inference หนึ่งงานอาจใช้บิตเมมโมรีและสตอเรจน้อยลง
เมื่อวันที่ 11 กันยายน หุ้น Samsung Electronics ลดลง 3.5% และ SK Hynix ลดลง 2.2% ในเกาหลีใต้หลังการประกาศของ DeepSeek ตามรายงานของ Bloomberg 17 รายงานในช่วงเดียวกันยังระบุว่า หุ้นทั้งสองบริษัทเคยอ่อนตัวเกิน 3% ในกรุงโซล ขณะที่ Micron และ SanDisk ในตลาดสหรัฐฯ ทรงตัวได้ดีกว่าในช่วงแรก
8
สำหรับนักลงทุน ความเสี่ยงจึงอยู่ที่มูลค่าหุ้น: หาก AI ใช้เมมโมรีต่อเวิร์กโหลดน้อยลง คาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์ อำนาจต่อรองราคา และแผนลงทุนเพิ่มกำลังผลิตของผู้ผลิตเมมโมรีอาจต้องถูกปรับลด
ต่อมา การปรับฐานขยายจากข้อกังวลเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพ inference ไปสู่การทบทวนภาพรวมการลงทุน AI หรือ AI capex มากขึ้น
หลังเกิดเสียงเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ระดับแนวหน้า หุ้นชิปอ่อนตัวในหลายตลาด: SK Hynix และ Samsung ลดลง 6.4% และ 4.1% ตามลำดับ ขณะที่ Kioxia ของญี่ปุ่นลดลง 6.4% หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยุโรป เช่น ASML, Infineon, ASM International, BE Semiconductor และ STMicroelectronics ก็ซื้อขายในแดนลบ 18 อีกรายงานระบุว่า SoftBank ลดลง 11%, Kioxia ลดลง 6.5% และ Taiwan Semiconductor Manufacturing ลดลง 1.2% ในการซื้อขายเอเชีย
19
ตลาดก่อนเปิดในสหรัฐฯ ก็อ่อนแอเช่นกัน โดย Marvell ลดลงเกือบ 8% ส่วน Intel, Micron และ SanDisk ถูกระบุว่าลดลงราว 6% 20
ไม่ควรสรุปว่าการเปิดตัวของ DeepSeek เพียงเหตุการณ์เดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของทุกการปรับลง เพราะหุ้นเทคโนโลยียังได้รับผลจากดอกเบี้ย มูลค่าหุ้น และความกังวลต่อการเติบโตของ AI พร้อมกัน แต่โมเดลนี้ทำให้ตลาดมีเหตุผลที่จับต้องได้ในการทดสอบสมมติฐานที่เปราะบางข้อหนึ่ง: การเติบโตของการใช้งาน AI ไม่ได้แปลเป็นความต้องการเมมโมรีต่อคำขอที่เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเสมอไป 17
แรงขายรุนแรงขึ้นหลัง Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic เรียกร้องให้บริษัท AI ชะลออัตราการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดลระดับแนวหน้า เขาเสนอกรอบการทำงานเพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด
ในมุมของนักลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ข้อเสนอนี้เพิ่มความกังวลอีกชั้นหนึ่งจากประเด็น DeepSeek:
ทั้งสองประเด็นมีเหตุผลทางเศรษฐกิจต่างกัน แต่ตลาดอาจมองว่าต่างท้าทายภาพการลงทุน AI ที่ตั้งราคาบนการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง รายงานต่าง ๆ เชื่อมโยงการอ่อนตัวของหุ้นชิปในวงกว้างกับความกังวลต่อการเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI โดยตรง 18
20
Michael Burry นักลงทุนที่เป็นที่รู้จักจาก The Big Short วิจารณ์แนวคิดชะลอ AI ว่าเป็นการสื่อสารที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอเอง เขาให้เหตุผลว่าผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำอาจได้ประโยชน์จากการบอกว่าเทคโนโลยีของตนกำลังก้าวหน้าเร็วและอันตรายเกินไป พร้อมเรียกกรอบคิดดังกล่าวว่า “IPO hype & puffery” 14
แก่นข้อโต้แย้งของ Burry คือ การชะลออาจเอื้อบริษัทเจ้าตลาดมากกว่าผู้ท้าชิงรายเล็ก อีกทั้งช่วยเสริมเรื่องเล่าด้านความขาดแคลน ความน่าเชื่อถือ และการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะในอนาคต อย่างไรก็ตาม นี่คือการตีความแรงจูงใจของบริษัทโดย Burry ไม่ใช่หลักฐานว่าความกังวลด้านความปลอดภัยนั้นไม่จริงหรือไม่มีมูล 14
