ข้อเสนอเพิ่มน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมานช่วยบรรเทาความกังวลระยะสั้น โดย Brent ปิดลดลง 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 3.2% ที่ 102.43 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน การพักตัวของราคาน้ำมันช่วยให้หุ้นฟื้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูงล่าสุด ก่อนการตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ตลาดคาดว่...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did oil prices, bond and equity markets, fuel costs, and expectations for the Federal Reserve’s upcoming interest-rate decision respond. Article summary: Saudi offers of additional crude via Oman temporarily eased supply anxiety on Wednesday: oil’s rally paused, European equities rebounded modestly, and bond-market pressure stabilized ahead of the Fed decision. But the re. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers,
รายงานว่าซาอุดีอาระเบียเสนอเพิ่มการส่งมอบน้ำมันดิบให้โรงกลั่นในเอเชีย ผ่านการถ่ายลำระหว่างเรือนอกท่าเรือโซฮาร์ของโอมาน ช่วยลดความกังวลทันทีว่าการส่งออกจากตะวันออกกลางจะหดตัวรุนแรงขึ้น
ผลคือราคาน้ำมันปรับลงแรงในวันพุธที่ 16 กันยายน โดย Brent ปิดลดลง 2.92 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 3.40 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การลดลงของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่น้อยกว่าตลาดคาดยังเพิ่มแรงกดดันต่อราคาอีกทางหนึ่ง 17
อย่างไรก็ดี นี่เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดเฉพาะหน้า ไม่ใช่การยุติช็อกด้านอุปทาน การส่งผ่านโอมานมีเป้าหมายชดเชยการส่งออกของซาอุฯ บางส่วน ขณะที่ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงหยุดเดินระบบหลังถูกโจมตี 2
17
เมื่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันชะลอลง สินทรัพย์เสี่ยงก็มีพื้นที่ฟื้นตัว ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ 637.09 จุด ดีดกลับจากจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือนของวันก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนรอผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed
ตลาดพันธบัตรก็สงบลงหลังเผชิญแรงขายหนัก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่แถว 4.99% ในวันพุธ หลังเคยขึ้นเหนือ 5% ในวันก่อนหน้า ส่วนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี หรือ Bund อยู่ที่ราว 3.526% ลดลงเล็กน้อยในวันเดียวกัน ก่อนหน้านั้น ราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นได้กดดันตลาดหุ้นโลกอย่างหนัก โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีแตะ 5.04% ในวันอังคาร ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 และดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐต่างปรับลง
ตรรกะของตลาดค่อนข้างตรงไปตรงมา: น้ำมันที่ถูกลงช่วยลดแรงกดดันต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะใกล้ และอาจลดความกลัวว่าดอกเบี้ยนโยบายจะต้องสูงขึ้นอีก แต่การที่ราคาน้ำมันลดลงเพียงวันเดียวไม่ได้ลบความเสี่ยงด้านพลังงานที่ยังคงอยู่
โดยปกติท่อ East-West Pipeline เปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้น การหยุดใช้งานจึงยิ่งทำให้สถานการณ์ขนส่งที่เปราะบางมีผลกระทบรุนแรงขึ้น คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ ระบุเมื่อ 15 กันยายนว่าการไหลของน้ำมันอาจกลับมาได้ภายในไม่กี่วัน แต่เป็นเพียงการประเมิน ไม่ใช่การยืนยันว่าเริ่มเดินระบบแล้ว 2
ความเสี่ยงอื่นยังไม่หายไป ได้แก่
ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้กระทบเพียงปริมาณน้ำมันดิบที่มีในตลาด แต่ยังลดความแน่นอนของเส้นทางขนส่ง และทำให้การส่งมอบเชื้อเพลิงสำเร็จรูปซับซ้อนขึ้น จึงไม่แปลกที่การเปลี่ยนเส้นทางส่งน้ำมันได้บางส่วนผ่านโอมานจะช่วยลดราคาที่พุ่งขึ้นเฉพาะหน้า แต่ยังไม่อาจลบส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงในวงกว้างได้
ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าตลาดเชื้อเพลิงกลับสู่ภาวะปกติ Reuters ระบุว่าราคาดีเซลในยุโรปยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ราคาดีเซล/ก๊าซออยล์ในสหรัฐทะลุ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนกันยายน สูงกว่าระดับก่อนสงคราม 94% และราคาในยุโรปกับเอเชียก็ไล่ตามมาไม่ไกล
ประเด็นนี้สำคัญต่อเงินเฟ้อ เพราะสิ่งที่ครัวเรือนและธุรกิจซื้อจริงคือเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ไม่ใช่น้ำมันดิบโดยตรง ต้นทุนดีเซลที่สูงขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง การผลิตภาคอุตสาหกรรม และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงจะอ่อนตัวลงในวันเดียว
ด้านสต็อกน้ำมันก็ยังไม่ช่วยให้ตลาดคลายกังวล สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ระบุว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงแล้วราว 400 ล้านบาร์เรลในปี 2026 และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องจนสิ้นปี เนื่องจากกำลังผลิตและส่งออกจากตะวันออกกลางจำนวนมากยังออฟไลน์ อีกด้านหนึ่ง บทวิเคราะห์ Reuters ที่อ้างการประเมินของ IEA ระบุว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากภูมิภาคลดลงเกือบ 60% จากก่อนสงคราม ซึ่งซ้ำเติมภาวะขาดแคลนดีเซลอย่างหนัก
ก่อนการประกาศผลประชุม ตลาดคาดการณ์ในวงกว้างว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับจากปี 2023 โดยคาดการขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ 3.75%–4.00%
ความปั่นป่วนด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับอิหร่านจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมการดอกเบี้ย Reuters รายงานว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากความขัดแย้งผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรโลกให้สูงขึ้น และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง การย่อตัวชั่วคราวของราคาน้ำมันช่วยให้ตลาดผ่อนคลายก่อนการตัดสินใจได้บ้าง แต่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ราคาเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจะทำให้เงินเฟ้อ และดอกเบี้ย อยู่สูงนานกว่าที่คาด
การส่งน้ำมันผ่านโอมานสะท้อนว่าซาอุฯ ยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางและชดเชยอุปทานได้บางส่วน หากท่อ East-West กลับมาเดินระบบอย่างยืนยันได้ การผ่านช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัยขึ้น และความเสี่ยงรอบทะเลแดงลดลง แรงกดดันต่อราคาก็จะบรรเทาลง
แต่ตราบใดที่ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น ตลาดน้ำมันยังเสี่ยงต่อการพุ่งขึ้นรอบใหม่ Brent ยังคงอยู่เหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแม้ลดลงในวันพุธ สต็อกน้ำมันทั่วโลกคาดว่าจะลดลงต่อ และปัญหาการส่งออกกับการเดินเรือในภูมิภาคยังไม่ได้รับการแก้ไข 17 ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ ข้อเสนอส่งน้ำมันผ่านโอมานช่วยบรรเทาช็อกเฉพาะหน้า แต่ยังไม่อาจทำให้การไหลเวียนน้ำมันจากตะวันออกกลางกลับสู่ภาวะปกติได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ข้อเสนอเพิ่มน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมานช่วยบรรเทาความกังวลระยะสั้น โดย Brent ปิดลดลง 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 3.2% ที่ 102.43 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน
ข้อเสนอเพิ่มน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมานช่วยบรรเทาความกังวลระยะสั้น โดย Brent ปิดลดลง 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 3.2% ที่ 102.43 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน การพักตัวของราคาน้ำมันช่วยให้หุ้นฟื้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูงล่าสุด ก่อนการตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ตลาดคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์สู่กรอบ 3.75%–4.00% ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากความขัดแย้งที่โยงกับอิหร่านยังเป็นปัจจัยสำคัญ
