มีรายงานว่า Samsung กำลังขอปรับขึ้นราคา DRAM และ NAND สำหรับมือถืออีก 7–10% หลังความต้องการหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ดึงกำลังผลิตไปยัง HBM และ DRAM ระดับเซิร์ฟเวอร์ การเจรจาครอบคลุมแบรนด์จีน, Apple และธุรกิจมือถือของ Samsung เอง สะท้อนว่าปัจจัยหลักคือภาวะตึงตัวของอุปทานชิปความจำ ไม่ใช่การแข่งขันระหว่างแบรนด์เพ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is behind Samsung Electronics’ reported plan to seek a 7%–10% increase in mobile DRAM and NAND flash prices from smartphone manufacture. Article summary: Samsung’s reported 7%–10% increase is a consequence of a memory market that has swung decisively toward suppliers: AI data-center demand makes HBM and server DRAM more profitable than mobile memory, so capacity is being . Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รายงานระบุว่า Samsung Electronics กำลังเจรจาปรับขึ้นราคา DRAM สำหรับมือถือและ NAND flash ที่จำหน่ายให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอีกราว 7%–10% อย่างไรก็ดี นี่ยังเป็นข้อมูลจากรายงานข่าว ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัท จึงยังไม่มีการยืนยันเงื่อนไขและช่วงเวลาที่แน่ชัด 3
4
แก่นของเรื่องคืออุตสาหกรรมชิปความจำกำลังทุ่มกำลังผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้สูงกว่าอย่าง HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ส่งผลให้ชิปความจำสำหรับอุปกรณ์ผู้บริโภค รวมถึงสมาร์ตโฟน มีอุปทานจำกัดลง 17
ผู้ผลิตความจำรายใหญ่รายเดียวกันต้องป้อนชิปให้ทั้งผู้ผลิตมือถือและศูนย์ข้อมูล AI โดย HBM หรือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง เป็นชิปสำคัญสำหรับระบบประมวลผล AI ขนาดใหญ่ TrendForce ระบุว่า ผู้ผลิตกำลังจัดสรรกำลังการผลิตขั้นสูงให้ HBM และ DRAM เซิร์ฟเวอร์ระดับสูง จึงจำกัดอุปทาน DRAM สำหรับตลาดผู้บริโภค และส่งแรงกระทบไปยังสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป 17
HBM ใช้เวเฟอร์ในการผลิตมากกว่า DRAM แบบทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น แม้ผู้ผลิตจะเพิ่มกำลังการผลิต การโยกทรัพยากรไปทำ HBM ก็อาจทำให้ปริมาณบิต DRAM โดยรวมเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก TrendForce คาดว่าการจัดสรรกำลังผลิตให้ HBM ต่อเนื่อง รวมถึงความต้องการจาก AI เซิร์ฟเวอร์ที่แข็งแกร่ง จะยังทำให้อุปทาน DRAM ตึงตัวในปี 2027
สำหรับมือถือ สิ่งที่ตึงตัวเป็นพิเศษคือ LPDDR ซึ่งเป็น DRAM แบบประหยัดพลังงานที่ใช้ในสมาร์ตโฟน ส่วน NAND flash ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลเครื่อง ก็เผชิญวงจรอุปสงค์และอุปทานของตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นเช่นกัน
ตามรายงาน ธุรกิจ Device Solutions หรือ DS ของ Samsung กำลังหารือการขึ้นราคาหน่วยความจำมือถือกับแบรนด์สมาร์ตโฟนจีน และมีแผนกลับไปเจรจากับ Apple ในไตรมาส 4 ซึ่งคือช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม ขณะที่ธุรกิจมือถือของ Samsung เองก็ไม่ได้รับการยกเว้น 3
4
ประเด็นหลังสำคัญ เพราะธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และธุรกิจอุปกรณ์มือถือของ Samsung เป็นคนละหน่วยงาน การขายชิปให้ Galaxy จึงไม่จำเป็นต้องได้ราคาพิเศษ หากลูกค้าภายนอกยอมจ่ายในราคาตลาด ภาพนี้จึงเป็นเรื่องอำนาจต่อรองของผู้ขายในตลาดชิปที่ตึงตัว มากกว่าจะเป็นมาตรการเล่นงานคู่แข่งเพียงอย่างเดียว 3
4
ขนาดการจัดซื้อและความสามารถในการบริหารซัพพลายเชนของ Apple ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองได้ โดยเฉพาะการกระจายผู้ขายหรือใช้การจัดซื้อ NAND เป็นเครื่องมือต่อรอง แต่ขนาดของบริษัทไม่อาจเพิ่มอุปทาน LPDDR ที่มีจำกัดได้
ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากห่วงโซ่อุปทานว่า Apple ยอมรับราคา LPDDR5X จาก Samsung ที่สูงขึ้นราว 100% สำหรับการผลิต iPhone 17 ข้อมูลดังกล่าวควรมองเป็นรายงานที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสัญญาอย่างเป็นทางการ แต่สะท้อนว่าดุลอำนาจการต่อรองสามารถเปลี่ยนไปมากเพียงใดเมื่ออุปทานตึงตัว 10
11
ข้อเสนอขึ้นราคา 7%–10% ที่มีรายงานล่าสุดจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการทำซ้ำของข้อตกลง 100% ดังกล่าว แต่เป็นการเจรจาอีกครั้งบนฐานราคาที่สูงอยู่แล้ว 3
4
เมื่อ DRAM และ NAND แพงขึ้น ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนมักต้องเลือกระหว่างทางเลือกที่ล้วนมีต้นทุน ได้แก่
แบรนด์ Android ที่เน้นราคาเข้าถึงง่ายและมีอำนาจซื้อน้อย น่าจะตัดสินใจได้ยากกว่า เพราะมีพื้นที่กำไรน้อยกว่ารุ่นเรือธงราคาแพง IDC ระบุว่าต้นทุนหน่วยความจำพุ่งขึ้นมาก และในมือถือระดับล่าง ชิปความจำอาจคิดเป็นมากกว่า 65% ของต้นทุนชิ้นส่วนทั้งหมดของเครื่อง
ไม่จำเป็น การขึ้นราคาชิปความจำบางรายการ 7%–10% ไม่ได้แปลว่าราคามือถือทั้งเครื่องจะขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะราคาขายปลีกยังขึ้นกับจอภาพ ชิปประมวลผล กล้อง แบตเตอรี่ ค่าขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์
แต่ต้นทุนเมมโมรีที่สูงขึ้นทำให้ราคาเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลที่ผู้ซื้ออาจเห็นได้ก่อนการขึ้นราคาป้าย คือการอัปเกรดความจุที่ไม่คุ้มเท่าเดิม โปรโมชันน้อยลง หรือรุ่นที่มี RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลมากต้องจ่ายส่วนต่างสูงขึ้น IDC คาดว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปี 2026 จะลดลง 16.7% เหลือเพียงเล็กน้อยกว่า 1 พันล้านเครื่อง จากวิกฤตชิปความจำที่เพิ่มต้นทุนและจำกัดอุปทาน
แรงกดดันน่าจะชัดที่สุดในกลุ่มมือถือราคาประหยัดและระดับกลาง เพราะต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มเพียงเล็กน้อยก็อาจกินกำไรของผู้ผลิตไปมาก IDC เตือนว่าราคาและภาวะขาดแคลนหน่วยความจำกระทบมือถือ Android ระดับล่างเป็นพิเศษ
งานวิจัยตลาดที่มีอยู่ยังไม่ชี้ว่าราคาจะกลับลงอย่างรวดเร็ว TrendForce คาดว่าอุปสงค์ AI เซิร์ฟเวอร์ การจัดสรรกำลังผลิตไป HBM และการใช้เวเฟอร์สูงของ HBM จะจำกัดการเติบโตของอุปทาน DRAM ในปี 2027 และหนุนให้ราคาอยู่ในทิศทางขาขึ้น
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน การเพิ่มกำลังผลิต การเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์ ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่อ่อนลง หรือยอดขายมือถือที่ชะลอกว่าคาด ล้วนเปลี่ยนทิศทางราคาได้ แต่ในระยะใกล้ ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนต้องแข่งขันซื้อชิปความจำในตลาดที่ลูกค้าศูนย์ข้อมูลทำให้หน่วยความจำขั้นสูงมีมูลค่าสูงกว่าเดิม
สำหรับผู้บริโภค ผลลัพธ์จึงอาจไม่ใช่การขึ้นราคาพร้อมกันทุกรุ่น แต่เป็นตัวเลือกมือถือราคาย่อมเยาที่ให้ RAM หรือความจุสูงลดลง ส่วนลดน้อยลง และแรงกดดันด้านราคาที่มากขึ้นในรุ่นพรีเมียมและรุ่นที่ชูความสามารถ AI ตราบเท่าที่ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำยังดำเนินต่อไป 17
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
มีรายงานว่า Samsung กำลังขอปรับขึ้นราคา DRAM และ NAND สำหรับมือถืออีก 7–10% หลังความต้องการหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ดึงกำลังผลิตไปยัง HBM และ DRAM ระดับเซิร์ฟเวอร์
มีรายงานว่า Samsung กำลังขอปรับขึ้นราคา DRAM และ NAND สำหรับมือถืออีก 7–10% หลังความต้องการหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ดึงกำลังผลิตไปยัง HBM และ DRAM ระดับเซิร์ฟเวอร์ การเจรจาครอบคลุมแบรนด์จีน, Apple และธุรกิจมือถือของ Samsung เอง สะท้อนว่าปัจจัยหลักคือภาวะตึงตัวของอุปทานชิปความจำ ไม่ใช่การแข่งขันระหว่างแบรนด์เพียงอย่างเดียว
TrendForce คาดว่าการจัดสรรกำลังผลิตให้ HBM และอุปสงค์ AI เซิร์ฟเวอร์จะยังทำให้อุปทาน DRAM ตึงตัว และราคามีแนวโน้มขาขึ้นต่อในปี 2027