ผลลัพธ์ของ DeepSeek มีนัยสำคัญ เพราะแนวคิดเบื้องหลังไม่ใช่สิ่งที่บริษัทเดียวทำได้ การใช้ความละเอียดต่ำลง การบีบอัดแคช การออกแบบ attention ใหม่ การใช้ข้อมูลซ้ำ และระบบให้บริการโมเดลที่ดีขึ้น เป็นแนวทางที่นักพัฒนาโมเดลรายอื่นนำไปต่อยอดได้ จึงเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสำหรับผู้ขายเมมโมรีที่คาดหวังว่า AI แต่ละคำขอจะใส่เมมโมรีมากขึ้นเรื่อย ๆ 9
แต่ข้ออ้างนี้มีขอบเขตสำคัญ
DeepSeek ไม่ได้ ระบุว่าโมเดลทั้งก้อนหรือดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดใช้ HBM ลดลง 75% และ SSD ลดลง 87.5% การเปรียบเทียบเจาะจงไปที่ KV cache ระหว่าง inference เทียบกับสถาปัตยกรรมรุ่นก่อนเท่านั้น ยังไม่รวมค่าน้ำหนักโมเดล หน่วยความจำส่วนอื่นของระบบ เครือข่าย และความต้องการสตอเรจด้านอื่น 10
ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้พิสูจน์ว่าปริมาณคอมพิวต์และเมมโมรีที่ใช้ฝึกโมเดลแนวหน้าลดลงในระดับเดียวกัน ดังนั้น การนำการเพิ่มประสิทธิภาพ KV cache ไปตีความว่าอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ AI ทั้งหมดกำลังพังทลาย จึงเกินกว่าที่หลักฐานนี้รองรับ 10
inference ที่ถูกลงและใช้เมมโมรีน้อยลง อาจลดการใช้เมมโมรี ต่อคำขอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็อาจทำให้ผู้ช่วย AI ที่รับบริบทยาว เวิร์กโฟลว์แบบ agent และการติดตั้งใช้งานเองคุ้มค่าขึ้นในหลายกรณี หากจำนวนผู้ใช้และแอปพลิเคชันขยายมากพอ ความต้องการเมมโมรีรวมอาจยังแข็งแกร่งหรือเติบโตได้ แม้แต่ละเวิร์กโหลดจะใช้ทรัพยากรน้อยลง
DeepSeek V4.1 Flash เผยจุดอ่อนของเรื่องเล่าขาขึ้นในหุ้นเมมโมรี: ความต้องการเมมโมรีต่อหนึ่งงาน inference สามารถลดลงอย่างมากได้ เมื่อสถาปัตยกรรมโมเดลและซอฟต์แวร์ให้บริการดีขึ้น ตัวเลข global KV cache ที่ 890 ไบต์ต่อโทเคน และขนาดแคชถาวรที่เหลือหนึ่งในแปด ช่วยอธิบายว่าทำไมนักลงทุนจึงรีบประเมินสมมติฐาน HBM และ SSD ใหม่ 9
แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นแรงกระแทกต่ออุปสงค์อุตสาหกรรมชิปในทันที เพราะการลดลงที่ประกาศครอบคลุม KV cache ใน inference ไม่ใช่การฝึกโมเดลหรือโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด ผลระยะยาวจึงขึ้นอยู่กับแรงสองด้านที่แข่งกัน: การใช้เมมโมรีต่อภารกิจ AI ที่ลดลง กับการขยายตัวของการใช้ AI ที่อาจเกิดจากต้นทุนที่ต่ำลง
สำหรับนักลงทุนหุ้นเมมโมรี คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะเติบโตหรือไม่ แต่คือจำนวนเวิร์กโหลดรวมจะเติบโตเร็วพอที่จะชดเชยความเร็วที่ระบบ AI เรียนรู้จะใช้เมมโมรีอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
DeepSeek V4.1 Flash ระบุว่า KV cache สำหรับ inference ใช้ HBM เหลือราว 1 ใน 4 และพื้นที่แคชถาวรบน SSD เหลือราว 1 ใน 8 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
DeepSeek V4.1 Flash ระบุว่า KV cache สำหรับ inference ใช้ HBM เหลือราว 1 ใน 4 และพื้นที่แคชถาวรบน SSD เหลือราว 1 ใน 8 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แรงกังวลเริ่มจากหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ในเกาหลีใต้ ก่อนลามไปยังหุ้นชิปในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญคือ AI จะใช้เมมโมรีน้อยลงต่อหนึ่งคำขอ หรือความประหยัดนั้นจะทำให้เกิดการใช้งานใหม่มากพอจนดีมานด์รวมยังเติบโต