ข้อเสนอเพิ่มน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมานช่วยบรรเทาความกังวลระยะสั้น โดย Brent ปิดลดลง 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 3.2% ที่ 102.43 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน การพักตัวของราคาน้ำมันช่วยให้หุ้นฟื้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูงล่าสุด ก่อนการตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ตลาดคาดว่...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did oil prices, bond and equity markets, fuel costs, and expectations for the Federal Reserve’s upcoming interest-rate decision respond. Article summary: Saudi offers of additional crude via Oman temporarily eased supply anxiety on Wednesday: oil’s rally paused, European equities rebounded modestly, and bond-market pressure stabilized ahead of the Fed decision. But the re. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers,
รายงานว่าซาอุดีอาระเบียเสนอเพิ่มการส่งมอบน้ำมันดิบให้โรงกลั่นในเอเชีย ผ่านการถ่ายลำระหว่างเรือนอกท่าเรือโซฮาร์ของโอมาน ช่วยลดความกังวลทันทีว่าการส่งออกจากตะวันออกกลางจะหดตัวรุนแรงขึ้น
ผลคือราคาน้ำมันปรับลงแรงในวันพุธที่ 16 กันยายน โดย Brent ปิดลดลง 2.92 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 3.40 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การลดลงของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่น้อยกว่าตลาดคาดยังเพิ่มแรงกดดันต่อราคาอีกทางหนึ่ง 17
อย่างไรก็ดี นี่เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดเฉพาะหน้า ไม่ใช่การยุติช็อกด้านอุปทาน การส่งผ่านโอมานมีเป้าหมายชดเชยการส่งออกของซาอุฯ บางส่วน ขณะที่ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงหยุดเดินระบบหลังถูกโจมตี 2
17
เมื่อการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันชะลอลง สินทรัพย์เสี่ยงก็มีพื้นที่ฟื้นตัว ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ 637.09 จุด ดีดกลับจากจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือนของวันก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนรอผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed
ตลาดพันธบัตรก็สงบลงหลังเผชิญแรงขายหนัก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่แถว 4.99% ในวันพุธ หลังเคยขึ้นเหนือ 5% ในวันก่อนหน้า ส่วนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี หรือ Bund อยู่ที่ราว 3.526% ลดลงเล็กน้อยในวันเดียวกัน ก่อนหน้านั้น ราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นได้กดดันตลาดหุ้นโลกอย่างหนัก โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีแตะ 5.04% ในวันอังคาร ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 และดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐต่างปรับลง
ตรรกะของตลาดค่อนข้างตรงไปตรงมา: น้ำมันที่ถูกลงช่วยลดแรงกดดันต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะใกล้ และอาจลดความกลัวว่าดอกเบี้ยนโยบายจะต้องสูงขึ้นอีก แต่การที่ราคาน้ำมันลดลงเพียงวันเดียวไม่ได้ลบความเสี่ยงด้านพลังงานที่ยังคงอยู่
โดยปกติท่อ East-West Pipeline เปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้น การหยุดใช้งานจึงยิ่งทำให้สถานการณ์ขนส่งที่เปราะบางมีผลกระทบรุนแรงขึ้น คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ ระบุเมื่อ 15 กันยายนว่าการไหลของน้ำมันอาจกลับมาได้ภายในไม่กี่วัน แต่เป็นเพียงการประเมิน ไม่ใช่การยืนยันว่าเริ่มเดินระบบแล้ว 2
ความเสี่ยงอื่นยังไม่หายไป ได้แก่
ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้กระทบเพียงปริมาณน้ำมันดิบที่มีในตลาด แต่ยังลดความแน่นอนของเส้นทางขนส่ง และทำให้การส่งมอบเชื้อเพลิงสำเร็จรูปซับซ้อนขึ้น จึงไม่แปลกที่การเปลี่ยนเส้นทางส่งน้ำมันได้บางส่วนผ่านโอมานจะช่วยลดราคาที่พุ่งขึ้นเฉพาะหน้า แต่ยังไม่อาจลบส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงในวงกว้างได้
ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าตลาดเชื้อเพลิงกลับสู่ภาวะปกติ Reuters ระบุว่าราคาดีเซลในยุโรปยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ราคาดีเซล/ก๊าซออยล์ในสหรัฐทะลุ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนกันยายน สูงกว่าระดับก่อนสงคราม 94% และราคาในยุโรปกับเอเชียก็ไล่ตามมาไม่ไกล
ประเด็นนี้สำคัญต่อเงินเฟ้อ เพราะสิ่งที่ครัวเรือนและธุรกิจซื้อจริงคือเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ไม่ใช่น้ำมันดิบโดยตรง ต้นทุนดีเซลที่สูงขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง การผลิตภาคอุตสาหกรรม และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงจะอ่อนตัวลงในวันเดียว
ด้านสต็อกน้ำมันก็ยังไม่ช่วยให้ตลาดคลายกังวล สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ระบุว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงแล้วราว 400 ล้านบาร์เรลในปี 2026 และคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องจนสิ้นปี เนื่องจากกำลังผลิตและส่งออกจากตะวันออกกลางจำนวนมากยังออฟไลน์ อีกด้านหนึ่ง บทวิเคราะห์ Reuters ที่อ้างการประเมินของ IEA ระบุว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากภูมิภาคลดลงเกือบ 60% จากก่อนสงคราม ซึ่งซ้ำเติมภาวะขาดแคลนดีเซลอย่างหนัก
ก่อนการประกาศผลประชุม ตลาดคาดการณ์ในวงกว้างว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับจากปี 2023 โดยคาดการขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ 3.75%–4.00%
ความปั่นป่วนด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับอิหร่านจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมการดอกเบี้ย Reuters รายงานว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากความขัดแย้งผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรโลกให้สูงขึ้น และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง การย่อตัวชั่วคราวของราคาน้ำมันช่วยให้ตลาดผ่อนคลายก่อนการตัดสินใจได้บ้าง แต่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ราคาเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจะทำให้เงินเฟ้อ และดอกเบี้ย อยู่สูงนานกว่าที่คาด
การส่งน้ำมันผ่านโอมานสะท้อนว่าซาอุฯ ยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางและชดเชยอุปทานได้บางส่วน หากท่อ East-West กลับมาเดินระบบอย่างยืนยันได้ การผ่านช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัยขึ้น และความเสี่ยงรอบทะเลแดงลดลง แรงกดดันต่อราคาก็จะบรรเทาลง
แต่ตราบใดที่ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น ตลาดน้ำมันยังเสี่ยงต่อการพุ่งขึ้นรอบใหม่ Brent ยังคงอยู่เหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแม้ลดลงในวันพุธ สต็อกน้ำมันทั่วโลกคาดว่าจะลดลงต่อ และปัญหาการส่งออกกับการเดินเรือในภูมิภาคยังไม่ได้รับการแก้ไข 17 ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ ข้อเสนอส่งน้ำมันผ่านโอมานช่วยบรรเทาช็อกเฉพาะหน้า แต่ยังไม่อาจทำให้การไหลเวียนน้ำมันจากตะวันออกกลางกลับสู่ภาวะปกติได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ข้อเสนอเพิ่มน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมานช่วยบรรเทาความกังวลระยะสั้น โดย Brent ปิดลดลง 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 3.2% ที่ 102.43 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน
ข้อเสนอเพิ่มน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียผ่านโอมานช่วยบรรเทาความกังวลระยะสั้น โดย Brent ปิดลดลง 2.7% ที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 3.2% ที่ 102.43 ดอลลาร์ในวันที่ 16 กันยายน การพักตัวของราคาน้ำมันช่วยให้หุ้นฟื้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูงล่าสุด ก่อนการตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ตลาดคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์สู่กรอบ 3.75%–4.00% ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากความขัดแย้งที่โยงกับอิหร่านยังเป็นปัจจัยสำคัญ